<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title> &#187; หมวดทั่วไป</title>
	<atom:link href="http://trainers.wisdominside.org/category/uncategorized/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://trainers.wisdominside.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Mar 2010 16:40:43 +0000</lastBuildDate>
	<language></language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
	<!-- podcast_generator="podPress/8.8.8" -->
	<copyright>2006-2007 </copyright>
	<managingEditor>toucht@gmail.com</managingEditor>
	<webMaster>toucht@gmail.com</webMaster>
	<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
	<itunes:summary>Blog ของพวกเรา วิทยากรเผยแพร่ความรู้วิชาธรรมกายจาก WisdomInside.org</itunes:summary>
	<itunes:keywords></itunes:keywords>
	<itunes:category text="Society &amp; Culture" />
	<itunes:author></itunes:author>
	<itunes:owner>
		<itunes:name></itunes:name>
		<itunes:email>toucht@gmail.com</itunes:email>
	</itunes:owner>
	<itunes:block>no</itunes:block>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<item>
		<title>ขอเชิญร่วมลงนามและประกาศคำปฏิญาณตน ในโครงการสังคมสีขาวให้ครบ 100,000 รายชื่อครับ</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/14/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/14/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Feb 2010 06:52:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำดีเพื่อพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสีขาว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสังคมสีขาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=413</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีเพื่อนๆ วันตรุษจีน+วาเลนไทน์ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวันหยุดที่แสนสุขของทุกๆ คน ห่างหายไปหลายวัน เนื่องภารกิจที่รัดตัว ถ้าว่างผมก็จะรีบเข้ามาคุยเพื่อแจ้งข่าวสารให้ได้รับรู้กันครับว่า เราทำอะไรกันบ้าง สำหรับงานสอนก็ดำเนินไปตามปกติครับ แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว งานสอนก็คงลดลง แต่ก็เป็นช่วงที่จะให้เราได้เตรียมตัว ปรับตัว ปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมและดียิ่งขึ้นต่อไปครับ
เมื่อวานนี้คือวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเป็นวิทยากรร่วมเสวนาผลงานการเผยแพร่ ใน โครงการอบรมวิทยากรสีขาว ในโครงการสังคมสีขาว ที่หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ DMG อาคารอมรินทร์พลาซ่า ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ 6 แล้วหละครับ ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของโครงการได้ที่นี่เลยครับ http://www.whiteoceansociety.com
สำหรับรายละเอียดของโครงการนี้คร่าวๆ ก็คือ การสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม โดยมีการร่วมมือกันในหลายภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน ภาครัฐบาล ภาคประชาชน และองค์กรอิสระทั่วไป โดยเป้าหมายของโครงการนี้มีข้อนึงคือ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีเพื่อนๆ วันตรุษจีน+วาเลนไทน์ครับ</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวันหยุดที่แสนสุขของทุกๆ คน ห่างหายไปหลายวัน เนื่องภารกิจที่รัดตัว ถ้าว่างผมก็จะรีบเข้ามาคุยเพื่อแจ้งข่าวสารให้ได้รับรู้กันครับว่า เราทำอะไรกันบ้าง สำหรับงานสอนก็ดำเนินไปตามปกติครับ แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว งานสอนก็คงลดลง แต่ก็เป็นช่วงที่จะให้เราได้เตรียมตัว ปรับตัว ปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมและดียิ่งขึ้นต่อไปครับ</p>
<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/wisdominside2/WhiteOceanSociety132553#5437718596854947090"><img class="alignright" style="margin: 9px;" src="http://lh6.ggpht.com/_r8qdLfDIzQc/S3aoQOoTHRI/AAAAAAAABKA/m3L221C-V1U/s288/DSC06122.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a>เมื่อวานนี้คือวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเป็นวิทยากรร่วมเสวนาผลงานการเผยแพร่ ใน <strong>โครงการอบรมวิทยากรสีขาว </strong>ในโครงการสังคมสีขาว ที่หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ DMG อาคารอมรินทร์พลาซ่า ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ 6 แล้วหละครับ ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของโครงการได้ที่นี่เลยครับ <a href="http://www.whiteoceansociety.com/">http://www.whiteoceansociety.com</a></p>
<p>สำหรับรายละเอียดของโครงการนี้คร่าวๆ ก็คือ การสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม โดยมีการร่วมมือกันในหลายภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน ภาครัฐบาล ภาคประชาชน และองค์กรอิสระทั่วไป โดยเป้าหมายของโครงการนี้มีข้อนึงคือ เราจะรวบรวมคำปฏิญาณตนเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนดี ให้ครบทั้งหมด 100,000 คำปฏิญาณ และจะนำผลงานนี้เสนอสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศเป็นวาระแห่งชาติต่อไป และนี่คือสิ่งที่เรากำลังร่วมทำอยู่ครับ</p>
<p><span id="more-413"></span></p>
<p>โดยสำหรับผมกับครอบครัว ซึ่งได้ออกไปสอนเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ได้ให้นักเรียนร่วมเขียนคำปฏิญาณตนด้วย ซึ่งถ้ารวมจริงๆ ก็คงเหยียบหมื่นกว่าแล้ว เสียดายว่านี่ใกล้จะปิดเทอมแล้ว ไม่งั้นคงได้มากกว่านี้ครับ</p>
<p>คำปฏิญาณตนนี้ ผมคิดว่า ถือว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เราได้มีจุดเริ่มต้นที่จะทำความดีอะไรสักอย่างให้กับตนเอง ซึ่งเป็นการต่อยอด เสริมจากหลักสูตรที่ผมได้ออกไปเผยแพร่อยู่แล้ว ยิ่งต่อไปจะมีหลายภาคส่วนมาร่วมจัดการด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลดีต่อโครงการที่เราได้ทำอยู่ด้วยแน่นอนครับ</p>
<blockquote><p>ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่าน ร่วมลงมือเขียนคำปฏิญาณตนในโครงการสังคมสีขาวด้วยกันนะครับ <a href="http://www.whiteoceansociety.com/n_main.php"><strong>โดยคลิ๊กที่นี่เลย &gt;&gt;</strong></a> (แล้วเลือกที่ &#8220;ลงทะเบียน&#8221; นะครับ)</p></blockquote>
<p>การสร้างสังคมให้เป็นสีขาว เป็นสังคมอุดมคุณธรรมนั้น เราไม่ต้องไปเปลี่ยนที่อื่นหรือครับ เปลี่ยนง่ายๆ ที่ใจของเราเองนี่แหละครับ ทุกอย่างเริ่มต้นจากใจ จากความคิดของเราทั้งสิ้น ซึ่งคิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือทำด้วย ต้องความยากอยู่ที่จุดเริ่มต้นที่แหละครับ การนับ 1 เป็นเรื่องที่ยากมาก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/wisdominside2/WhiteOceanSociety132553#5437718942508777826"><img src="http://lh6.ggpht.com/_r8qdLfDIzQc/S3aokWSmAWI/AAAAAAAABK8/VeAuiUYspnE/s288/DSC06138.JPG" alt="" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/wisdominside2/WhiteOceanSociety132553#5437719174704627554"><img src="http://lh3.ggpht.com/_r8qdLfDIzQc/S3aox3SZf2I/AAAAAAAABLk/fhQ6PQLAYno/s288/DSC06148.JPG" alt="" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/wisdominside2/WhiteOceanSociety132553#5437719292981503698"><img src="http://lh4.ggpht.com/_r8qdLfDIzQc/S3ao4v5zZtI/AAAAAAAABL4/g13HFi9y2fU/s288/DSC06153.JPG" alt="" /></a></p>
<p>โครงการนี้ได้เข้ามาเติมเต็มจุดนี้คือ การเริ่มต้นทีี่จะนับ 1 โดยเริ่มจากการตั้งคำปฏิญาณตน หรือคำมั่นสัญญาให้กับคนเอง โดยเขียนออกมาให้ได้รู้กัน</p>
<blockquote><p>ดังนั้น มาร่วมเขียนคำปฏิญาณตนกันเถิดนะครับ สำหรับคนในวงการธรรม ก็ตั้งคำมั่นไว้ว่าจะฝึกวิชาทุกวันด้วยก็ดีนะครับ&#8230;.</p></blockquote>
<p>เดี่ยวอีกสักพักผมจะอัพเดทผลการสอนขึ้นเว็บตามปกติ ติดตามชมได้</p>
<p>เดี่ยวต่อไป จะมาเล่าให้ฟังกันอีกว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป&#8230;ผลงานที่เรากำลังทำกันอยู่นี้ ก็จะเริ่มจะเป็นรูปธรรมมาเรื่อยๆ แล้วครับ</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff0000;">อย่าลืมนะครับ เทคโนโลยี ไม่ว่าชาติไหนก็ตามทันกันหมด และเทคโนโลยีในการพัฒนาจิตใจ เป็นจุดขายของประเทศไทยเรา เราต้องหันมาช่วยกันพัฒนา</span></strong><span style="color: #ff0000;"><strong>เทคโนโลยีในการพัฒนาจิตใจกันเถิดครับ ที่ไหนก็ทำอย่างเราไม่ได้</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>พอจิตใจดีซะอย่าง อะไรๆ รอบข้างก็ดีไปหมด จริงไหมครับ</strong></span></p></blockquote>
<p>แล้วจะแว๊บมาเล่าให้ฟังกันต่อ&#8230;</p>
<p>แล้ววันอาทิตย์หน้าคือวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมนะครับ<strong> มีอบรม 18 กายใน 8 ชั่วโมง รุ่นที่ 19</strong> ยังรับอีก แต่จำนวนไม่มากแล้ว ไปสมัครกันได้เลยครับ <a href="http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=1024.msg2418#new" target="_blank"><strong>(คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายละเอียด)</strong></a> แล้วเตรียมคำถามกันมาเยอะๆ เป็นคำถามที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ด้วยนะครับ</p>
<p>สำหรับวันนี้ แค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆ กับวันแห่งความรักครับ ขอตัวไปสวีตกับครอบครัว และหวานใจก่อนหละครับ ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขกันมากๆ ทุกๆ คนเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/trainer_11.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-415" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/trainer_11.jpg" alt="" width="550" height="273" /></a></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=413&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/14/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;รู้ญาณ&#8221; ที่เกิดขึ้น ฟังหูไว้หู มีมาก็ดู ไม่มีมาก็ไม่เป็นไร</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/09/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/09/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 14:31:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟังหูไว้หู]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นภายใน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=408</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน
วันนี้ผมมาแต่หัวค่ำเลย ว่าจะมาเขียนบันทึกก่อน แล้วค่อยทำงานต่อ วันนี้ไปสอนที่  ร.ร. วัดแจงร้อน สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ กทม. &#8211; 9 กุมภาพันธ์ 2553 มาครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรูปภาพบรรยากาศการสอนตามลิงค์ที่ให้ไว้ได้เลยนะครับ :D
วันนี้อยากจะพูดถึงเรื่องของ &#8220;รู้ญาณ&#8221; กันดีกว่า
สำหรับคนที่อยู่ในวงการการศึกษาธรรม คงรู้จักคำว่า &#8220;รู้ญาณ&#8221; กันดี โดยเฉพาะในหมู่คนที่ศึกษาวิชาธรรมกาย ย่อมมีความต้องการที่จะ &#8220;เห็น&#8221; ภายในด้วยกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งการ &#8220;เห็น&#8221; นี้ ก็คือ รู้ญาณนั่นเองครับ
แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่า &#8220;รู้ญาณ&#8221; นั้น มีหลากหลายรูปแบบ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน</p>
<p>วันนี้ผมมาแต่หัวค่ำเลย ว่าจะมาเขียนบันทึกก่อน แล้วค่อยทำงานต่อ วันนี้ไปสอนที่  <strong></strong><strong><a href="http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=1031.0" target="_blank">ร.ร. วัดแจงร้อน สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ กทม. &#8211; 9 กุมภาพันธ์ 2553</a></strong><strong> </strong>มาครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรูปภาพบรรยากาศการสอนตามลิงค์ที่ให้ไว้ได้เลยนะครับ :D</p>
<p>วันนี้อยากจะพูดถึงเรื่องของ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;รู้ญาณ&#8221; </strong></span>กันดีกว่า</p>
<p>สำหรับคนที่อยู่ในวงการการศึกษาธรรม คงรู้จักคำว่า &#8220;รู้ญาณ&#8221; กันดี โดยเฉพาะในหมู่คนที่ศึกษาวิชาธรรมกาย ย่อมมีความต้องการที่จะ &#8220;เห็น&#8221; ภายในด้วยกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งการ &#8220;เห็น&#8221; นี้ ก็คือ รู้ญาณนั่นเองครับ</p>
<p>แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่า &#8220;รู้ญาณ&#8221; นั้น มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้มีแต่ &#8220;เห็น&#8221; อย่างเดียว รู้ญาณดังกล่าว อาจจะมาในรูปแบบของ ความรู้สึก เสียง สัมผัส ฯลฯ ที่เราจะรู้ได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>โลกภายนอก กับ โลกภายใน นั้น ดูๆ ไปแล้ว ก็ไม่ต่างกันมากเท่าไรหรอกครับ</p>
<p><span id="more-408"></span></p>
<p>โลกภายนอก เรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย คอยรับสิ่งกระทบต่างๆ โลกในส่วนละเอียด หรือโลกภายใน ก็ไม่ต่างกัน เพราะ กายเนื้อเรามีอายตนะอะไร กายละเอียดก็มีเช่นเดียวกัน แต่จะมีความสามารถ และศักยภาพที่ต่างกันออกไป</p>
<p>ผมถามเพื่อนๆ ต่อว่า ถ้าเพื่อนๆ เห็นสิ่งข้างนอก เพื่อนๆ เชื่อสิ่งที่เห็นหรือเปล่าว่าเป็นของจริง ถ้าเจอคน มาพูดดีด้วย จะเชื่อเลยไหม? แน่นอนว่า เพื่อนๆ ก็คงไม่เชื่อใช่ไหมครับ</p>
<blockquote><p>แต่พอปฏิบัติทางใจ ไปเจอสิ่งต่างในทางละเอียด เช่น ไปเจอกับเรื่องราวต่างๆ ไปเจอคน ฯลฯ เรากลับเชื่ออย่างไม่พิจารณาเลย นี่คือ กับดักสำคัญของคนที่ศึกษาวิชาธรรมกายครับ</p></blockquote>
<p>สิ่งที่เห็นภายใน ตรวจสอบกันลำบาก เพราะหาคนที่ตัดสินถูกจริงๆ นั้นยาก บางคนเห็นไปคนล่ะอย่าง ดังนั้น อย่าไปคิดมาก</p>
<p>เห็นอะไรในขณะที่ทำสมาธิล่ะก็ ฟังหูไว้หูไว้เสมอ ถ้าอยากรู้ ก็ลองตรวจสอบก็ครูบาอาจารย์ แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อ รับฟังไว้ก่อน</p>
<p>สำคัญกว่าันั้น คือ การทำวิชา หรือฝึกสมาธิ ตามขั้นตอนหรือที่เราเรียกว่า เดินวิชา ตามที่ตำราได้บอกเป็น Roadmap ไว้ให้ดี อะไรที่พาให้ออกนอกเส้นทาง ก็อย่าเพิ่งไปซุกซนดู</p>
<p>อ่ะ ตัวอย่างหน่อยล่ะกันครับ</p>
<p>สมมุติว่า ถ้าตำราบอกให้ พอเดินวิชาจากกายมนุษย์เข้าหากายมนุษย์ละเอียด เพื่อนๆ ก็จะต้องเห็นกายมนุษย์ล่ะเอียด ของเรา ตามลักษณะที่ตำราไว้ว่าไว้ ไม่ใช่พอเดินวิชามาถึงจุดนี้กลับไปเห็น ญาติเรา หรือตัวเลข 55555+ พอเข้าใจไหมครับ</p>
<p>จุดประสงค์ของการเดินวิชาประจำวันของเราก็คือ ทำความสะอาดใจของเราให้สะอาด ให้สว่างใส เพื่อจะได้เป็นเครื่องมือในการสร้างบารมี และศึกษาธรรมต่อไป อย่าเพิ่งซุกซนไปเห็นโน่นเห็นนี่เลย เดี่ยวกิเลสจะพาให้หลงไป เข้ารกเข้าพง</p>
<p>ผู้ใหญ่ยังพอทำเนา ถ้าเป็นเด็กระวังจะเสียเด็ก ดังนั้น สำหรับเด็กควรควบคุมให้ดีๆ ให้เดินวิชาตามที่ตำรากำหนดไปเรื่อยๆ ก่อน พอโต มีวิจารณญาณมากขึ้น แล้วเหตุผลต่างๆ ก็จะตามมาเอง&#8230;.</p>
<blockquote><p>ก่อนจบวันนี้ ผมขอประชาสัมพันธ์นะครับ ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้หลักในการฝึกวิชาธรรมกาย หรือการฝึกใจล่ะก็ ถ้าท่านอยู่ กทม. หรือจัดหวัดใกล้เคียง ขอเชิญมาร่วมฝึกวิชาธรรมกายใน<strong><span style="color: #ff0000;">หลักสูตร 18 กายกันครับ รุ่นนี้ก็รุ่นที่ 19</span> </strong>แล้ว งานนี้จัดสบายๆ เป็นกันเองครับ รายละเอียด <a href="http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=1024.0" target="_blank">อ่านเพิ่มเติม &gt;&gt;</a><a href="http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=1024.0" target="_blank"> </a></p>
<p>รับจำนวนจำกัดนะครับ ผมยินดีตอบคำถามทุกคำถามที่ท่านอยากทราบจริงๆ และเท่าที่ผมจะรู้ ไม่มีกั๊ก</p></blockquote>
<p>อย่าลืมนะครับ จะทำอะไรขอให้จับหลักให้ได้ ให้รู้เป้าหมาย รู้วิธีการที่เหมาะสมกับเรา และทำทุกอย่างด้วยความพอเพียง การเรียนก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขมากๆ ทุกๆ คนเลยนะครับ สวัสดีครับ บ๊าย บายยย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/believe.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-409" title="believe" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/believe.jpg" alt="" width="427" height="316" /></a></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=408&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/09/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่มาที่ไปของสอนธรรมกายกันอย่างไร ได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221;</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 03:24:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[กันอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่มาที่ไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ให้อภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[ที่มาที่ไปสอนธรรมกายกันอย่างไร ได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221;
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน บทความครั้งนี้เป็นบทความแรกหลังจากที่ผมได้ปรับเปลี่ยน Blog แห่งนี้ ให้เป็นในรูปแบบ magazine หรือนิตยสาร Online ซึ่งทำตอนแรกก็กะว่าจะใช้ Blog นี้เป็นที่บันทึกแนวคิด ประสบการณ์ และพูดคุยแลกเปลี่ยน idea และ life style ของผม ของวิทยากร ให้ทุกๆ ท่านได้รู้กัน ว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง
ผมใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการปรับเปลี่ยนรูปแบบเว็บนี้ ทำให้ไม่ได้ update blog แห่งนี้มาเสียนานทีเดียว ประกอบกับที่ผมต้องออกไปสอนทุกวัน และงานยุ่งมากๆ ซึ่งบางทีการที่โหมงานหนักมากๆ นี้ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><strong>ที่มาที่ไปสอนธรรมกายกันอย่างไร </strong><strong>ได้ทั้ง <span style="color: #ff6600;">&#8220;คุณภาพ&#8221; </span>และ <span style="color: #000080;">&#8220;ปริมาณ&#8221;</span></strong></span></h2>
<p>สวัสดีครับทุกๆ ท่าน บทความครั้งนี้เป็นบทความแรกหลังจากที่ผมได้ปรับเปลี่ยน Blog แห่งนี้ ให้เป็นในรูปแบบ magazine หรือนิตยสาร Online ซึ่งทำตอนแรกก็กะว่าจะใช้ Blog นี้เป็นที่บันทึกแนวคิด ประสบการณ์ และพูดคุยแลกเปลี่ยน idea และ life style ของผม ของวิทยากร ให้ทุกๆ ท่านได้รู้กัน ว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง</p>
<p>ผมใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการปรับเปลี่ยนรูปแบบเว็บนี้ ทำให้ไม่ได้ update blog แห่งนี้มาเสียนานทีเดียว ประกอบกับที่ผมต้องออกไปสอนทุกวัน และงานยุ่งมากๆ ซึ่งบางทีการที่โหมงานหนักมากๆ นี้ ก็ส่งผลให้เกิดไม่สบายขึ้นมา แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วหละครับ</p>
<p>แล้วก็อย่าลืม ติดตามความเคลื่อนไหว การสอนแบบสดๆ ได้ทาง twitter (<a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank">http://twitter.com/wisdominside</a>) ที่ผมได้บอกไว้นะครับ ถ้าผมติด notebook ไป แล้วมีอินเตอร์เนตให้ใช้ ผมก็จะ update สถานการณ์ให้ทราบกันครับ</p>
<p>เอาล่ะครับ วันนี้ผมจะมาคุยกับทุกท่านในส่วนที่เกี่ยวกับงานสอนวิชาธรรมกาย ซึ่งทางผมกับครอบครัวและทีมงานได้ทำกันมากว่า 10 ปีมาแล้ว โดยประเด็นที่จะคุยกันก็คือ <strong>ทำไมการสอนของทีมงานเรา จึงทำกันได้อย่างมากมาย โดยมีคนเข้าถึงธรรมกาย (ในระดับต่างๆ กัน) มากมายเช่นนนี้ แล้วถ้าสอนกันมากมายเช่นนี้ จะรักษาคุณภาพในการสอนได้อย่างไร?</strong></p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-266" style="margin: 10px;" title="dsc00690re" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/dsc00690re.jpg" alt="dsc00690re" width="256" height="192" />เรื่องของคำว่า <strong>&#8220;คุณภาพ&#8221; </strong>และ <strong>&#8220;ปริมาณ&#8221; </strong>นี้ ผมเองได้รับคำวิจารย์มาจากหลายๆ ท่านที่มีความตั้งใจอยากจะให้มีการเผยแพร่ความรู้ในวิชาธรรมกายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ได้วิพากษ์วิจารย์ถึงการสอนไปต่างๆ นานานั้น ผมเองก็รับฟัง และได้นำมาพิจารณา ซึ่งพบว่า ในบางส่วนของเป็นประโยชน์ตามที่ผู้หวังดีได้บอกไว้ แต่บางส่วนนั้น ผมเองก็ต้องขอเล่าให้ฟังไว้ เพื่อให้ทุกท่าน ได้ทราบกันว่า คุณภาพมาจากปริมาณได้อย่างไร โดยผมสรุปออกมาได้โดยคำง่ายๆ ว่า</p>
<p><span id="more-265"></span></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>พื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด (Basic is the Best)<br />
</strong></span></p></blockquote>
<p>ทุกอย่างที่ทำมานี้ ล้วนมาจากพื้นฐานทั้งสิ้น แต่ก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งในการฝึกพื้นฐานคือ &#8220;ความเบื่อหน่าย&#8221; ที่ทำให้เรามองข้ามทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ นี้</p>
<p>โดยที่การสอนจะได้ผลนั้น พื้นฐานสำคัญมาจาก <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;การต่อวิชาตัวต่อตัว&#8221;</strong></span> โดยเฉพาะการต่อวิชาจากดวงธรรมให้เห็นกายธรรมเบื้องต้น นั่นเอง</p>
<p>ผมกับครอบครัวนั้น ได้เริ่มสอนที่แม่กลอง กับ นายแพทย์นิพนธ์ หลงประดิษฐ์ โดยท่านได้เป็นเหมือนกับครูอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อน และหลายๆ อย่างให้กับผมและทีมงาน ถ้าไม่มีท่านแล้ว ผมกับทีมงานคงไม่สามารถมีวันนี้ขึ้นได้ โดยในยุคการสอนสมัยนั้น ผมได้ติดตามคุณหมอไปสอนเกือบทุกแห่ง ตอนนั้นสอนกันที่จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี โดยบางโรงเรียนมีโรงเรียนทั้งโรงเพียงแค่ 10 คนก็มี เราก็ไปกัน</p>
<p>ผมกับครอบครัวไปต่อวิชาตัวต่อตัว โดยทำหน้าที่ของวิทยากรตรี คือ ทำหน้าที่ในการเจาะจากดวงธรรมให้เกิดเป็นกายธรรมพระโสดา ขนาดหน้าตัก 5 วา สูง 5 วา ผมทำอย่างนี้มาตลอด 3 ปี ต่อวิชาทีละคน ทีละสองคน สามคน เป็นกลุ่มบ้าง จนรู้ถึงปฏิกิริยาของคนที่เป็นธรรมกายว่าเป็นอย่างไร</p>
<p>ขอเรียนให้ทราบก่อนว่า ผมทำอย่างนี้เกือบทุกวัน ตลอด 3 ปี ไม่ได้ขาด ถามว่า เบื่อไหม ก็ตอบว่า &#8220;เบื่อ&#8221; แต่ก็ต้องทำ เพราะดูแล้วไม่เห็นมีอะไร? ต่อว่า แม่ผม (อ.พิมพ์วรัชญ์ ธนบรมัตถ์) ก็ได้เริ่มออกมาเปิดโรงเรียนหาสอนเองใน กทม. โดยเริ่มจาก ร.ร.เทพสิรินทร์ กทม. และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ตอนนั้นยังเป็นสถาบันราชภัฎสวนดุสิตอยู่ ก็จะเป็นต้องออกมาช่วยงานสอนทางครอบครัว แต่ก็ยังไปไป มามากับทางคุณหมออยู่</p>
<p>พอเริ่มออกมาสอนเอง เราก็เริ่มมาจากสอนทีล่ะห้อง ห้องล่ะ 30 &#8211; 40 คน สอนกันทั้งวัน ทำอย่างนี้มาเป็นปี แล้วถึงค่อยเพิ่มจำนวนมาสอนในห้องประชุมทีละ่ไม่เกิน 200 คน สอนโรงเรียนหนึ่งก็ทั้งวัน สอนกันมาหลายปี จนเมื่อการสอนดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง จนสามารถสรุปบทเรียน เทคนิค และทักษะต่างๆ จนลงตัว ถึงได้สอนกันแบบกลุ่มใหญ่ๆ ทีล่ะ 500 &#8211; 1,000 คนได้ นี่คือที่มาที่ไปของพัฒนาการในการจัดการเรียนการสอนของเราครับ และการสอนนี้มีทั้งการสอนประจำ สอนแบบฝึกอบรมเป็นครั้งคราว สรุปคือ ทุกรูปแบบ ซึ่งทำกันมาจากวันนั้นจนถึงวันนี้ รวมสอนไปกว่า 1,000,000 คน ในระยะเวลา 10 ปีนี้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-267" title="snp_pano2mo" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/snp_pano2mo.jpg" alt="snp_pano2mo" width="491" height="95" /></p>
<p>และผลที่เกิดจากการสอนที่มากมายเช่นนี้ รวมถึงการทำงานเป็นทีม โดยใช้ความถนัดของแต่ล่ะคนเข้ามาผสมผสานกันในงานสอน ความค่อยเป็นค่อยไปของพัฒนาการการสอน โดยมีหลักวิชาการรองรับ ทั้งศาสตร์ทางวิชาธรรมกาย ศึกษาศาสตร์ และความรู้อื่นๆ ประกอบมากมาย ผ่านการทดลอง ทดสอบมานาน จนมาถึงบัดนี้ ผมพยายามที่จะนำความรู้และทักษะแฝงเร้นหรือศัพท์ทาง KM ใช้ว่า Tacid Knowledge ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายยาก สอนยาก ให้ออกมาเป็นความรู้ที่จับต้องได้ และนำไปใช้ได้จริง</p>
<p>นี่คือที่มาที่ไปคร่าวๆ ซึ่งในรายละเอียดแต่ล่ะส่วน ผมจะค่อยๆ คุยให้ฟังต่อในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ</p>
<p>และจากประสบการณ์การสอนที่ผ่านมานี้ สามารถสรุปประสบการณ์ต่างๆ ได้เป็น <strong>&#8220;มาตรฐาน&#8221; </strong>ของการสอนได้ในระดับหนึ่ง มาตรฐานนี้ก็คือ ในระหว่างที่ฝึกภาคปฏิบัติ ต้องทำอย่างไร มีวิธีการอยู่ ซึ่งถ้าทำได้ตามมาตรฐานนี้แล้ว ผู้ได้รับการฝึกในรอบนั้นๆ ต้องเห็นธรรมได้ไม่่ต่ำกว่า 80% ขึ้นไป อย่างนี้เป็นต้น</p>
<p>แต่การสอนในภาคปฏิบัติแม้ว่าจะได้ผลในระดับหนึ่งแล้ว แต่ส่ิงที่ยังต้องพัฒนาต่อไปอีกก็คือ <span style="color: #000080;"><strong>จะทำอย่างไรให้ผู้ได้รับการฝึกเห็นคุณค่าของวิชาธรรมกายและนำไปประยุกต์ให้เข้ากับหน้าที่การงาน หรือประโยชน์ของผู้ได้รับการฝึกได้</strong></span></p>
<p>สรุปออกมาง่ายๆ ก็คือ ปัญหา ณ ยุคปัจจุบันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ไก่ไม่ได้พลอย หรือหาพลอยไม่ได้&#8221; แต่อยู่ที่ &#8220;ทำอย่างไร? ให้ไก่รู้ค่าของพลอย&#8221;</strong></span> นั่นก็คือ ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่คนไม่เห็นธรรม หรือเข้าถึงวิชาธรรมกายไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ทำอย่างไร ให้คนเห็นค่า และนำวิชาธรรมกายไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&#8221;</strong></span> มากกว่า</p>
<p>นี่คือความยากและท้าทายที่ต้องช่วยกันพัฒนาต่อไปครับ</p>
<p>คำว่า<strong><span style="color: #000080;"> &#8220;คุณภาพ&#8221;</span></strong> นั้น ตอนนี้ผ่านในส่วนของวิชาธรรมกาย กล่าวคือ ผู้ได้รับการฝึก สามารถเห็น หรือเข้าถึงวิชาได้ถูกต้อง  นี่คือคุณภาพของการฝึก แต่คุณภาพที่ขาดไปนั้น คือในส่วนของการนำไปประยุกต์นั่นเองที่ขาดไป</p>
<p>แต่ในเบื้องต้นนั้น เมื่อพิจารณาจากทรัพยากรที่จำกัดแล้ว คุณภาพในส่วนของวิชาธรรมกาย ผ่านก็ถือว่าใช้ได้แล้วในระดับหนึ่งตามความคิดผม</p>
<p>และต่อจากนี้ไป ผมจะเขียนประสบการณ์การสอน และนำเทคนิคกลวิธีในการสอนภาคสนาม  มาถ่ายทอดไว้ ณ blog แห่งนี้ ไว้ให้สำหรับท่านวิทยากร หรือท่านที่อยากจะสรา้งบารมีโดยการสอนวิชาธรรมกาย ที่เป็นบารมีใหญ่ บุญใหญ่ ให้ได้ทราบวิธีการที่ถูกต้อง อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกเป็นสิบๆ ปี และจงรีบต่อยอดวิธีการต่างๆ ที่เราได้บอกไว้นี้ เพื่อใ้ห้วิชาธรรมกายนั้น คงอยู่และขยายก้าวไกลออกไปเป็นสำคัญครับ</p>
<p>แต่ข้อเตือนใจที่อยากบอกไว้ก่อนก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ทุกอย่างนั้นไม่ง่าย และล้วนต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึก และเพาะบ่มทั้งสิ้น</strong></span> ผมและทีมงานไม่ใช่ผู้วิเศษที่สามารถเนรมิต หรือเสกให้ท่านสามารถบรรลุธรรมชั้นสูงได้ในระยะเวลาสั้นๆ ได้</p>
<p>ดังนั้น จงอย่าดูแคลนงานง่ายๆ น่าเบื่อ อาทิ การต่ิอวิชาเบื้องต้น ซึ่งไม่ใช้ทำเพียง 5-10 ครั้งก็ทำไ้ด้ชำนาญแล้ว จงคิดไว้เสมอว่า <strong>&#8220;มันมีอะไรมากกว่าที่ท่านคิด&#8221;</strong></p>
<p>และ&#8230;</p>
<p>ถ้าท่านอยากสอนได้ผล <span style="color: #ff0000;"><strong>ทำน้อยแต่ได้ผลมาก</strong></span> ขอใ้ห้ศึกษาอยากผู้รู้ ให้เจนจัดในความรู้และทักษะต่างๆ โดยเฉพาะ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ทักษะพื้นฐานในการเข้าต่อวิชา&#8221; </strong></span>ให้ดี  แล้วจงนำจุดแข็งของท่านไปเสริม เติมเต็มกับจุดแข็งของท่านอื่น ในระบบทีม<strong> เข้าใจ จริงใจ และให้อภัย</strong> แล้วจะทำให้การสอน การเผยแพร่ ดำเนินไปได้อย่างกว้าไกล โดยได้ทั้ง <strong>&#8220;คุณภาพ&#8221; </strong>และ <strong>&#8220;ปริมาณ&#8221; </strong>ครับ</p>
<p>คนในโลกนี้มีมากมาย แต่ครูที่จะสอนวิชาธรรมกายมีเพียงเสี้ยว ถ้าอยากสร้างบารมีแล้ว วิธีการมีอยู่ตรงหน้า จะไปลองผิดลองถูกในสิ่งที่คนอื่นได้ทำมาแล้วทำไม? เสียเวลา เสียพลังงาน จงรีบเรียนจากความผิดพลาดของผม กับวิทยากรที่ได้ผ่านงานมาอย่างโชกโชคแล้วเถิดครับ</p>
<p>แล้วท่านจะรู้ด้วยตัวท่านเองว่า ท่านสามารถใช้เวลาที่มี่ค่าของท่านอันน้อยนิด มาสร้างบารมีในบทบาทของฆราวาสผู้ครองเรือนได้อย่างมากมาย โดยได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221; ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งหมดนี้การันตีด้วยประสบการณ์การสอนดังที่ผมได้กล่าวมาให้ท่านได้ฟังครับ</p>
<p>ขออาราธนาบารมีของธรรมภาคขาวทุกพระองค์ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จในการสร้างบารมีตามที่ท่านปรารถนาทุกประการครับ สวัสดีครับ</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=265&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แปลงนามธรรม ให้เป็นรูปธรรม อำนาจในการเลือกสิ่งที่ต้องการ</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/19/change-abstract-to-concrete/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/19/change-abstract-to-concrete/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 03:45:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[นามธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[รอยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[รูปธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สันดาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่ต้องการ]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจในการเลือก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[แปลงนามธรรม ให้เป็นรูปธรรม อำนาจในการเลือกสิ่งที่ต้องการ
You are what you think: คุณคือสิ่งที่คุณคิด!
สวัสดีครับทุกๆ คน วันนี้ผมกับทีมงานได้มาสอนกันที่ ร.ร.บางยี่ขันธ์วิทยาคม สำนักงานเขตบางพลัด กทม. ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยทางเข้าเยื้องๆ กับบ้านของท่านบรรหาร ศิลปอาชาครับ วันนี้เดินทางมาตอนเช้า มีรถติดหน้าบ้านท่านบรรหารมาก ไ่ม่ทราบว่ามีงานอะไรกัน ยังดีที่มาเช้าครับ เลยมาที่โรงเรียนได้ทันเวลาพอดีื วันนี้ทางโรงเรียนให้นักเรียนบางส่วนเดินทางไปทำกิจกรรมในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์กันครับ และก็ได้แบ่งนักเรียนส่วนที่ไม่ได้ไป ให้มาร่วมกิจกรรมกับเรา ซึ่งท่านสามารถดูรูปบรรยากาศในการสอนได้ในเว็บนี้ ซึ่งเราจะ Update เกือบทุกวันอยู่แล้วครับ
สำหรับผมเองเพิ่งจะหายจากป่วย ก็เป็นหวัดธรรมดา ไม่ได้เป็นหวัดสายพันธ์ใหม่หรอกนะครับ อาจจะเกิดมาจากที่ผมพักผ่อนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าก็ได้ ช่วงหลังมานี้พักผ่อนน้อยจริงๆ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>แปลงนามธรรม ให้เป็นรูปธรรม อำนาจในการเลือกสิ่งที่ต้องการ</h1>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>You are what you think</strong></span>: คุณคือสิ่งที่คุณคิด!</p>
<p>สวัสดีครับทุกๆ คน วันนี้ผมกับทีมงานได้มาสอนกันที่ <strong>ร.ร.บางยี่ขันธ์วิทยาคม สำนักงานเขตบางพลัด กทม.</strong> ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยทางเข้าเยื้องๆ กับบ้านของท่านบรรหาร ศิลปอาชาครับ วันนี้เดินทางมาตอนเช้า มีรถติดหน้าบ้านท่านบรรหารมาก ไ่ม่ทราบว่ามีงานอะไรกัน ยังดีที่มาเช้าครับ เลยมาที่โรงเรียนได้ทันเวลาพอดีื วันนี้ทางโรงเรียนให้นักเรียนบางส่วนเดินทางไปทำกิจกรรมในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์กันครับ และก็ได้แบ่งนักเรียนส่วนที่ไม่ได้ไป ให้มาร่วมกิจกรรมกับเรา ซึ่งท่านสามารถดูรูปบรรยากาศในการสอนได้ในเว็บนี้ ซึ่งเราจะ Update เกือบทุกวันอยู่แล้วครับ</p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-253" style="margin: 10px;" title="180_key-of-success" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/180_key-of-success.jpg" alt="180_key-of-success" width="310" height="275" />สำหรับผมเองเพิ่งจะหายจากป่วย ก็เป็นหวัดธรรมดา ไม่ได้เป็นหวัดสายพันธ์ใหม่หรอกนะครับ อาจจะเกิดมาจากที่ผมพักผ่อนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าก็ได้ ช่วงหลังมานี้พักผ่อนน้อยจริงๆ เพราะช่วงกลางวันออกไปสอน กลับมาทำงาน กว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเลยทีเดียว จากที่ร่างกายอ่อนเพลียสะสมมานาน พอถึงจุดหนึ่งก็รับไม่ไหวเป็นธรรมดา ผมก็เลยต้องหาโอกาสได้พักบ้างครับ ทุกๆ ท่านก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะครับ จะได้มีแรงในการทำงาน และสร้างบุญบารมีให้กับตัวเองได้นานๆ</p>
<p>วันนี้ผมนึกถึงความคิดถึงคำที่ว่า <strong>&#8220;คุณคือสิ่งที่คุณคิด&#8221; </strong>คล้ายๆ กับคำว่า คุณคือสิ่งที่คุณทานเข้าไป นั่นเอง ความหมายไม่ต้องตีความก็คือ <strong>คิดอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น</strong> นั่นเอง</p>
<p>ในกระบวนการทางจิตนั้น ถ้าเริ่มมาจากการที่เรารับสิ่งเร้าต่างๆ ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้ง 6 ด้วยกัน เมื่อรับเข้ามาแล้ว ก็ต้องผ่านกระบวนการตีความของใจอีก เนื้อหาส่วนนี้ ท่านสามารถหาอ่านได้จากหนังสือมรรคผลพิสดาร ภาคที่ 1 ได้นะครับ ในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายไว้แล้วว่าการทำงานของใจนี้มีกระบวนการอย่างไร?</p>
<p>มาต่อกันนะครับ เมื่อสิ่งเร้าต่างๆ ผ่านกระบวนการตีความของใจแล้ว ซึ่งจะตีความอย่างไรนั้น แต่ล่ะคนก็แตกต่างกันไปตามอินทรีย์ หรือองค์ประกอบต่างๆ ของแต่ล่ะคน ซึ่งจะตีความแล้วสิ่งนั้นก็จะเกิดเป็นภาพในใจที่จะสั่งการให้ร่างกายภายนอกได้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไป และเมื่อได้แสดงพฤติกรรมนั้นๆ ออกไปบ่อยครั้งเข้า ภายนอกเราก็จะเรียกว่า &#8220;นิสัย&#8221; ถ้าบ่อยมากขึ้นไปอีกก้จะเรียกว่า &#8220;สันดาน&#8221; นั่นเอง นี่คือสิ่งเรียกภายนอก ถ้าเป็นนิสัยภายในนั้น เราเรียกกันว่า <strong>&#8220;รอยใจ&#8221; </strong>นั่นเอง</p>
<p>ดังนั้น ปัจจัยที่ทำให้เราสามารถควบคุมจิตใจได้เต็มที่นั่นก็คือ การคุมใจของเรานั่นเอง โดยการเปลี่ยน &#8220;รอยใจ&#8221; ของเราให้เป็นไปในสิ่งที่เราต้องการ ตอนนี้เรารู้แล้วว่า ถ้าจะเปลี่ยนนิสัย หรือชะตากรรมของเรา เราสามารถเปลี่ยนได้ที่ใจ</p>
<p>แต่</p>
<p>เราจะมีกำลังใจพอที่จะสู้กับแรงต้าน หรือรอยใจทางลบ ซึ่งส่งผลต่อนิสัยของเราได้หรือไม่</p>
<p>ท่านต้องสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดกับจิตใจโดยการฝึกใจ และสร้างบารมีเพิ่มขึ้นนั่นเอง แล้วท่าน แล้วท่านจะสามารถเลือกและกำหนดชะตาชีวิตของท่านได้ ด้วยตัวของท่านเอง</p>
<p>ถ้าท่านได้อ่านหนังสือที่สอนเกี่ยวกับความสำเร็จทั้งหลาย หนึ่งในนั้นที่ผมแนะนำก็คือ หนังสือที่เขียนโดย <strong>นโปเลียน ฮิลย์ </strong>ที่ชื่อว่า <strong>The Law of success </strong>หรือหนังสือแนวพัฒนาตัวเองทั้งหลายนั้น ต่างก็สอนกันว่า ให้เราคิดถึงความสำเร็จที่เราต้องการไว้เสมอๆ แล้วสิ่งนั้นก็จะค่อยๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาตามที่เราต้องการ ซึ่งผมเองก็ได้ทดลองและได้มากับตัวเอง</p>
<p>โดยที่ผมจะคิดถึงสิ่งที่ผมต้องการขึ้นมา แล้วทำภาพนั้นให้ชัดเจนในใจ วันแล้ววันเล่า ไม่นานสิ่งต่างๆ ที่คิด ก็จะค่อยๆ เริ่มแปรสภาพของของจริงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ขอยกตัวอย่างของผมเอง ในตอนนี้ที่ผมเรียนอยู่ในมหวิทยาลัยนั้น ผมเข้าที่รามคำแหง และเลือกที่จะเรียนด้วยตัวเอง ผมไม่ชอบอยู่ในกรอบ แต่ผมมีหลักมีจุดยืนของตัวเอง ตอนนั้นผมอยู่ ปี 1 ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานสอน และก็ได้ออกไปสอนกับพ่อแม่มาตลอดตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้แทบไม่ได้ขาด ไปสอนจนกระทั่งหลายๆ คนเป็นห่วงว่า จะเรียนไม่จบ</p>
<p>ตอนนั้นผมคิดว่า ผมสามารถทำได้ และจะให้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วย แต่ตอนนั้นคิดเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร (แค่คิดเล่นๆ เท่านั้นนะครับ) แต่ลึกๆ เชื่ออยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ผมก็สอนไปช่วงกลางวัน กลางคืนกลับมาอ่านหนังสือ จัดเวลาไปเข้า lab ที่มหาวิทยาลัยบ้าง จัดเวลาไปสอบ บริหารเวลาอย่างดีทีเดียว ซึ่งผลก็คือ ผมมีเกรตเฉลี่ยในระดับเกีียรตินิยมอันดับหนึ่งพอดี นี่คือความอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเป็นไปได้สำหรับผม</p>
<p>ผมเชื่อว่า ทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งก็น่าจะเกิดจากอำนาจบารมีที่ผมได้สร้างไว้ และจากการฝึกใจ หรือเดินวิชาตามแนววิชาธรรมกาย ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นั่นเองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จต่างๆ เหล่านี้เข้ามาในชีวิตได้</p>
<p>ดังนั้น ศึกษาเถิดครับ ทุกอย่างนั้นเป็นของจริงที่ผมและทีมงานและคนอีกหลายๆ คนที่ได้เรียนรู้สัมผัสมาแล้วประสบความสำเร็จมานับต่อนับแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="cursor: -moz-zoom-out;" src="http://www.abundancehighway.com/wp-content/uploads/2007/12/success.jpg" alt="http://www.abundancehighway.com/wp-content/uploads/2007/12/success.jpg" width="520" height="389" /></p>
<p>ไม่เพียงแต่ทางโลกนะครับ ทางธรรมก็จะเจริญไปด้วยโดยที่ท่านไม่รู้ตัวทีเีดียว ดังนั้น</p>
<blockquote><p>หากท่านอยากเรียนได้ประสบความสำเร็จ</p>
<p>หากท่านอยากให้หน้าที่การงานราบรื่น</p>
<p>หากท่านอยากให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง</p>
<p>หากท่านอยาก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p></blockquote>
<p>โปรดอย่าได้ลืมการฝึกใจของเราให้เกิดกำลัง เกิดอิทธิฤทธิ์ เกิดเป็นธาตุสำเร็จ เพราะกายกับใจนั้น สัมพันธ์กัน แยกจากกันไม่ได้ อย่ามุ่งทางโลก หาความสุขทางโลกจนเพลินและละเลยกับการฝึกใจ เพราะนี่คือเหตุของผลทั้งปวง</p>
<p>คนถูกบังคับด้วย &#8220;ใจ&#8221; คุมใจได้ คุมคนได้ คุมคนได้ คุมทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด</p>
<p>นี่คือสิ่งที่ผมคิดได้สำหรับวันนี้ครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็๋จตามที่ท่านปรารถนาไว้ทุกประการ เจอกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับทุกคน :D</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=136&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/19/change-abstract-to-concrete/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 03:44:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหมือน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีม]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ใจกว้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง
สวัสดีเพื่อนๆ ในธรรมทุึกท่านเลยครับ วันนี้วันจันทร์และผมกับทีมงานก็กำลังทำงานสอนอยู่ที่ ร.ร.วัดกระจับพินิจ สำนักงานเขตธนบุรี กทม. ครับ แต่เมื่อเช้ามานี้รถติดมากๆ  เป็นธรรมดาของเช้าวันจันทร์ของชีวิตชาวกรุงครับ ระยะทางเพียงแค่ 20 กิโลเมตรกว่าๆ ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงทีเดียว
ส่วนในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปสอนน้องคนหนึ่งที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญครับ ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง ที่เหลือก็ขึ้นอยุ่กับความเอาจริงเอาจัง ของน้องเค้าแล้วหละครับว่า ต้องการที่จะเอาวิชาไปแค่ไหน แต่จากการที่ได้พูดคุยกันกับน้องเค้านั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟัง เพื่อเป็นการ Share ข้อมูลกัน โดยผมจะเสนอในมุมมองของผมนะครับ
โดยประเด็นที่ต้องการนำเสนอนั้นก็คือ ในขณะที่คุยโทรศัพท์กันนั้น ผมได้ถามน้องเค้าไปว่า เรียนอยู่ชั้นไหน? ซึ่งน้องเค้าก็ตอบกลับมาว่า &#8220;ทำไมพี่ไม่ลองเอาธรรมกายดูเอาล่ะว่า เรียนอยู่ชั้นไหน?&#8221; ซึ่งคำตอบนี้อาจจะต้องการรู้จริงๆ หรือเพียงต้องการเย้าเล่นก็เป็นไปได้ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง</h1>
<p>สวัสดีเพื่อนๆ ในธรรมทุึกท่านเลยครับ วันนี้วันจันทร์และผมกับทีมงานก็กำลังทำงานสอนอยู่ที่ ร.ร.วัดกระจับพินิจ สำนักงานเขตธนบุรี กทม. ครับ แต่เมื่อเช้ามานี้รถติดมากๆ  เป็นธรรมดาของเช้าวันจันทร์ของชีวิตชาวกรุงครับ ระยะทางเพียงแค่ 20 กิโลเมตรกว่าๆ ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงทีเดียว</p>
<p>ส่วนในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปสอนน้องคนหนึ่งที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญครับ ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง ที่เหลือก็ขึ้นอยุ่กับความเอาจริงเอาจัง ของน้องเค้าแล้วหละครับว่า ต้องการที่จะเอาวิชาไปแค่ไหน แต่จากการที่ได้พูดคุยกันกับน้องเค้านั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟัง เพื่อเป็นการ Share ข้อมูลกัน โดยผมจะเสนอในมุมมองของผมนะครับ</p>
<p>โดยประเด็นที่ต้องการนำเสนอนั้นก็คือ ในขณะที่คุยโทรศัพท์กันนั้น ผมได้ถามน้องเค้าไปว่า เรียนอยู่ชั้นไหน? ซึ่งน้องเค้าก็ตอบกลับมาว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ทำไมพี่ไม่ลองเอาธรรมกายดูเอาล่ะว่า เรียนอยู่ชั้นไหน?&#8221;</strong> </span>ซึ่งคำตอบนี้อาจจะต้องการรู้จริงๆ หรือเพียงต้องการเย้าเล่นก็เป็นไปได้ ทำให้ผมนึกถึงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในแวดวงของการศึกษาธรรมกายว่า มักที่จะใช้เกณฑ์ตัวนี้เป็นตัวชี้วัดว่า คนไหนเป็นธรรมกายได้แก่่กล้าจริง</p>
<p>ซึ่งก็ถูกในระดับหนึ่งครับ แต่ไม่ทั้งหมด</p>
<p>เพราะว่า<span style="color: #ff6600;"> </span><strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;เป็นธรรมกายเหมือนกัน แ่ต่ไม่เหมือนกัน&#8221;</span> </strong>นั่นเอง ครูของเราได้บอกไว้ว่า จะหาคนที่เก่งรอบด้านเหมือนกับหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น หายากยิ่งนัก</p>
<p>เอาล่ะครับ ลองมาดูประเด็นของคำว่า <strong>&#8220;เป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง&#8221; </strong>นั้น หมายถึงอะไร?</p>
<p>จำได้ไหมครับว่า ที่ผ่านมา ผมได้บอกไว้ว่า วิชาธรรมกายนั้น คือ เครื่องมือที่จะนำไปสู่การค้นพบสิ่งต่างๆ อันได้แก่ ความรู้เร้นลับอันจะนำไปสู่การดับทุกข์ ภัย โรค ต่างๆ นั่นเอง คำว่า &#8220;เครื่องมือ&#8221; นั้น ถ้าคิดตามประสาเรา โดยใช้สามัญสำนึกก็มีหลากหลาย เปรียบเหมือนทหาร ก็มีหลากหลายเหล่านั้่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-250" title="teamwork" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/teamwork.jpg" alt="teamwork" width="413" height="413" /></p>
<p>ทักษะพื้นฐานของทหารนั้น ต้องสามารถยิงปืนได้ มีทักษะทางการรบต่างๆ แต่แยกเหล่าออกไปตามความถนัด และหน้าที่ของแต่ล่ะคน เช่น หทารราบ ทหารอากาศ ทหารเรือ เป็นต้น</p>
<p>การเป็นธรรมกายนั้น ก็เหมือนกัน คือ โดยพื้นฐานแล้ว ต้องสามารถแก้ทุกข์ ภัยโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสามารถเฉพาะตน เช่น ญาณทัสสนะ อิทธิฤทธิ์ต่างๆ ความสามารถในการสอน ฯลฯ นั้น แตกต่างกันไปแต่ล่ะคน เท่าที่ผมเจอมานั้น บางคนเป็นธรรมกาย เห็นวิชาชัด แต่ทำวิชาแก้โรคไม่ได้ สอนก็ไม่ค่อยได้ แต่บางคนเห็นวิชาไม่ชัด แต่กลับสอนได้ผลดีอย่างน่าอัศจรรย์ หรือบางคน เห็นวิชาไม่ชัด สอนก็ไม่เก่ง แต่กลับสามารถมีฤทธิ์ในทางแก้โรคได้ อย่างนี้ก็มี</p>
<p>ในทัสสนะของผมนั้น ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน คงไม่มีใครบอกนะครับว่า คนเก่งเลขนั้น เก่งกว่านที่เก่งกีฬา</p>
<p>เพราะ<strong>คนเรานั้น ล้วนแต่เก่ง และมีจุดเด่นไปคนล่ะแบบ </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img style="cursor: -moz-zoom-in;" src="http://gotoknow.org/file/mhsresearch/teamwork.jpg" alt="http://gotoknow.org/file/mhsresearch/teamwork.jpg" width="329" height="419" /></p>
<p>และการที่จะสามารถมองให้ออกว่าใครนั้นเ่ด่นไปทางไหนได้นั้น ต้องอาศัยความใจกว้างและยอมรับในความสามารถของแต่ล่ะคน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็รู้กันอยู่แล้ว และก็รู้กันดีอีกว่า เรื่องอย่างนี้ พูดง่าย ทำยาก</p>
<p>ดังนั้น ขอโยงความไปถึงคนที่เป็นธรรมกาย เป็นวิชา หรืออยู่ในระหว่างการศึกษาเรียนรู้ ก็ขอให้เปิดใจกว้างในการที่จะยอมรับคนอื่น ที่แตกต่างจากเรา มองให้ออกว่า เรา เขา มีจุดเด่นจุดด้อยทางใด เอาจุดเด่่นเราเข้าช่วยเขา แล้วเขาก็จะเอาจุดเด่นของเขามาเติมเต็มจุดด้อยของเรา  ทำกันเป็นทีมได้อย่างนี้ งานการอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยดีครับ ตัวอย่างเช่น</p>
<p>บางคนเห็นวิชาชัด บางคนสอนเก่ง บางคนมีเหตุมีผล บางคนมีอำนาจบารมี เพียงแค่เดินมา คนก็เกรงอกเกรงใจ ถ้ามาร่วมกันทำความดี หรือสร้า้งบารมีร่วมกัน ก็สามารถทำให้งานสร้างบารมีนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี</p>
<p>และสำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นวิชานั้น ก็อย่าได้มองง่ายๆ เพียงมุมเดียวว่า คนที่เป็นธรรมกายต้องเห็นเท่านั้น เพราะว่าถึงแม้ท่านจะไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัด ท่านก็สามารถศึกษา เรียน และใช้วิชาธรรมกายให้เป็นประโยชน์กับตัวของท่านได้</p>
<p>หาตัวเองให้เจอซิครับว่า ท่านเด่นไปในทางไหน ถึงท่านไม่เห็น ท่านอาจจะสามารถทำความเข้าใจกับวิชาธรรมกายได้ ก็เป็นไปได้ ถ้าท่านรู้ว่า่ท่านเด่นทางนี้ ก็จงอ่านตำราให้จบทุกหลักสูตร แล้วสร้างบารมีประกอบควบคู่ไปด้วย ไม่นานจากที่ไม่เห็นก็จะเริ่มเห็น และจากที่เห็นเลือนๆ รางๆ ก็จะเริ่มชัดขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>ดังนั้น <strong>จับประเด็น จับจุดสำคัญให้ได้ว่า เรามาศึกษาวิชาธรรมกายทำไม?</strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>จงหาความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างบารมีเรื่อยไป ไม่นานความเห็นหรือญาณทัสสนะและความสำเร็ต่างๆ ก็จะค่อยๆ ตามมาเป็นเงาตามตัวนั่นเอง</strong></span></p></blockquote>
<p>และขอบอกไว้ว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรง่าย ต้องใช้เวลา แต่วิธีการที่เหมาะสม จะช่วยย่นระยะเวลาไปได้มากทีเดียว</p>
<p>สำหรับฉบับนี้ขอเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่ในฉบับต่อไปครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ และประสบความสำเร็จในการเรียนและศึกษาวิชาธรรมกายทุกคนเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=134&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้ และ บารมี การเรียนรู้วิชาธรรมกายแบบคู่ขนาน</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/14/knowledge-power-parllel-education-technique/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/14/knowledge-power-parllel-education-technique/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 03:32:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การหาความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเรียนรู้วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เสารองไห้้]]></category>
		<category><![CDATA[เสาไห้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=129</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ความรู้&#8221; และ &#8220;บารมี&#8221; การเรียนรู้วิชาธรรมกายแบบคู่ขนาน
สวัสดีครับเพื่อนในธรรมทุกๆ คน
ขณะนี้ผมได้ร่วมทำงานสอนอยู่ที่ ร.ร. บัวแก้วเกษร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี อยู่ครับ ร.ร.นี้มีจุดที่ไม่สะดวกในเรื่องของสื่อการเรียนการสอน นั่นคือ เครื่องฉาย Projector ที่มองไม่ค่อยชัด ทำให้การสอนไม่สนุกได้ถึงใจเท่าไหร่ ส่วนเมื่อวานนี้ได้ไปสอนกันที่จังหวัดสระบุรี ในอำเภอเสาไห้ และอำเภอเมือง


โดยที่ผมได้บอกไว้ใน Twitter ว่า คำว่า &#8220;เสาไห้&#8221; นี้มีตำนานที่มาที่ไป ซึ่งผมได้รับฟังมาจากท่านรองของ ร.ร.อนุบาลเสาไห้ครับ โดยตำนานที่ว่าต่อๆ กันมานี้ก็คือ คำว่า &#8220;เสาไห้&#8221; นั้น มาจากคำเต็มๆ ว่า &#8220;เสาร้องไห้&#8221; นั่นเอง ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;ความรู้&#8221; </strong>และ<strong> &#8220;บารมี&#8221; </strong>การเรียนรู้วิชาธรรมกายแบบคู่ขนาน</p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนในธรรมทุกๆ คน</p>
<p>ขณะนี้ผมได้ร่วมทำงานสอนอยู่ที่<strong> ร.ร. บัวแก้วเกษร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี </strong>อยู่ครับ ร.ร.นี้มีจุดที่ไม่สะดวกในเรื่องของสื่อการเรียนการสอน นั่นคือ เครื่องฉาย Projector ที่มองไม่ค่อยชัด ทำให้การสอนไม่สนุกได้ถึงใจเท่าไหร่ ส่วนเมื่อวานนี้ได้ไปสอนกันที่จังหวัดสระบุรี ในอำเภอเสาไห้ และอำเภอเมือง</p>
<p align="center">
<input src="http://thainews.prd.go.th/news/pictures/image/scoop160808-1/11.jpg" type="image" /></p>
<p>โดยที่ผมได้บอกไว้ใน Twitter ว่า คำว่า <strong>&#8220;เสาไห้&#8221; </strong>นี้มีตำนานที่มาที่ไป ซึ่งผมได้รับฟังมาจากท่านรองของ ร.ร.อนุบาลเสาไห้ครับ โดยตำนานที่ว่าต่อๆ กันมานี้ก็คือ คำว่า <strong>&#8220;เสาไห้&#8221; </strong>นั้น มาจากคำเต็มๆ ว่า<strong> &#8220;เสาร้องไห้&#8221;</strong> นั่นเอง โดยเสาที่ร้องไห้นี้ก็เพราะตำนานว่าไว้ 2 แบบด้วยกัน ตำนานหนึ่งว่าไว้ว่า เสาต้นนี้เป็นเสาที่ทางการตัดไปเพื่อไปทำเสาหลักเมืองที่กรุงเทพฯ แต่ว่า ไม่ผ่านการคัดเลือกเนื่องจากปลายของเสาต้นนี้ไม่ตรง และอีกตำนานหนึ่งว่าไว้ว่า เสาต้นนี้ไปให้ทางการคัดเลือกไม่ทัน จึงทำให้เสาต้นนี้ลอยน้ำมาที่ อำเภอนี้ และได้ไปเขาฝันคนคนหนึ่งที่ อำเภอนี้ให้ไปเอาขึ้นมาไว้ที่ี่วัดสูง นี่จึงกลายมาเป็นตำนานของ อำเภอเสาไห้ นั่นเองครับ</p>
<p>เล่าสู่กันสนุกๆ ครับ เพราะเราสอนไปเที่ยวไป ได้ความรู้ ได้รู้ตำนานของท้องถิ่นนั้นๆ เพิ่มเติมก็มาเล่าสู่กันฟังครับ</p>
<p>สำหรับวันนี้ผมก็จะมาคุยกับทุกคนในเรื่องของ <strong>วิธีการเรียนรู้วิชาธรรมกาย</strong> ที่จะทำให้การเรียน การศึกษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหนึ่งในนั้น คือ วิธีการเรียนคู่ขนานสองทางระหว่าง การมุ่งหาความรู้ และการเพิ่มเติมเสริมบารมีของเราเอง ควบคู่กันไป ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องทำเช่นนี้</p>
<p>ในส่วนของ<strong> <span style="color: #ff0000;">&#8220;การหาความรู้&#8221;</span></strong><span style="color: #ff0000;"> </span>ทางวิชาธรรมกายนั้น เราจะสามารถเรียนรู้ได้จาก ตำรา หนังสือวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญที่ได้ทำเอาไว้ และจากประสบการณ์ภาคปฏิบัติ ซึ่งต้องนำมาสรุปมาเป็นองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>ในส่วนของ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;บารมี&#8221;</strong></span> นั้น ถ้าเปรียบก็เหมือนกับ กำลัง ประสบการณ์ หรือถ้าว่ากันทางโลกก็คือ &#8220;เงิน&#8221; ซึ่งจะทำให้เรามีความสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้</p>
<p>ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ ผมจะเปรียบการศึกษาวิชาธรรมกาย ให้เหมือนกับการเดินทาง โดยเริ่มจาก ถ้าเราจะเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง สมมุติว่าไปลำปาง (ไปเชียงใหม่เบื่อแล้ว ไปลำปางบ้าง)</p>
<p>ลองคิดตามผมโดยใช้สามัญสำนึกธรรมดาๆ กันนะครับ</p>
<p>เอาล่ะครับ <strong>&#8220;เป้าหมาย&#8221; </strong>นี้ก็เกิดจากการ <strong>&#8220;อธิษฐานบารมี&#8221;</strong> นั่นเอง การอธิษฐานหรือการตั้งเป้าหมายนั้น เกิดจากอะไรครับ? <strong>ก็เกิดจากความรู้นั่นเอง ว่า รู้ถึงไหน ก็ไปได้ถึงนั่น </strong>รู้ถึงลำปาง ก็ไปถึงลำปาง รู้ถึงเชียงใหม่ก็ไปได้ถึงเชียงใหม่ หรือว่า รู้แค่หน้าบ้านเราเอง ก็ไปได้แค่หน้าบ้านเรา ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ &#8220;ความรู้&#8221; นั่นเอง</p>
<p><img class="size-full wp-image-248 alignright" style="margin: 10px;" title="1163064363" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/1163064363.jpg" alt="1163064363" width="181" height="269" />เมื่อรู้แล้ว การจะไปถึงที่หมายได้นั้น ก็ต้องมาเลือกพาหนะสำหรับการเดินทาง บางคนมีบารมีมาก ก็มีรถไป บางคนบารมีน้อย ก็ต้องนั่งรถไฟไป หรือเดินไป นี่คือ บารมี ซึ่งจะทำให้การเดินทางนั้น สามารถไปได้ถึงจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ</p>
<p>ถ้ามีรถส่วนตัว เราก็จำเป็นต้องมีน้ำมัน และมีความรู้และทักษะในการควบคุมรถอีกด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ื ในระหว่างการเดินทางก็ต้องเจอกับปัญหา อุปสรรคต่างๆ มากมาย ซึ่งถ้าเรามีการเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว การเดินทางก็จะเป็นไปได้ง่ายดายมากขึ้น</p>
<p>ซึ่งถ้าเรามีทั้ง ความรู้ และ บารมีแล้ว การเดินทางของเราก็จะสามารถไปถึงที่หมายได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ตามความปรารถนา หรือจุดหมายที่เราได้ตั้งไว้ในใจแล้วนั่นเอง</p>
<p>การเดินทางก็ต้องใช้วิธีนี้ การศึกษาวิชาธรรมกายก็ต้องใช้วิธีนี้เช่นเดียวกันครับ แต่เวลาที่เรียน เราต่างก็เจออุปสรรคนานาประการ และศึกษาแบบไม่เป็นองค์รวม ศึกษาแบบตาบอดคลำช้าง ศึกษาแบบมองภาพมุมเดียว เช่น</p>
<p>การหาความรู้ทางวิชานั้น โดยมากเรามักที่จะ<strong>ศึกษาแบบมุ่งหลับตา หาความรู้ทางละเอียดอย่างเดียว</strong> ซึ่งผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด แน่นอนว่า ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัตินั้น ย่อมต้องหา และเกิดขึ้นแก่เราในขณะที่ฝึกแน่นอน แต่ว่า!!</p>
<p>ขอให้ท่านฉุกคิดขึ้นมาก่อนว่า การเรียนมีขั้นมีตอน ก่อนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เราก็ต้องศึกษาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ก่อนทดลอง ก่อนการเดินทาง เราก็ต้องศึกษาเส้นทาง อ่านแผนที่ หาความรู้จากคนรอบข้างก่อนว่า จะเดินทางไปเส้นไหนดี เส้นไหนจะปลอดภัย เส้นไหนควรหลีกเลี่ยง</p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>แต่!</strong></span></h2>
<p>ในขณะที่เราเรียนวิชาธรรมกาย เรากลับละเลยขั้นตอนนี้ไป โดยมุ่งนั่งหลับตาอย่างเดียว โดยไม่ยอมศึกษาจากทฤษฎี หรือจากผู้ที่เคยผ่านการเดินทางมาแล้วก่อน ทำให้เราต้องเสียเวลาในการลองผิดลองถูกไปนาน เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>ในเบื้องต้นนี้ผมจึงขอแนะนำให้ทุกท่านที่อยากศึกษาวิชาธรรมกายให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล โปรดได้อ่านตำราของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นแนวทางก่อน อ่านให้ถ้วนทั่ว ตีความให้แตก ไม่เข้าใจประเด็นไหนให้ถาม ไม่ใ่ช่คิดเองเออเอง อ่านแล้วทดลองฝึกดูซิว่า เป็นไปตามที่หลวงพ่อท่านบอกไว้หรือไม่? อย่างไร? เพราะอะไร? จนเจนจัดดีแล้ว เมื่อนั่น ท่านก็พร้อมที่จะออกเดินทางไป เพื่อหาความร้ใหม่ๆ ต่อได้แล้ว</p>
<p>นี่คือมุมมองในด้านความรู้ แ่ต่ถ้าท่านละเลยการสร้างบารมีล่ะก็ แสดงว่า ท่านไม่มีศักยภาพที่เพียงพอจะย่อยความรู้ที่หลวงพ่อท่านได้สอนไว้ได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง</p>
<p>ท่านอย่าลืมว่า บารมีของท่าน กับของหลวงพ่อ หรือครูบาอาจารย์ของท่านนั้นต่างกัน</p>
<p>เมื่อบารมีต่างกัน การจะมองอะไร การจะแยกย่อย วิเคราะห์อะไร ก็ย่อมต่างกันไปด้วย ถ้าเปรียบเหมือนกับท่านมีกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 10 เท่า ส่งดูเชื้อโรค ต่อให้ท่านส่องให้ตาย ส่องทั้งปี ก็มองไม่เห็น แต่ทำไมหลวงพ่อท่านมองเห็น <strong>เพราะท่านมีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน กำลังขยายเป็นพันๆ เป็นหมื่นๆ เท่า นั่นเอง</strong> ทำให้ท่านสามารถมองเห็นเชื้อโรค และหาทางกำจัดออกไปได้</p>
<p>นี้เป็นเพราะว่า ท่านมีบารมี หรือก็คือ <strong>มีเครื่องมือที่ดีกว่าเรา</strong>นั่นเอง</p>
<p>ที่ว่ามานี้ ท่านเห็นความเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์ของ <strong>&#8220;ความรู้&#8221;</strong> และ <strong>&#8220;บารมี&#8221;</strong> แล้วใช่ไหมครับ ว่าท่านจำเป็นต้องสร้าง 2 อย่างนี้ไปควบคู่กันเสมอไป</p>
<p>และการสร้างบารมีก็เปรียบเหมือนกับการหาเงิน นั่นเอง ก็มีวิธีการหา มีกลยุทธ์ในการหา ที่ต้องใช้ความรู้มาประกอบอีก ซึ่งผมจะมาเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟังในโอกาสต่อๆ ไปครับ</p>
<blockquote><p>แนะนำให้เป็นรูปธรรมหน่อยก็คือ<span style="color: #ff0000;"> <strong>ให้ท่านอ่านหนังสือของหลวงพ่อสด ให้จบทุกหลักสูตร ถ้าไม่เข้าใจ ขอให้อ่านในรูปแบบขยายความ โดยในเว็บแห่งนี้ได้มีหนังสือให้ท่านได้ศึกษาทุกเล่มแล้ว และ้ในระหว่างนี้จงหาทางสร้างบารมีควบคู่ไปด้วยครับ</strong></span></p></blockquote>
<p>และถ้ามีโอกาส ถ้าทางเราได้จัดอบรม ก็มาฝึกกัน หรือมาสอบถามพูดคุยกันในเว็บบอร์ดก็ได้ครับ เรายินดีเสมอที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จตามที่ท่านต้องการ</p>
<p>สรุปนะครับ!</p>
<p>ดังนั้น <strong>ความรู้ก็ต้องหา บารมีก็ต้องสร้าง คู่กันเสมอไปครับ</strong> แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในการศึกษาวิชาธรรมกายอย่างแน่นอนครับ</p>
<p>ขอให้ทุกท่านมีความสุข และประสบความสำเร็จในวิชาธรรมกายตามที่ท่านปรารถนาทุกคนเลยนะครับ</p>
<p>สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=129&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/14/knowledge-power-parllel-education-technique/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตคือละครโรงใหญ่ ความผิดพลาด และการให้อภัย</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/11/life-is-drama-mistake-and-forgive/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/11/life-is-drama-mistake-and-forgive/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 05:15:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Google Map]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดพลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฉากหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตคือละครโรงใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ชั้ว โอภาโส]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิตคือละครโรงใหญ่ ความผิดพลาด และการให้อภัย
สวัสดีครับทุกๆ คน
ตอนนี้ผมอยู่ที่พิษณุโลกครับ ผมพาแม่ไปหายายที่สวรรคโลกแล้วก็มาทำธุระที่พิษณุโลก ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ พอมีเวลาบ้างก็เลยมาขีดๆ เขียนๆ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ลงใน Blog แห่งนี้ให้กับทุกๆ ท่านได้รับทราบกันบ้าง
ห่างไปหลายวันเลยนะครับ ที่ผมไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึก ณ ที่นี่ แต่ถึงจะไม่ได้เขียน Blog ผมก็หาเวลาที่จะ Update ข่าวสารทาง Twitter อยุ่เสมอๆ ดังจากที่ทุกท่านจะได้รู้อยู่แล้ว ถ้าได้เข้ามาดูนะครับ เสียดายว่าตอนนี้ผมยังไม่มี Smart Phone ที่จะสามารถต่อเนตได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ ทำให้การ Update ก็อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ค่อยเป็นค่อยไป
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 2-3 ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ชีวิตคือละครโรงใหญ่ ความผิดพลาด และการให้อภัย</strong></span></p>
<p>สวัสดีครับทุกๆ คน</p>
<p>ตอนนี้ผมอยู่ที่พิษณุโลกครับ ผมพาแม่ไปหายายที่สวรรคโลกแล้วก็มาทำธุระที่พิษณุโลก ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ พอมีเวลาบ้างก็เลยมาขีดๆ เขียนๆ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ลงใน Blog แห่งนี้ให้กับทุกๆ ท่านได้รับทราบกันบ้าง</p>
<p>ห่างไปหลายวันเลยนะครับ ที่ผมไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึก ณ ที่นี่ แต่ถึงจะไม่ได้เขียน Blog ผมก็หาเวลาที่จะ Update ข่าวสารทาง Twitter อยุ่เสมอๆ ดังจากที่ทุกท่านจะได้รู้อยู่แล้ว ถ้าได้เข้ามาดูนะครับ เสียดายว่าตอนนี้ผมยังไม่มี <strong>Smart Phone</strong> ที่จะสามารถต่อเนตได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ ทำให้การ Update ก็อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ค่อยเป็นค่อยไป</p>
<p>จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 2-3 วันที่ผ่านมา ถ้าท่านติดตามทาง Twitter ก็คงเจอกับเหตุการณ์ที่ผมได้บอกไว้ว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ผมไปจุฬาและเบรกรถมีปัญหา และก็ผ่านมาได้ แต่ก็ลำบากยากเย็นพอสมควรทีเดียว จากเหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนให้ผม และอีกหลายๆ ท่านที่ขับรถว่า อย่าประมาท ผมโชคดีที่เบรกไม่ได้มีปัญหาตอนออกไปต่างจังหวัด แต่ถึงอย่างนั้น ในกรุงเทพแถวๆ มหาวิยาลัยจุฬาลงกรณ์ ก็หาอู่รถยากมากๆ ยิ่งเป็นวันอาทิตย์ด้วยแล้ว ยิ่งยากไปใหญ่ ดังนั้นนะครับ ถ้าขณะที่ขับรถแล้ว เกิดมีสัญญาณผิดปกติอะไรเกิดขึ้น เช่น มีเสียงดังก๊อกๆ ที่ล้อ หรือที่ไหนก็ตาม ให้รีบนำรถไปตรวจ อย่าผลัดวันประกันพรุ่งนะครับ</p>
<p>ตอนนี้รถที่ผมใช้อยู่นี้ ผมใช้ Toyata รุ่น 3 ห่วง อยู่ เป็นรถเก่าครับ แต่ถึงภายนอกจะเก่า แต่เครื่องและระบบต่างๆ ตอนนี้ก็แก้ไขไปเกือบจะทุกระบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ระบบสายไฟ เครื่อง ครัช ช่วงล่าง ยาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็จัดการระบบเบรกไป เหลือแต่สีครับ แต่ผมชอบโทรมๆ อย่างนี้แหละครับ คลาสสิกดี หายากนะครับสีเก่าๆ อย่างนี้ ต้องใช้เวลาถึงจะทำได้อย่างนี้ได้ครับ ภายนอกเ่ก่า แต่เครื่องแรงนะครับ  55555+</p>
<p>วันนี้ผมนั่งทำงานอยู่ ก็มีความคิดหนึ่งที่แว๊บเข้ามา เกี่ยวกับการที่เรานั้นลงมาเกิด ผนวกกับที่ไม่กี่วันมานี้ ผมได้สนทนากับคุณหมอนิพนธ์ใน Twitter ซึ่งท่านเองก็ทันสมัยไม่ใช่เล่น และชอบที่จะลองทุกอย่างใหม่ๆ อยู่เสมอเลยครับ ผมมีทุกวันนี้ได้ มีความคิดในทางวิชาธรรมกาย และไอเดียในการใช้ชีวิตได้ ก็เพราะคุณหมอนิพนธ์ ท่านนี้แหละครับ</p>
<blockquote><p>วันนั้นท่านบอกว่า <span style="color: #008000;"><strong>&#8220;มนุษย์เรานั้นก็เหมือนหุ่น ซึ่งต่างก็ถูกชัก โดยฉากหลัง&#8221; </strong></span></p></blockquote>
<p>ซึ่งถ้าเราได้ศึกษาวิชาธรรมกายมาบ้างแล้วจะเข้าใจว่า ประโยคนี้หมายความถึงอะไร&#8230;</p>
<p><img class="alignright" style="margin: 10px; cursor: -moz-zoom-in;" src="http://gotoknow.org/file/chotsuwan18/Y4557113-0.jpg" alt="http://gotoknow.org/file/chotsuwan18/Y4557113-0.jpg" width="247" height="372" />แต่ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านไม่เข้าใจ ผมอยากให้ท่านได้อ่านบทความของ <span style="color: #003366;"><strong>หลวงปู่ชั้ว โอภาโส</strong></span> ผู้เป็นญาติของ <span style="color: #003366;"><strong>หลวงพ่อ สด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ</strong></span> ที่ท่านได้เขียนบทความ (เขียนหรือเทศน์ ไม่แน่ใจครับ) ไว้ืชื่อว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ธาตุธรรม 3 ฝ่าย&#8221;</strong></span> ครับ ซึ่งเมื่อท่านอ่านได้แล้วท่านจะเข้าใจได้เลยว่า คำว่า &#8220;หุ่น&#8221; , &#8220;ฉากหลัง&#8221; ฯลฯ อะไรทำนองนี้คืออะไร?  ถ้าท่านอยากอ่าน เชิญไป Download<span style="color: #ff0000;"> <a href="http://www.4shared.com/file/28762181/a6601655/3_Thaddhams.html" target="_blank"><strong>โดยคลิ๊กที่นี่ครับ</strong></a></span></p>
<p>ผมจะค่อยๆ นำมาเล่าสู่ให้ฟังกันต่อไป แต่โดยคร่าวๆ นั้น เนื้อหาก็จะกล่าวไว้ว่า ตัวเรานั้น ถูกปกครองโดย 3 ภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาคพระ ภาคมาร และภาคกลางๆ หรือ ภาคดี ภาคชั่ว และภาคกลางๆ ไม่ดีไม่ชั่ว ธาตุธรรม 3 ฝ่ายนี้ต่างมาแย่งปกครองใจของเราตลอดเวลา และนี้ก็ทำให้เราสามารถตอบคำถามไ้ด้ว่า ทำไมบางทีเราถึงรู้สึกดี พูดดี คิดดี ทำดี แต่บางวัน เราหงุดหงิดทั้งวัน อารมณ์ไม่ดีอย่างไม่มีเหตุผล ฯลฯ</p>
<blockquote><p>วิชาธรรมกาย ได้อธิบายไว้ว่า<span style="color: #ff0000;"><strong> การที่เราเกิดสภาพใจไปตามลักษณะใดนั้น ก็เป็นเพราะว่า เราถูกปกครองใจของเรา โดยธาตุธรรมทั้ง 3 ฝ่ายนั่นเอง</strong></span></p></blockquote>
<p>คำที่ว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;มนุษย์เป็นหุ่น&#8221;</strong></span> นั้น ก็ด้วยประการนี้ แต่คนทั่วไป ที่ไม่เข้าใจและไม่รู้ในศาสตร์นี้ จึงไม่สามารถมองได้ลึกลงไปถึงระดับจิตใจนี้ได้ มองได้ก็แต่เพียงผิวเผิน เพียงแค่ภายนอก เช่น นาย ก เข้ามาด่าว่าเรา ถ้าเป็นคนทั่วไป ก็จะมองว่า นาย ก มาด่าเรา และเราก็จะโกรธ แต่ถ้าเป็นคนที่ได้ศึกษาวิชาธรรมกายมา ก็จะพอเข้าใจในระดับหนึ่งว่า ที่นาย ก มาด่าเราเช่นนี้ย่อมเกิดจากเหตุภายในที่ได้บังคับให้นาย ก ต้องแสดงพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ออกมา เป็นต้น</p>
<p>และแน่นอนว่า เราต่างก็เป็นมนุษย์ปุถุชน ซึ่งเต็มไปด้วยกิเลสมากมาย เราถูกกระทำเช่นนี้ก็ย่อมเกิดอารมณ์ เกิดความโกรธ ความแค้น เป็นธรรมดา</p>
<p>แต่ถ้าเราสามารถเข้าใจเช่นนี้ได้แล้ว ประโยชน์หนึ่งที่เราจะได้ก็คือ เราจะเข้าใจว่า สาเหตุที่เกิดขึ้น เป็นเพราะไม่ใช่เพราะนาย ก แต่เป็นเพราะ<span style="color: #ff0000;"> <strong>&#8220;ฉากหลัง&#8221; </strong></span>ที่มาบังคับให้นาย ก ต้องทำต่างหากที่เป็นเหตุ และต้องดับเหตุนั้นให้ได้ โดยใช้ความรู้ทางวิชาธรรมกายมาเป็นเครื่องมือในการดับนั้นนั่นเอง</p>
<blockquote><p>อย่าลืมนะครับว่า<span style="color: #ff6600;"><strong> &#8220;รู้&#8221;</strong> </span>ก็เรื่องหนึ่ง แต่จะทำได้หรือไม่ได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ <strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;บารมี&#8221;</span> </strong>ที่ท่านสร้างไว้ด้วย</p></blockquote>
<p>ผมเล่าเรื่องให้ฟังท่านๆ ฟังเพื่อกระตุกต่อมฮา  55555+</p>
<p>ผมต้องการจะกระตุ้นให้ท่านมีความอยากที่จะศึกษาวิชาธรรมกาย ซึ่งเป็นเนื้อหาวิชา ที่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้สอนเอาไว้นั่นเองครับ</p>
<p>เอาล่ะครับ  เมื่อเรารู้แล้วว่า มนุษย์เป็นเพียงแค่หุ่น คนไม่ว่าใครก็ตาม ต่างก็เป็นไปตามลักษณะนี้ทุกคน แม้ผมเองก็ไม่ยกเว้น ดังนั้น ถ้าใครทำไม่ดีกับเรา ก็จงให้อภัยเขาเถิดครับ เพราะในช่วงที่เขาได้ทำแย่ๆ กับเรานั้น เขาไม่ได้ถูกปกครองด้วยภาคพระเสียแล้ว พอภาคมารได้หลุดไปจากใจเขาแล้ว เพื่อนคนนั้น ก็กลับมาเป็นเพื่อนคนเดิม เกิดสำนึก ถ้าเราผูกโกรธไว้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้น ทั้งกับตัวเรา และตัวคนอื่นเขาด้วย</p>
<p>พลังงานของคนเรามีจำกัดครับ เวลาในโลกนี้ก็มีจำกัด ถ้าเรามัวแต่ใช้พลังงาน และเวลาไปในทางที่ไม่มีประโยชน์ ก็จะไม่เกิดผลดีอันใดกับตัวเรา</p>
<p>ท่านรู้สึกไหม เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิด เวลาที่ผมไปสอนตามโรงเรียน เห็นนักเรียนเล่นกีฬา วิ่งไล่กัน บางที ผมยังรู้สึกเลยว่า เหมือนเราเองเพิ่งวิ่งไล่กันมาเมื่อวานนี้เอง นึกแล้วก็ใจหาย</p>
<p>ดังนั้น<strong><span style="color: #ff0000;"> ขออย่าได้ประมาทในชีวิตครับ</span></strong></p>
<p>เขียนไปเขียนมาเริ่มหิืวข้าวแล้วครับ ก่อนจะจบบันทึกฉบับนี้ เมื่อวันก่อนนี้ ผมได้ใช้ <strong>Google Map</strong> มาใช้ในการตั้งเป้าหมายในการสอนธรรมให้ได้ทุกจังหวัดในประเทศไทยก่อนครับ</p>
<p>โดยโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือองค์กรใดที่ทีมงานเราได้ไปสอนแล้วก็จะถูก Mark ไว้ในแผนที่นี้ ซึ่งเมื่อทำออกมาดูแล้วก้ปลื้มใจ และเกิดกำลังใจที่จะทำความดีเรื่อยๆ ไปครับ ลองติดตามได้ในกระทู้นี้ก็แล้วกันนะครับ<span style="color: #ff0000;"><strong> <a href="http://forum.wisdominside.org/index.php?topic=880.msg2183#new" target="_blank">คลิ๊กที่นี่ได้เลยครับ</a></strong></span></p>
<p>เอาล่ะครับสำหรับวันนี้ขอยุติเพียงแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ อย่าลืมว่า ทุกอย่างอธิบายด้วยวิชาธรรมกายได้ และเวลามองคน ขอให้มองให้ทะลุไปยังระดับของ <strong>&#8220;ฉากหลัง</strong>&#8221; ครับ ผมเองก็กำลังพยายามอยู่ มีสิ่งใดให้ผมรับใช้ได้ก็ขอให้บอกมาครับ</p>
<p>สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขครับ สวัสดีครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-246" title="drama_assoc" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/drama_assoc.jpg" alt="drama_assoc" width="384" height="625" /></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=124&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/11/life-is-drama-mistake-and-forgive/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Meditation Tip: ทำอย่างไรจึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2009 11:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามยอดฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation Tip]]></category>
		<category><![CDATA[ชัดขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[นิ่งในนิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดเป็นตัวสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดในหยุด]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นชัด]]></category>
		<category><![CDATA[ใสในใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[Meditation Tip: ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่ โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ
เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+
วันนี้ผมก็ใช้ Twitter ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Meditation Tip: </strong></span>ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่<strong> โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. </strong>กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ</p>
<p><img class="alignleft" style="margin: 10px;" title="ห้องพุทธศาสนา โรงเรียนวัดท่าข้าม" src="http://lh5.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/SnpmemHYDqI/AAAAAAAAQL8/cF8arqiiFMc/s288/DSC03432.JPG" alt="" width="288" height="216" />เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+</p>
<p>วันนี้ผมก็ใช้<strong><span style="color: #ff0000;"> <a href="http://twitter.com/WisdomInside" target="_blank">Twitter</a> </span></strong>ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ผมว่ามีประโยชน์มากๆ ต่อไปเทรนของโทรศัพท์ที่เรียกกันว่า Smart Phone จะมาแน่ ต่อไปก็คงจะสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกครับ ตอนนี้ก็ทดลองใช้ไปก่อน</p>
<p>อีกอย่างที่เห็นประโยชน์ได้อย่างมากสำหรับเ้จ้า Twitter ก็คือ เป็นหลักฐานการทำกิจกรรมของผม เช่น การส่ง Fax ไปยืนยันการสอน ซึ่งแต่ก่อนนั้น การส่ง Fax มักจะมีปัญหาที่ Fax ไปไม่ถึงมือของผู้ดำเนินการหรือผู้ประสานงาน ซึ่งอาจจะเกิดมาจากหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือ ทางคนที่รับ Fax รับแล้วไม่ยอมเอาไปให้ หรือโมเมว่า ไม่ได้รับ ซึ่งบางทีพอเราไปถึงโรงเรียน ทางผู้ที่ัรับเรื่องก็บอกว่าไม่ได้รับเอกสาร ทำให้เราไม่ได้เข้าไปสอนก็มี บางทีสืบไปสืบมา ก็พบว่า ไปอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ธุรการที่ลืม ไม่ได้นำเสนอผู้บริหาร ก็มี ซึ่งทางเราเองก็ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้พอผมส่ง Fax เสร็จ ก็ประกาศทาง Twitter เลย โรงเรียนไหนมีปัญหา ก็เปิด Netbook ยืนยันต่อหน้าได้เลย แต่ก่อนได้แต่พูดปากเปล่า แต่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะครับ 55555+ อันนี้ต้องใช้วาทศิลป์ของผู้ติดต่อเอง ว่าจะแก้ปัญหายังไง</p>
<p>เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินวิชากันนะครับ</p>
<p>พูดถึงเรื่องการเห็นในทางวิชาแล้ว อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า <strong>&#8220;การเห็น&#8221;</strong> เป็นส่วนหนึ่งของการเดินวิชาเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่เห็นแต่มีวิชาบอก และใจสามารถทำตามได้ ก็จะสามารถทำวิชาได้ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นได้ อย่างที่ผมได้เปรียบไว้ว่า</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>คนตาบอดก็ทำหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดี ถ้ามีวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม<br />
</strong></span></p></blockquote>
<p>*** สำหรับคนที่ยังไม่เห็น ไม่เป็นไร ท่านก็รอต่อไป &#8230;.. อ่ะ ล้อเล่นครับ ไว้คราวต่อๆ ไป ผมจะมาบอกเทคนิคว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้เห็นได้เร็วมากขึ้น ไม่ยากหรอกครับ</p>
<p>มาคุยสำหรับผู้ที่เห็นแล้ว หรือเห็นลางๆ แล้วก็อยากจะเห็นวิชาได้ชัดๆ นั้น ท่านต้องอาศัยความพยายาม และความเพียรแล้วหละครับ สำหรับผู้ที่โชคดีที่เห็นวิชาได้ชัด ส่วนมากมักจะเป็นเด็กๆ หรือผู้ที่มีบุญบารมีทางนี้มาแต่เดิม ซึ่งก็มีส่วนหนึ่ง ท่านก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป หรืออยากไปดูนั่นดูนี่ ให้ท่านศึกษาวิชาในทางทฤษฎีก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งซุกซน จำได้ไหมครับว่า ผมเคยเปรียบเทียบคนที่เห็นนั้นเหมือนกับมีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ระวังนะครับ ระวังไปทดลองโน่น ทดลองนี่แล้วไปเจอกรด หรือสารที่ทำระเบิดเข้า จะซวยไป</p>
<p>เอ๊า เอาเป็นว่า เห็นก็ดี ไม่เห็นก็ยิ่งดีครับ เพราะท่านจะสามารถศึกษาความรู้ โดยใช้ความรู้นำความเห็น เมื่อเห็นชัดแล้ว คราวนี้อะไรๆ ที่ท่านต้องการรู้ ท่านก็จะรู้ได้ แต่ขอบอกว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ง่าย และไม่ยาก</p>
<p>สำหรับท่านที่เห็นลางๆ อยู่นั้น ท่านต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนนะครับ ว่า เห็นชัด หรือไม่ชัดยังไงก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำวิชาได้ก็แล้วกัน และความชัดในการเห็นภายในนี้ ไม่เสถียร คือ ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอารมณ์ สภาพจิตใต สิ่งแวดล้อม อำนาจบารมี ฯลฯ</p>
<p>ไม่ใช่ว่าวันนี้เห็นชัดแล้ว พรุ่งนี้จะชัดเหมือนวันนี้ ซึ่งวันพรุ่งนี้อาจจะชัดกว่า หรือไม่ชัด ก็เป็นไปได้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-240" title="intuition_for_site" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/intuition_for_site.jpg" alt="intuition_for_site" /></p>
<p>แต่เราก็สามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ เหมือนเราออกกำลังกายนั่นแหละครับ ฝึกบ่อยๆ ร่างกาย กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรง ยกน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งใจก็เฉกเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะบอกนี้ก็เปรียบเสมือนผมจะบอกท่าทาง ลีลา การออกกำลังกายนะครับว่า จะเน้นจุดไหน อย่างไรนะครับ</p>
<p>ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูเทคนิคแรกเลยก็แล้วกันนะครับ  เทคนิคแรกนี้ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่โบราณเลย ท่านลองทายซิว่า วิธีไหน&#8230;&#8230;.????</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;หยุดเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ!&#8221;</span></strong></p></blockquote>
<p>ก็จะไปไหนเสีย พอใจหยุดนิ่ง หลวงพ่อสดใช้คำว่า<strong> &#8220;ถูกส่วนดี&#8221; </strong>การเห็นก็จะชัดขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอยากให้ดวงธรรมของท่านชัดขึ้น ก็จงให้ท่านเอาใจไปหยุดไว้ที่กลาง คือ จุดเล็กใส โตเท่าปลายเข็ม แล้วท่องใจว่า <strong>&#8220;หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ใสในใส&#8221;</strong></p>
<p>แต่อย่าไปท่องนกแก้วนกขุนทองครับ ถ้าเรารู้ความหมายและทำใจตามได้แล้ว จะได้ผลมาก</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #993300;">&#8220;หยุด&#8221;</span> </strong>คือ ทำใจให้หยุดเหมือนรถยนต์เบรก คือ หยุดกึก  หยุดเท่านั้นไม่พอ ต้องหยุดให้มากกว่าหยุด คือ หยุดในหยุด</p></blockquote>
<p>แรกๆ เราก็ทำใจให้หยุดช้าๆ ก่อน หยุดดดดด ใน หยุดดด หยุดในหยุดๆๆๆๆๆๆ ท่านลองทำดูแล้วท่านลองสังเกตการพัฒนาขึ้นของใจนะครับ</p>
<blockquote><p><span style="color: #003300;"><strong>&#8220;นิ่ง&#8221; </strong></span>คือ สภาพใจนิ่งที่เหมือนกับกระแสน้ำ ที่ไม่มีลมสัมผัส ที่เีรียกว่า &#8220;น้ำนิ่ง&#8221; ทำใจให้ได้อย่างนั้น และแน่นอน นิ่งตัวแรกไม่พอ ต้องเอานิ่งที่มากกว่านิ่ง ก็คือ นิ่ง ใน นิ่ง นั่นเอง</p></blockquote>
<blockquote><p><span style="color: #000080;"><strong>&#8220;ใส&#8221;</strong></span> คือ ให้ขาวให้ใสเท่านั้น ไม่ให้เป็นสีอื่น ขาวใสอย่างแรกไม่พอ ต้องขาวและใสกว่านั้น คือ ใส ใน ใส</p></blockquote>
<p><img class="alignright" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://www.geocities.com/innerpeace072/dokmaiban_thai/P7meditation_thai/dung.gif" border="0" alt="" width="281" height="280" /></p>
<p>ค่อยๆ ฝึกไปทีล่ะอย่าง แล้วลองสังเกตสภาพใจของเราเอง ว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่เห็นชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ครับ ถ้าท่านเป็นวิชาแล้ว ท่านทำได้แน่นอน แต่ถ้าท่านยังไม่เป็น ขอให้มาฝึกกับวิทยากรสักครั้ง จะดีกว่าที่จะไปฝึกเองหลายเท่าครับผม</p>
<p>วิธีนี้คือวิธีดั้งเดิมครับ อาจจะง่ายสำหรับบางคน และอาจจะยากสำหรับหลายคน</p>
<p>ลางเนื้อชอบลางยาครับ นี่เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น ใครฝึกวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล ไม่เป็นไร ยังมีวิธีอื่นอีกมาก คอยติดตามก็แล้วกันครับ แล้วถ้าใครฝึกได้อย่างไรแล้วลอง Comment หรือไปคุยกันใน <a href="http://forum.wisdominside.org/" target="_blank"><span style="color: #ff0000;"><strong>Webboard</strong></span></a> ก็ได้นะครับ</p>
<p>จำไว้ครับว่า วิธีในการเรียนนั้้นมีหลายวิธี อย่าไปยึดกับวิธีเดียวที่ไม่เหมาะกับเรา หลักการต้องคงไว้ แต่ลีลา วิธีการ เรายืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมครับ ที่สำหรับ ท่านต้องรู้หลักไว้ให้ดีเสียก่อน หลักคือ Basic ที่สุดแล้วทุึกอย่างก็ล้วนแต่ Back to Basic ทั้งนั้น</p>
<p>ค่อยๆ ศึกษาไปแบบรวดเร็ว ฉลาด และไม่ประมาท ท่านจะประสบความสำเร็จในการศึกษาวิชาธรรมกายของ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แน่นอนครับ</p>
<p>Tip ต่อไป เอาไว้โอกาสหน้านะครับ สำหรับวันนี้ต้องไปทำงานทางโลกต่อแล้ว แค่นี้ก่อนครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันดีๆ ของท่่านครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=117&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ญาณทัสสนะ &#8211; การเห็นในขณะหลับตาฝึกสมาธิ องค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2009 05:36:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนอย่างรวดเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[หลับตา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ประกอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่รักทุกๆ ท่าน
หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้เข้ามาเขียน blog ได้บ่อยจัง ก็ขอตอบว่า ผมได้จัดเวลาในช่วงที่ผมออกไปทำงานสอน โดยใช้เวลาในช่วงพักในการเขียนบทความต่างๆ ใน Blog เพื่อนำเสนอไอเดียและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำกันให้ทุกท่านที่สนใจได้รับรู้กันครับ เพราะเวลาที่กลับไปบ้านแล้ว ผมเองต้องใช้เวลาในการทำงานทางโลก ซึ่งตอนนี้ยุ่งมากๆ ดังนั้น ถ้าไม่เอาเวลามาเขียนตอนนี้ก็คงหาเวลายากที่จะเขียน เพราะบางวันแม้งานทางโลกก็ไม่ได้ทำ เพราะพอกลับถึงบ้านแล้วก็เพลียมาก หลับไปเลยก็มี
คุยกันถึงเรื่อง blog อีกนิดหนึ่งก็คือ ลักษณะการเขียนใน Blog นี้ จะใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เหมือนกับเราพูดคุยกันทั่วไปครับ ซึ่งจะมีความเป็นกันเองมาก และถ้าจะให้การเขียนบอกเรื่องราวต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในยุคนี้คงไม่พ้นเจ้า Twitter แน่นอนครับ ที่เปรียบเหมือนกับ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่รักทุกๆ ท่าน</p>
<p>หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้เข้ามาเขียน blog ได้บ่อยจัง ก็ขอตอบว่า ผมได้จัดเวลาในช่วงที่ผมออกไปทำงานสอน โดยใช้เวลาในช่วงพักในการเขียนบทความต่างๆ ใน Blog เพื่อนำเสนอไอเดียและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำกันให้ทุกท่านที่สนใจได้รับรู้กันครับ เพราะเวลาที่กลับไปบ้านแล้ว ผมเองต้องใช้เวลาในการทำงานทางโลก ซึ่งตอนนี้ยุ่งมากๆ ดังนั้น ถ้าไม่เอาเวลามาเขียนตอนนี้ก็คงหาเวลายากที่จะเขียน เพราะบางวันแม้งานทางโลกก็ไม่ได้ทำ เพราะพอกลับถึงบ้านแล้วก็เพลียมาก หลับไปเลยก็มี</p>
<p>คุยกันถึงเรื่อง blog อีกนิดหนึ่งก็คือ ลักษณะการเขียนใน Blog นี้ จะใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เหมือนกับเราพูดคุยกันทั่วไปครับ ซึ่งจะมีความเป็นกันเองมาก และถ้าจะให้การเขียนบอกเรื่องราวต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในยุคนี้คงไม่พ้นเจ้า Twitter แน่นอนครับ ที่เปรียบเหมือนกับ SMS ใน Internet นั่นเอง</p>
<p>มาเข้าเรื่องที่ผมจะคุยกับทุกคน ซึ่งวันนี้จะมาคุยกันในเรื่องของ<strong> &#8220;ญาณทัสสนะ&#8221; </strong>หรือ<strong> &#8220;การเห็น&#8221;</strong> ต่างๆ ทั้งในขณะหลับตา หรือลืมตา เราอาจจะเข้าใจกันในชื่อว่า <strong>Six Senses</strong> นั่นเอง</p>
<p>เมื่อวานผมได้คุยกับคนรู้ใจ คุยไปคุยมาก็มาเข้าเรื่องที่ว่า มีคนคนหนึ่งที่ชอบนั่งสมาธิ เป็นนักศึกษา แล้วก็เรียนเก่งมากๆ เขานั่งสมาธิวันล่ะครึ่งชั่วโมงทุกวัน และบอกว่า ชอบนั่งมาก เพราะว่า เวลานั่งแล้วพบกับความสงบสุข ตัวลอยๆ สบายๆ แต่ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ การได้ไปเห็นสิ่งต่างที่ลึกลับ ซึ่งทำให้เขากลัว พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็มีการคุยกันต่อว่า เอ๋! แล้วเราที่ยังไม่เห็นอะไรเหมือนกับเค้านี่ แปลว่า เรามีบุญน้อยไปใช่ไหม?</p>
<p>ถ้าเจออย่างนี้มาจะตอบอย่างไรดีล่ะครับ?? 5555+</p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-237" style="margin: 10px;" title="891" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/891.bmp" alt="891" width="320" height="213" />ทุกคนสังเกตไหมว่า<em> &#8220;เห็นสิ่งต่างที่ลึกลับ ซึ่งทำให้เขากลัว&#8221;</em> ทำไมต้องรู้สึกกลัวด้วย? แสดงว่า สิ่งที่เห็นนั้นคงไม่น่าพิสมัยเท่าไรนัก ซึ่งในประเด็นนี้ ถ้าท่านใดที่ผ่านการอบรมหลักสูตร 18 กายมาแล้วจากทีมงานเราจะรู้ว่า ผมเองไม่ได้เน้นไปที่การเห็นมากนัก และบอกเสมอว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>เห็นนะ่ไม่ยาก แต่ความรู้ที่จะอธิบายสิ่งที่เราเห็นนั้นต่างหากที่สำคัญกว่า</strong></span></p>
<p>แต่ที่ผมเจอๆ มา คนที่ศึกษาวิชาธรรมกาย ส่วนใหญ่ก็มักจะไปมุ่งเน้นที่การเห็นซะมากด้วยซิครับ และนี่ก็คือปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งเลยทีเดียวที่ทำให้การศึกษาเรียนรู้วิชาธรรมกายไม่ก้าวหน้าไปได้มากเท่าที่ควร</p>
<p>สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ การเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ท่านลองนึกถึงคนตาบอดซิครับ เขามองไม่เห็น แต่เขาก็สามารถอ่านหนังสือ พิมพ์งาน ทำงานได้เหมือนกับเราๆ ท่านๆ ได้เหมือนกัน</p>
<p align="center"><img src="http://www.polyboon.com/worship/inside/festal/images/festal000000401.jpg" alt="" hspace="2" vspace="2" width="320" height="207" /></p>
<p>หรือแม้แต่บางคนที่พอมองเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ชัด เช่น คนตาสั้น คนตายาว มองได้ไม่ชัด แต่ก็สามารถมองเห็นได้บ้าง และทำอะไรหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดีเหมือนกัน</p>
<p>ท่านพอมองภาพออกไหม? ตาบอด ตาดี ตาไม่ดี ไม่สำคัญเท่ากับว่า เขาคนนั้นกำลังจะทำอะไร???</p>
<p>ในทางปฏิบัติทางใจก็เหมือนกันครับ</p>
<p>บางคนเห็น บางคนไม่เห็น บางคนเห็นไม่ชัด บางคนเห็นชัด แต่เป้าหมายในการเรียนรู้ก็เพื่อกำจัดทุกข์ ภัย โรค จะตาดี ตาไม่ดี ก้สามารถเรียนรู้กันได้เหมือนกัน</p>
<blockquote><p><em><strong>แต่บางคนอาจจะมีเครื่องมือช่วยในการเรียนได้ดีกว่าเท่านั้นเอง</strong></em></p>
<p>เครื่องมือนั้นก็คือ <strong>&#8220;วิชาธรรมกาย&#8221;</strong> นั่นเองครับ</p></blockquote>
<p>ที่ว่ามานี้ก็เพื่อบอกให้กับท่านที่ยังไม่เห็นวิชา ให้ท่านมองข้างประเด็นเรื่องของการเห็นไปก่อน แล้วมาเรียนในประเด็นอื่นๆ ล่วงไปก่อน เช่น อ่านตำราให้เกิดความรู้ก่อน หรือมุ่งสร้างบารมีไปก่อนตามกำลัง ครับ</p>
<p>แล้วการเห็นจะตามมาเอง</p>
<p>มีบาง case ที่ผมเจอมา พบว่า บางคนที่ึฝึกนั้น บางคนเห็นแล้ว แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเห็นก็มี เพราะความลังเลสงสัยที่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยอมรับก็ติดอยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ ไม่ไปไหน กรณีอย่างนี้ก็มี</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาเกิดขึ้นมาก็เพราะ<strong>การขาดความรู้ความเข้าใจในการเรียนรู้และการศึกษาวิชาธรรมกาย</strong>นั่นเองครับ</p>
<p>ดังนั้น ข้อแนะนำสำหรับท่านที่ยังไม่เห็นวิชา ในมุมมองของผม ก็คือ</p>
<p>ขอให้ท่านเปรียบเทียบการเรียนวิชาธรรมกาย เหมือนกับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ครับ โดยให้เข้าใจก่อนว่า วิชาธรรมกายคือเครื่องมือทดลอง เปรียบเหมือนกับเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์นั่นเอง</p>
<p>สำหรับท่านที่ยังไม่เห็นวิชาก็เปรียบเหมือนกับว่า ท่านยังไม่มีเครื่องมือทดลอง ไม่มีหลอดทดลอง ไม่มีห้อง lab ให้ลอง ไม่เป็นไรครับ ท่านจะรอให้มีอุปกรณ์ก่อนแล้วท่านค่อยเรียนหรือ? ผมคิดว่าไม่่ใช่วิธีที่ฉลาดแน่ วิธีที่ดีก็คือ ให้ท่านศึกษาจากตำราก่อน ให้ท่านรู้ทางทฤษฎีไปก่อน พอรู้แล้วต่อไปพอมีโอกาสได้จับเครื่องมือทดลอง ก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว นี่คือความฉลา่ดในการเรียนรู้ครับ</p>
<p>และแน่นอนว่า ถ้าท่านจะอ่านจะเรียนอย่างเดียว แล้วก็รอให้มีห้องทดลองลอยมานั้น ก็คงเป็นไปได้ยาก ท่านจะต้องไปค้นหา หรือเก็บเงินซื้อมา นั่นคือ ท่านต้องสร้างบารมีไปด้วย ควบคู่กันไปตามความเหมาะสมของท่านเอง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างพร้อมมูล เราก็จะสามารถศึกษาเรียนรุ้วิชาธรรมกายได้อย่างชัดแจ้งแน่นอนครับ</p>
<p>สำหรับท่านที่เห็นวิชาแล้ว ก็อย่าเพิ่งทนงตัวว่า เราเหนือกว่าคนอื่นเขา ถ้าท่านไม่มีีความรู้กำกับแล้ว เราอาจจะทำบางอย่างไปโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจจะเกิดโทษแก่ตัวได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว เปรียบเหมือนกับ เราเข้าไปในห้องทดลอง ดดยที่ไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วก็หยิบโน่น หยิบนี่มาทดลองเล่น ซึ่งอาจจะไปเจอสารเคมีอันตราย หรือเกิดการระเบิด เกิดอันตรายต่อตัวเองได้ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-242" title="whirl" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/whirl.jpg" alt="whirl" width="402" height="301" /></p>
<p>ที่เล่ามานี้พอจะเข้าใจไหมครับว่า อะไรสำคัญที่สุด??</p>
<blockquote><p>สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ความรู้&#8221;</strong></span> คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การศึกษาวิชาธรรมกายบรรลุผลสำเร็จครับ</p></blockquote>
<p>จะทำอะไรก็ตาม จงเอาความรู้นำหน้าเสมอ หรือแทม้แต่ท่านที่มีญาณทัสสนะแล้วก็จงอย่างได้ไปเชื่อญาณทัสสนะนั้นเต็มร้อย แต่จงหาความรู้ทางวิชาธรรมกายที่ท่านมีมาอธิบายสิ่งที่ท่านเห็นว่า มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ของจริงของหลอก แล้วจะแก้ไขอย่างไร เป็นต้น</p>
<p>พูดถึงเรื่องของการเห็นหรือญาณทัสสนะนี้  เรื่องยาว เอาไว้ค่อยๆ มาคุยกันต่อไปในคราวต่อๆ ไปก็แล้วกันครับ</p>
<p>ตอนนี้สอนอยู่ที่ ร.ร.บางแค (เนื่องสังวาลย์อนุสรณ์) กทม. ครับ และจะสอนช่วงรวมบ่ายแล้ว ต้องขอตัวไปสอนก่อนแล้วครับ อย่าลืมติดต่อกันทาง twitter นะครับ</p>
<p>ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการศึกษาเรียนรู้วิชาธรรมกายทุกท่านเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=115&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุมของผู้สอน : KPI (Key Performance Indicator) จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;(แก้ไขแล้ว)</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2009 03:29:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนอย่างรวดเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Key Performance Indicator]]></category>
		<category><![CDATA[KPI]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[การสอนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จำเป็นอย่างมาก]]></category>
		<category><![CDATA[มุมของผู้สอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[มุมของผู้สอน : KPI (Key Performance Indicator) จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;
สวัสดีครับเพื่อนในธรรมที่รักทุกท่าน
เป็นอย่างไรบ้างครับ ไปสมัคร twitter กันมาบ้างแล้วหรือยังครับ ถ้าบางคนเล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไรนะครับ ติดตามการเคลื่อนไหวของผมได้ที่หน้า Homepage : http://wisdominside.org ได้เลยครับ ซึ่งผมจะ Update การเคลื่อนไหวให้ได้รู้กันว่าเรามีกิจกรรมอะไรกันบ้าง อย่างหนึ่งที่เห็นประโยชน์ได้ชัดจากเครื่องมือนี้ก็คือ ถ้าหากวันไหนผมไปโรงเรียนใด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น วันนั้นมีสอนทั้งวัน แต่ทางเราเห็นว่า สามารถที่จะรวมเด็กได้ ก็จะรวมให้จบภายในเครึ่งวัน ผมก็จะประกาศทาง Twitter ก็จะทำให้วิทยากรที่จะไปร่วมสอนด้วยนั้น ไม่ต้องมาเก้อ

ซึ่งผมเห็นว่า เป็นประโยชน์อย่างมากต่อไปในอนาคตถ้าการสอนได้ขยายออกไปมากขึ้น และมีทีมงานที่อยากจะสร้างบารมีด้วยวิธีนี้มากขึ้นด้วย ท่านก็เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ของเรา ก็สามารถที่จะรู้ความเคลื่อนไหวได้ตลอด ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">มุมของผู้สอน :</span> <span style="color: #ff6600;">KPI (Key Performance Indicator)</span> จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;</strong></p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนในธรรมที่รักทุกท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับ ไปสมัคร twitter กันมาบ้างแล้วหรือยังครับ ถ้าบางคนเล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไรนะครับ ติดตามการเคลื่อนไหวของผมได้ที่หน้า Homepage : <a href="http://wisdominside.org" target="_blank">http://wisdominside.org</a> ได้เลยครับ ซึ่งผมจะ Update การเคลื่อนไหวให้ได้รู้กันว่าเรามีกิจกรรมอะไรกันบ้าง อย่างหนึ่งที่เห็นประโยชน์ได้ชัดจากเครื่องมือนี้ก็คือ ถ้าหากวันไหนผมไปโรงเรียนใด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น วันนั้นมีสอนทั้งวัน แต่ทางเราเห็นว่า สามารถที่จะรวมเด็กได้ ก็จะรวมให้จบภายในเครึ่งวัน ผมก็จะประกาศทาง Twitter ก็จะทำให้วิทยากรที่จะไปร่วมสอนด้วยนั้น ไม่ต้องมาเก้อ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-233" title="twitter-for-iphone_1210832119703" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/twitter-for-iphone_1210832119703.png" alt="twitter-for-iphone_1210832119703" /></p>
<p>ซึ่งผมเห็นว่า เป็นประโยชน์อย่างมากต่อไปในอนาคตถ้าการสอนได้ขยายออกไปมากขึ้น และมีทีมงานที่อยากจะสร้างบารมีด้วยวิธีนี้มากขึ้นด้วย ท่านก็เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ของเรา ก็สามารถที่จะรู้ความเคลื่อนไหวได้ตลอด นี่แหละครับ เทคโนโลยีที่ก้าวไกลออกไปมาก</p>
<p><img class="alignright" style="margin: 10px;" title="KPI" src="http://www.pemms.co.uk/assets/images/kpi.jpg" alt="" width="280" height="186" />วันนี้สิ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือ การพิจารณาถึง<strong> KPI</strong> หรือ <strong>Key Performance Indicator</strong> ซึ่งก็คือ ตัวชี้วัดในการพิจารณาถึงสมรรถภาพในการทำงาน ซึ่งจะทำให้เห้นถึงเกณฑ์ในการวัดผลการทำงานที่มีผลทั้งประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และอื่นๆ อันจะส่งผลไปยังผลลัพท์สุดท้ายก็คือ ความสำเร็จในงานนั้นๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งผมจะนิยามเครื่องมือในการบริหารงานตัวนี้ในทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับการทำงานของเราครับ</p>
<p>ในการทำงานของทีมงานเรานั้น แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้นำเครื่องนี้มาใช้อย่างจริงๆ จังๆ ก็ตาม แต่ต่อไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำเครื่องมือในการบริหารต่างๆ มาประยุกต์ใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่สอนธรรมมีปัญหาในการสอน ในการเผยแพร่ก็คือ <strong>ผู้สอนมักจะใช้ตัวชี้วัดของตัวเองเป็นเกณฑ์ในการดำเนินงาน</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>&#8220;เอาตัวเราเองเป็นเกณฑ์ตัดสิน&#8221;</strong> ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านการสอนมามากนั้นพบว่า ถ้าหากยึดความคิดของเราเองนี้ การสอนจะมีปัญหาตามมาื ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่</p>
<p>แม้ในการสอน การทำงาน การตลาด การขาย ก็ต่างสอนไว้ว่า ถ้าเป็นในวงการธุรกิจ <strong>ต้องมุ่งเน้นที่ลูกค้า </strong>ถ้าเป็นในวงการศึกษา ก็ต้องเน้น<strong>ที่นักเรียน </strong>เป็นต้น และแน่นอน ในทางธรรม จะสอนอะไรให้กับใครนั้น ก็ต้องเน้นไปที่ผู้ที่ได้รับการฝึก ต้องพิจารณาว่าจะให้เท่าไหร่ เรามี 10 คนที่เราจะสอนนั้น จะรับได้เท่าไร ถ้ารับได้ 2 แต่ป้อนไป 5 ก็เกิน สิ่งที่เกินไม่นั้นมีทั้งคุณและโทษ นี่คือ <strong>ศิลปะในการสอน</strong> หรือวิชาครู นั่นเอง</p>
<p>จากประสบการณ์ที่ผมกับครอบครัวได้ออกไปสอนตามโรงเรียนมากว่า 10 ปีนี้ ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมากมากมาย ได้ผลทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเราก็นำบทเรียนเหล่านั้นๆ มาสรุปเป็นบทเรียนต่างๆ และถ้าถามว่าผลที่ได้เป็นอย่างไร ก็อย่างที่ท่านเห็นจากผลการสอนแล้วว่า เราสอนได้มากขึ้นโรงเรียนให้การยอมรับ</p>
<p>ซึ่งการที่โรงเรียนให้การยอมรับนี้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้มองในมุมของตัวผู้สอนเลย ผู้สอนไปสอนก็อยากให้นักเรียน หรือผู้ได้รับการฝึกเห็นดวงธรรม เห็นกายธรรม ซึ่งเรารู้ดีกว่า เมื่อผู้ใดสามารถเข้าถึงดวงธรรมและกายธรรมได้แล้ว สิ่งที่ดีๆ ต่างๆ ก็จะตามมามากมาย แต่คนอื่นไม่ได้รู้เหมือนเรา อย่างกรณีของโรงเรียนนี้ เขาไม่รู้หรอกว่า เด็กนักเรียนนั่งแล้วเห็นดวง เห็นกายโน้นกายนี้แล้วจะดี เขาดูง่ายๆ ตรงที่ว่า</p>
<blockquote>
<ol>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>เราสามารถที่จะคุมเด็กนักเรียนให้อยู่ในการเรียนการสอนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่?</strong></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>เราสามารถสอนโดยนำเนื้อหาทางธรรม (สมาธิภาคปฏิบัติ) ไปประยุกต์ให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน หรือชีวิตประจำวันของนักเรียนได้หรือไม่</strong></span></li>
</ol>
</blockquote>
<p>ซึ่งรวมทั้งบุคคลทั่วไปก็ด้วยเช่นกัน หากเราต้องการสอนให้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ ก็ต้องดูที่ เกณฑ์ของผู้ที่มารับการฝึกจากเรา ว่า เขาต้องการอะไร? ไม่ใช่ว่า เราต้องการอะไร เช่น เราต้องการต่อวิชาให้ได้ 4 กายธรรมหรือ 18 กาย เพราะเชื่อว่า พอคนได้วิชาแล้วจะดีทุกคน ซึ่งในความจริงแล้วไม่เสมอไป แต่ล่ะคนมีความแตกต่างกันมากมาย บางทีเขาอาจจะต้องการเพียงแค่ให้ใจสงบ หรือให้ประสบความสำเร็จในชีิวิตทางโลกก็ได้</p>
<p>ดังนั้น ในการเป็นผู้สอน จำเป็นต้องหาเกณฑ์ในใจของผู้รับการฝึกให้ได้ โดยการมุ่งเน้นที่นักเรียน หรือลูกค้าของเราว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>เขาต้องการอะไร</strong></span></p>
<p>เมื่อรู้แล้ว เราค่อยมาจัดการว่า จะนำความรู้อะไรไปให้เขาที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขามากที่สุด โดยที่คงหลักการของวิชาให้ถูกต้องบริบูรณ์ เป็นการเรียนการสอนแบบร่วมกันเรียนรู้ Win &#8211; Win เราก็ได้บุญ ผู้เรียนก็ได้ความรู้ที่จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขา  และแน่นอนที่สุด จะเกิดการบอกต่อ หรือที่เรียกกันว่า <strong>Word of mouth</strong> นั่นเอง</p>
<p>การที่ทีมงานของเราคิดและทำกันมาในลักษณะนี้ จึงส่งผลให้การสอนธรรมกว้างไกลออกไปมากมาย ไปสอนโรงเรียนนี้ โรงเรียนก็บอกต่อไปโรงเรียนต่อๆ ไปดังนั้น การสอนได้เดือนล่ะเป็นหมื่นๆ คน จึงไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญแต่อย่างใดครับ</p>
<p>ดังนั้น มีเพียงวิชาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วย จึงจะทำให้การสอน การเผยแพร่สำเร็จได้ตามที่เราต้องการ</p>
<p>ขอให้จับหลักให้ได้ มองภาพรวมให้ออก ใจกว้าง และใช้สามัญสำนึกให้ดีครับ</p>
<p>โดยสรุปก็คือ จะสอนอะไร จงให้ความสำคัญไปที่ความต้องการของผู้เรียนเป็นสำัคัญ หรือที่เราเรียกกันว่า ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จากนั้นสอนเท่าที่เขาต้องการโดยประยุกต์พลิกแพลงการนำเสนอไปตามสถานการณ์ โดยที่คงหลักการไว้อย่างถูกต้องบริบูรณ์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นี่คือ </strong><strong>หนึ่งในวิชาครู ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ประสบการณ์ในการสอนมายาวนาน จึงจะทำให้การสอนการเผยแพร่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล</strong></span>ครับ</p>
<p>ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ สำหรับวันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ไว้คราวเจอกันใหม่ในคราวหน้าครับ</p>
<p>สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=109&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

