<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title> &#187; สอนอย่างไรให้ได้ผล?</title>
	<atom:link href="http://trainers.wisdominside.org/category/teach-tactic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://trainers.wisdominside.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Mar 2010 16:40:43 +0000</lastBuildDate>
	<language></language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
	<!-- podcast_generator="podPress/8.8.8" -->
	<copyright>2006-2007 </copyright>
	<managingEditor>toucht@gmail.com</managingEditor>
	<webMaster>toucht@gmail.com</webMaster>
	<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
	<itunes:summary>Blog ของพวกเรา วิทยากรเผยแพร่ความรู้วิชาธรรมกายจาก WisdomInside.org</itunes:summary>
	<itunes:keywords></itunes:keywords>
	<itunes:category text="Society &amp; Culture" />
	<itunes:author></itunes:author>
	<itunes:owner>
		<itunes:name></itunes:name>
		<itunes:email>toucht@gmail.com</itunes:email>
	</itunes:owner>
	<itunes:block>no</itunes:block>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<item>
		<title>เทคนิคการบริหารจัดการการสอน จงค้นหาปัญหาที่แท้จริง ก่อนที่จะให้ความรู้ต่อผู้รับการฝึก</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2010/01/25/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2010/01/25/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2010 07:49:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพ่อสด]]></category>
		<category><![CDATA[หาปัญหาที่แท้จริง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการบริหารจัดการการสอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=356</guid>
		<description><![CDATA[เทคนิคการบริหารจัดการการสอน จงค้นหาปัญหาที่แท้จริง ก่อนที่จะให้ความรู้ต่อผู้รับการฝึก
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ขณะที่ขับรถไปสอนที่ โรงเรียนวัดชินวราราม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ระหว่างเดินทางก็ได้คุยกับพ่อและแม่ถึงกับดักในการสอน ที่มักจะทำพลาดกัน ที่รู้ว่าเป็นกับดักก็เพราะว่า ได้เคยทำพลาดมาแล้ว แต่เนื่องจากเรากล้าที่จะลอง กล้าที่จะทำ และที่สำคัญคือ รู้จักสรุปบทเรียนที่ได้รับมา ก็เลยทำให้เป็นประสบการณ์ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ได้บ้างนะครับ

เนื่องจากเราได้ทำการสอนวิชาธรรมกายกันมานาน และก็ทำกันทุกวัน เราก็ได้นำความรู้เบื้องต้นไปสอนให้กับผู้รับการฝึกทั้ง นักเรียน บุคคลที่สนใจทั่วไป และนักบวช หลักสูตรที่เอาไปสอนนั้น เป้าประสงค์เบื้องต้นก็เพื่อให้ใจของผู้รับการฝึกนั้น เกิดคุณธรรมที่เรียกว่า &#8220;หิริโอตตัปปะ&#8221; ขึ้นมาโดยธรรมชาติ ซึ่งตามความรู้ทางวิชาธรรมกายได้บอกไว้ว่า ถ้าสามารถเข้าถึงดวงธรรม หรือกายธรรมในท้องของเราได้เมื่อไร คุณธรรมนี้จะออกมาเอง เรียกเป็นภาษาสมัยใหม่ก็คือ Inside &#8211; Out ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><strong>เทคนิคการบริหารจัดการการสอน จงค้นหาปัญหาที่แท้จริง ก่อนที่จะให้ความรู้ต่อผู้รับการฝึก</strong></span></h2>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ขณะที่ขับรถไปสอนที่ <span style="color: #ff6600;"><strong>โรงเรียนวัดชินวราราม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี</strong></span></p>
<p>ระหว่างเดินทางก็ได้คุยกับพ่อและแม่ถึงกับดักในการสอน ที่มักจะทำพลาดกัน ที่รู้ว่าเป็นกับดักก็เพราะว่า ได้เคยทำพลาดมาแล้ว แต่เนื่องจากเรากล้าที่จะลอง กล้าที่จะทำ และที่สำคัญคือ รู้จักสรุปบทเรียนที่ได้รับมา ก็เลยทำให้เป็นประสบการณ์ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ได้บ้างนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/wisdominside2/25#5430555622606853698"><img src="http://lh6.ggpht.com/_r8qdLfDIzQc/S101kQJ7VkI/AAAAAAAAArE/HHXYqm4h8AY/s288/DSC05863.JPG" alt="" /></a></p>
<p>เนื่องจากเราได้ทำการสอนวิชาธรรมกายกันมานาน และก็ทำกันทุกวัน เราก็ได้นำความรู้เบื้องต้นไปสอนให้กับผู้รับการฝึกทั้ง นักเรียน บุคคลที่สนใจทั่วไป และนักบวช หลักสูตรที่เอาไปสอนนั้น เป้าประสงค์เบื้องต้นก็เพื่อให้ใจของผู้รับการฝึกนั้น เกิดคุณธรรมที่เรียกว่า<strong> <span style="color: #ff0000;">&#8220;หิริโอตตัปปะ&#8221;</span></strong> ขึ้นมาโดยธรรมชาติ ซึ่งตามความรู้ทางวิชาธรรมกายได้บอกไว้ว่า ถ้าสามารถเข้าถึงดวงธรรม หรือกายธรรมในท้องของเราได้เมื่อไร คุณธรรมนี้จะออกมาเอง เรียกเป็นภาษาสมัยใหม่ก็คือ <strong>Inside &#8211; Out</strong> นั่นเอง</p>
<p>เราก็สอนมาหลายครั้ง ครั้งแรกๆ ไม่เป็นไร แต่พอสอนซ้ำก็มักจะมีปัญหา ปัญหาคือ ถ้าเป็นเด็กก็จะรู้สึกเบื่อการนั่งสมาธิ โดยหลักสูตรที่เราสอนก็คือ ให้เกิดดวงธรรมในท้อง จากนั้นก็เดินวิชา 4 กายธรรม หลังจากนั้น ถ้ามีเวลาก็เริ่มมีการเดินขึ้นเดินลง หรือที่เราเรียกกันว่า <strong>&#8220;อนุโลม &#8211; ปฏิโลม&#8221; </strong>นั่นเอง</p>
<p><span id="more-356"></span></p>
<p>หลังจากที่ได้สอนไปมากๆ แน่นอนว่าพฤติกรรมของผู้รับการฝึก ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นไปในทิศทางใด การฝึกสมาธิตามแนววิชาธรรมกาย ไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้องอีกมาก ได้แก่ บุญบารมีเก่า เป็นต้น ทำให้พฤติกรรมอาจจะยังไม่ดีขึ้นถึงใจผู้สอน อันนี้ผู้่ที่เป็นผู้สอนก็ต้องวางใจให้เป็นกลาง และทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนผลจะออกมาอย่างไรนั้น เราก็รับรู้ต่อไป</p>
<p>ประเด็นที่ผมจะบอกคือ เวลาที่สอนไปมากๆ แล้ว ถ้าสอนซ้ำหลายๆ ครั้ง ผู้รับการฝึกจะเบื่อ เราในฐานะที่เป็นผู้สอน จะแก้ปัญหาอย่างไร?</p>
<blockquote><p>ผมอยากให้เราได้รู้ถึงว่า วิชาธรรมกายนั้น เวลาที่สอนเราแบ่งได้เป็น</p>
<ol>
<li><span style="color: #ff0000;"><strong>เนื้อหาวิชา</strong> </span>(ส่วนนี้เปลี่ยนแปลงเองไม่ได้) คือ ส่วนที่เป็นเนื้อหาวิชานั้น ก็คือ การอธิบายและบอกวิชา 7 ฐาน ก็ไล่ไปตามที่ตำราวิชาธรรมกายได้กำหนดไว้</li>
<li><span style="color: #ff0000;"><strong>การบริหารจัดการการสอน</strong></span> (ส่วนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม) ได้แก่ รูปแบบการสอน การเกริ่นนำ การใช้สื่อ การบริหารงานสอน การบริหารทีมงานสอน สไตล์ในการสอน กลยุทธ์การในเผยแพร่ กุศโลบายในการจูงใจ ฯลฯ</li>
</ol>
</blockquote>
<p>ดังนั้น ถ้าเราแยก 2 องค์ประกอบในการสอน 2 อย่างนี้ออกได้ ก็ง่ายขึ้น แต่ปัญหาก็คือ เวลาเอาเข้าจริง เรากลับแยกไม่ออก ทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ วิชาเพี้ยนและผิดโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>มาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff0000;">ผมพบว่า โดยส่วนใหญ่ เมื่อผู้รับการฝึก เริ่มเบื่อเพราะต้องฝึกซ้ำๆ ดูเหมือนจะไม่ก้าวหน้า เราในฐานะผู้สอน ต้องมาหาว่า แท้ที่จริงแล้ว ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ไหน จะได้หาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง</span></strong></p></blockquote>
<p>กรณีของเด็กนักเรียน เป้าหมายในการสอนของเราก็เพื่อให้ใจของเขานั้น เกิดหิริโอตตัปปะ และการจะเกิดได้นั้น ก็เกิดมาจากการเดินวิชาอย่าสม่ำเสมอ แต่การที่เด็กเบื่อ หรือพฤติกรรมยังเปลี่ยนไปไม่มาก หรืออะไรก็ตามแต่นั้น สิ่งที่ผมทำพลาดในสมัยก่อนคือ ผมแก้ที่ตัววิชา คือ คิดว่าเด็กเื่บื่อการเดินวิชา ก็เลยเพิ่มเนื้อหาวิชาเข้าไป เช่น จาก 4 กายธรรม ก็เริ่มให้มาเดิน 8 กายธรรม และ 18 กายตามลำดับ แต่ผลที่พบก็คือ เด็กเบื่อหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก</p>
<p>เมื่อสอบถามกับตัวเด็กก็จะพบว่า เขาไม่ได้นั่งสม่ำเสมอ จึงทำให้รู้ว่า ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่วิชาน้อยไป หรือเดินวิชาต่ำเกินไป แต่ปัญหาเกิดจาก<strong> &#8220;ความสม่ำเสมอ&#8221;</strong> ในการฝึกต่างหาก</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>เปรียบเหมือนกับ เราเป็นหมอ ให้ยา่คนไข้ไป แต่พอเวลามาตรวจใหม่ โรคไม่หาย ถ้าเราไม่วินิจฉัยให้ดีเสียก่อน แล้วเพิ่มยา ก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อคนไข้ได้ </strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>บางที่ที่โรคไม่หาย อาจเกิดมาจาก คนไข้ไม่ยอมกินยาก็เป็นไปได้ ดังนั้น ถึงแม้ให้ยาแรง แต่ถ้าคนไข้เวลากลับไปไม่ยอมกินเสียอย่างเดียว ยาก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยิ่งให้ยาแรง ก็กลับเป็นการทำร้ายผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว นี่คือ การเปรียบเทียบ</strong></span></p></blockquote>
<p>ฉันใดก็ฉันนั้นครับ กลุ่มของเราที่ไปสอนกันทุกวันนี้ ไม่ได้ใช้ยาแรงเลย แต่คิดอย่างเดียวว่า จะทำอย่างไร ให้ผู้รับการฝึก สามารถเดินวิชาเบื้องต้นได้ทุกวัน ถ้าเป็นนักเรียน ก็นั่งให้ได้อย่างน้อยทุกวัน หรือเอาใจมานึกถึงดวงธรรม กายธรรมวันล่ะครั้งก็ยังดี ซึ่งถ้าทำได้ แน่นอนว่า พฤติกรรมต้องเปลี่ยนไปแน่นอน</p>
<p>อย่าลืมว่า วิชาธรรมกาย ยากยิ่งกว่ายาก ยิ่งไปเล่นวิชาชั้นสูงมากเท่าไร? ถ้าไม่รู้จริง โอกาสผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ</p>
<p>สำหรับทีมงานที่เราไปสอนทุกวันนี้ เราเคยได้บอกกับคุณหมอนิพนธ์แล้วว่า ถ้าเป็นวิชาเื้บื้องต้น ไม่เกิน 18 กาย เราจะออกไปสอน แต่ถ้ามีคนต้องการวิชาที่สูงกว่านั้น ก็จะส่งต่อมาให้คุณหมอทำการสอนต่อไป เราจำกัดการทำงานของเราไว้ชัดเจน การเผยแพร่ การสร้างบารมีของเรา ก็จะปลอดภัยและก้าวหน้าอย่างที่เห็นประจักษ์อย่างในทุกวันนี้ครับ</p>
<p>และจริงๆ แล้ว การแก้ปัญหาที่ องค์ประกอบที่สอง คือ การบริหารจัดการในการสอนนั้น ก็ยากยิ่งกว่ายากแล้ว ในการที่จะหากุศโลบาย วิธีการต่างๆ มาทำให้ผู้รับการฝึก สามารถฝึกได้ทุกๆ วัน วิธีการสอนเราเปลี่ยนตลอด แต่เนื้อหาวิชา ยังไงก็ต้องเป๊ะๆ ไม่มีการดัดแปลง</p>
<p>ถ้าทำอย่างนี้ได้ การสร้างบารมี ก็จะต่อเนื่อง ยาวนาน</p>
<p>ที่พูดมานี้ พูดได้ เพราะทำมาแล้วกับตัวเอง และครอบครัว อะไรที่ทำได้ก็จะบอกกัน จะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ</p>
<p>ปล. อ่านใน Blog ที่ผมเขียนนี้ ก็เหมือนเราคุยกันน่ะครับ จะมาหาความถูกต้อง 100% คงไม่ได้ เพราะผมไม่ได้เขียนหนังสือหรือบทความทางวิชาการ ที่เขียนมานี้เป็นบันทึก นึกอะไรมาก็เขียนไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/01/med1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-357" title="med1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/01/med1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=356&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2010/01/25/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระบบในการวิเคราะห์ วินิจฉัย และกลั่นกรอง ในต่ิอวิชาอย่างไร? ให้การสอนได้ผล!</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2009 03:54:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[กลั่นกรอง]]></category>
		<category><![CDATA[การวิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[ต่ิอวิชาอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[วินิจฉัย]]></category>
		<category><![CDATA[ให้การสอนได้ผล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[ระบบในการวิเคราะห์ วินิจฉัย และกลั่นกรอง ในต่ิอวิชาอย่างไร? ให้การสอนได้ผล!
สวัสดีในเช้าที่แสนสุขของวันพุธครับทุกคน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายกันดีหรือเปล่า? ถ้าติดตามผมใน Twitter ของผม ( http://twitter.com/wisdominside ) ก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของผมตลอดเลยหละครับ ยิ่งใช้เจ้าเครื่องมือตัวนี้ก็ยิ่งติด เพราะมันมีเสน่ห์ในตัวของมันเองที่ต่างจากการเีขียน Blog และการเล่น MSN โดย Twitter จะช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดไประหว่าง Blog กับ MSN ได้ครับ อีกทั้งยังทำให้คนเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเข้าไปอีกมากๆ เลยหละครับ เทคโนโลยีก็ดี ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์และเหมาะสมครับ
สำหรับเนื้อหาใน twitter ที่ผมนำเสนอนั้น ส่วนมากก็จะเป็นความเคลื่อนไหวของผมว่า ผมไปทำอะไรมาบ้าง? ขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ การสอนเป็นยังไง ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;"><strong>ระบบในการวิเคราะห์ วินิจฉัย และกลั่นกรอง ในต่ิอวิชาอย่างไร? ให้การสอนได้ผล!</strong></span></h2>
<p>สวัสดีในเช้าที่แสนสุขของวันพุธครับทุกคน</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายกันดีหรือเปล่า? ถ้าติดตามผมใน Twitter ของผม ( <a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank">http://twitter.com/wisdominside</a> ) ก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของผมตลอดเลยหละครับ ยิ่งใช้เจ้าเครื่องมือตัวนี้ก็ยิ่งติด เพราะมันมีเสน่ห์ในตัวของมันเองที่ต่างจากการเีขียน Blog และการเล่น MSN โดย Twitter จะช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดไประหว่าง Blog กับ MSN ได้ครับ อีกทั้งยังทำให้คนเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเข้าไปอีกมากๆ เลยหละครับ เทคโนโลยีก็ดี ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์และเหมาะสมครับ</p>
<p><a href="http://twitter.com/wisdominside " target="_blank"><img class="alignright" style="margin: 10px; cursor: -moz-zoom-in;" src="http://everydaymattersllc.com/images/twitter_follow_38z2.png" alt="http://everydaymattersllc.com/images/twitter_follow_38z2.png" width="239" height="239" /></a>สำหรับเนื้อหาใน twitter ที่ผมนำเสนอนั้น ส่วนมากก็จะเป็นความเคลื่อนไหวของผมว่า ผมไปทำอะไรมาบ้าง? ขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ การสอนเป็นยังไง หรือชีวิตส่วนตัวในบางส่วนเป็นอย่างไร? และแง่มุม ความคิดดีๆ ที่มาจากเพื่อนๆ twitter ที่ผมได้ไปตามหรือ Follow นั่นเองครับ โดยคนที่ผมไปตามนั้น แต่ล่ะคนเก่งๆ กันทั้งนั้นเลย ทำให้ผมได้เรียนรู้จากพวกเขา ได้ใกล้ชิดพวกเขามากขึ้น เหมือนอย่างที่คุณ <strong>ธันยวัชร์ ไชยตระกูลไชย</strong> นักการตลาด นักการศึกษา นัก&#8230; ฯลฯ ได้กล่าวไว้ว่า twitter ก็คือการคบกับบัณฑิต นั่นเองครับ</p>
<p>เมื่อวานนี้ผมไปที่งาน <strong>&#8220;สร้างเครือข่ายการค้า&#8230;พัฒนาธุรกิจสัมพันธ์ 2009&#8243;</strong> ที่โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรีมาครับ โดยไปรับวุฒิบัตรในหลักสูตร <strong>E-Commerce Online รุ่นที่ 3</strong> ครับ โดยที่ไปคราวนี้ก็ได้เปิดหูเปิดตา และได้ความรู้มามากมายทีเดียว และช่วงบ่ายนั้น ท่านอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้มากล่าวปาฐกฐา ผมได้จับใจความที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่เน้นไปทางอุตสาหกรรม ไปยัง เศรษฐกิจเชิืงสร้างสรรค์ ซึ่งแน่นอนว่า ผลย่อมกระทบมายังทุกภาคส่วนรวมทั้งการศึกษาด้วย</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ผมได้คิดก็คือ สิ่งที่พวกเรากำลังสอนกำลังทำอยู่นี้ ก็ได้สนับสนุนนโยบายนี้ของรัฐบาลด้วยอย่างแน่นอน เพราะการจะสอน จะทำให้คนมีความคิดสร้า้งสรรค์นั้น ต้องรู้ว่า แหล่งของความคิดสร้า้งสรรคอยู่ที่ไหน และจะดึงออกมาอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า<strong> &#8220;การฝึกใจ&#8221; </strong>ช่วยได้มากทีเดียวครับ</p>
<blockquote><p>เพราะอะไร เพราะพอใจหยุด ใจนิ่ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ความคิดที่แว๊บเข้ามา หรือที่เรียกกันว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>Inituition </strong></span>แนวพุทธก็เรียกกันว่า <strong><span style="color: #ff0000;">ญาณทัสสนะ </span></strong>หรือเราๆ ก็เรียกว่า <strong><span style="color: #ff0000;">ลางสังหรณ์</span></strong> หรือเรียกหรูๆ หน่อยก็ <span style="color: #ff0000;"><strong>ความคิดสร้างสรรค์</strong></span> นั่นเอง</p>
<p>แน่นอนว่า ความคิดไม่ว่าจะเป็นประเภทใด ก็มีทั้งดี และไม่ดีผสมปนเปกันไป รวมทั้งความคิดสร้า้งสรรค์ด้วย วิชาที่เราได้เสนอไว้นี้ ทำให้เราสามารถควบคุมความคิดให้อยู่ในร่องในรอยได้ เปลี่ยนจากไม่ดีเป็นดีได้ เปลี่ยนจากดีให้ดียิ่งขึ้นได้ สุดยอดไหมครับ</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">ทางโลกก็ได้ ทางธรรมก็ได้ ดีไหมครับ</span></strong></p></blockquote>
<p>เรื่องความคิดสร้า้งสรรค์นี้ เอาไว้เรามาค่อยๆ พูดกันต่อไปว่าจะสร้างกันยังไงนะครับ ติดตามๆ</p>
<p>สำหรับวันนี้้มาพูดกันต่อถึงเทคนิคและวิธีในการเข้าต่ิอวิชาสำหรับผู้ที่จะออกไปสอนนะครับ Series การฝึกวิทยากรตรีนี้ หากติดตามกันตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ผมเชื่อว่า การสอนของท่านจะได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียวหละครับ</p>
<p>และเมื่อลองทำดูแล้ว ท่านจะรู้ และเข้าใจในสิ่งที่ผมได้นำเสนอไปครับ</p>
<p>เอาหละครับ เมื่อพร้อมกันแล้ว เราไปดูกันเลยนะครับว่า ระบบในการเข้าต่อวิชานั้น เป็นอย่างไร วิเคราะห์ วินิจฉัยกันอย่างไร แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร พร้อมแล้ว ลุยเลยครับ&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/triflowchart.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-328" title="triflowchart" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/triflowchart.jpg" alt="triflowchart" width="587" height="414" /></a></p>
<div><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;"><strong><span style="color: red;"><span style="color: #ff6600;">การวิเคราะห์ (Analyze)</span> วินิจฉัย (Diagnose) <span style="color: #ff6600;">กลั่นกรอง (Screen)</span> ในขณะเข้าต่อวิชา</span></strong></span></div>
<p>อย่างที่ผมได้บอกไว้แล้วในขั้นตอนที่แล้วว่า เมื่อวิทยากรเอก (วิทยากรที่บอกวิชาหน้าห้อง) วัดผล โดยการถามว่า <span style="color: #008000;"><strong>&#8220;ใครยังทำดวงใสไม่ได้ หรือ ใครยังไม่เห็นดวงใสให้ยกมือขวาขึ้น&#8221;</strong></span></p>
<p>ท่านในฐานะวิทยากรผู้ช่วย จะทำอย่างไร ระหว่าง</p>
<ol>
<li>เดินเข้าไปต่อวิชาเลย โดยเริ่มจากให้ลืมตาดูดวง แล้วไล่ 7 ฐานใหม่หรือ</li>
<li><strong><span style="color: #ff0000;">หยุด! </span>และ<span style="color: #ff0000;">หาสาเหตุของปัญหาก่อนว่า <span style="color: #ff6600;">&#8220;ทำไม ถึงไม่เห็น หรือทำดวงใสไม่ได้&#8221;</span></span></strong></li>
</ol>
<p>ผมขอแนะนะว่า ให้เราต้องเข้าไปหาสาเหตุก่อน ใน Part นี้ก็จะเป็นการนำเสนอวิธีการเข้าวิเคราะห์ปัญหา วินิจฉัย และกลั่นกรอง</p>
<p>โดยขั้นตอนดังกล่าวผมได้สรุปออกมาเป็นกระบวนการ เป็น Flowchart ท่านสามารถ Download ได้จากภาพด้านบนนี้ ซึ่งถ้าท่านทำความเข้าใจกับกระบวนการได้แล้ว รูปแบบการทำงานจะเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น</p>
<blockquote><p>***ในขณะที่ให้การอบรมอาจจะมีผู้รับการฝึกบางส่วนที่ถูกบังคับเข้ามา อาจจะก่อกวนไม่ฝึก และรบกวนผู้อื่น <span style="color: #ff6600;"><strong>ถ้า วิทยากรไม่ได้มีอาชีพเป็นครู อย่าได้เข้าไปดุหรือตำหนิ เพราะถ้าไม่มีศิลปะในการดุหรือตำหนิ จะทำให้ผู้รับการฝึกมีอคติและคิดแก้แค้นได้</strong></span></p>
<p>ให้ท่านสังเกตด้วยว่า เกิดจากสาเหตุอะไร บางกรณีอาจเป็นเด็กพิเศษ หรือเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นที่อยู่นิ่ิ่งนานๆ ไม่ได้ เป็นต้น ทางที่ดีควรเข้าไปยืนใกล้ๆ อย่างน้อยผู้รับการฝึกก็จะเกรงใจ หรือถ้าไม่เกรงใจเลย และรบกวนผู้รับการฝึกคนอื่นมากๆ เราก็ต้องให้ครูฝ่ายปกครองเป็นผู้จัดการต่อไป</p></blockquote>
<h2><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="color: #000080;">สถานการณ์ :</span> วิทยากรเอกได้ถามหน้าชั้นว่า </strong><span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ใครยังไม่เห็นดวงใสในท้อง ให้ยกมือขวาขึ้น&#8221; </strong></span></span></h2>
<p>การเข้าไปจัดการของวิทยากรตรี ให้ดู Flowchart ประกอบครับ โดยไล่ไปตาม Step ดังต่อไปนี้</p>
<blockquote>
<h3><span style="color: #ff0000;"><strong>[Step การเข้าวิเคราะห์ วินิจฉัย 1.] </strong></span></h3>
<p>เข้าไปถามให้รู้ก่อนว่า ผู้รับการฝึกเป็น Case ที่ 1 หรือไม่ คือ <span style="color: red;"><strong>&#8220;เห็นดวงธรรมแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจหรือยังไม่รู้ว่าเห็น&#8221;</strong></span> สาเหตุนั้นก็เนื่องมาจากผู้รับการฝึกยังเห็นไม่ค่อยชัด หรือใจไม่นิ่งดีพอ</p>
<p>ให้ใช้คำถามว่า<span style="color: #ff6600;"> <strong>&#8220;<span style="text-decoration: underline;">นึก</span>ดวงใส ในท้องได้แล้วใช่ไหม?&#8221;</strong> </span></p>
<p>ให้สังเกตว่า จะใช้คำถามเชิงบวก เพื่อตัดความลังเล ซึ่งถ้าผู้รับการฝึกนึกได้ เขาจะพยักหน้า แต่ถ้าเขานึกไม่ได้ เขาจะนิ่ง ซึ่งเราจะพอดูออก ถ้าเห็นแล้ว ก็บอกให้ท่องหยุดในหยุด ปรับให้ดวงชัดขึ้นแล้วให้นึกตามวิทยากรเอกต่อไป ถ้ายังนึกไม่ได้ แสดงว่าอยู่ในกรณีที่ 2<br />
<em><br />
***** ในกรณีที่มีเวลาในการฝึกเหลือน้อย วิทยากรเอกจำเป็นต้องกลั่นกรองเองเพื่อให้เหลือจำนวนน้อยลง โดยใช้คำถามว่า <span style="color: orange;"><strong>&#8220;ใครที่<span style="text-decoration: underline;">เห็น</span>ดวงใสในท้องเลือนๆ ลางๆ ให้เอามือลง&#8221;</strong></span> หลังจากถามแล้ว จะมีบางส่วนที่เอามือลง พอที่ยังยกมืออยู่นี้ก็จะเข้า Case ที่ 2 ที่จะพูดถึงต่อไป</em></p></blockquote>
<blockquote>
<h3><span style="color: #ff0000;"><strong><strong>[Step การเข้าวิเคราะห์ วินิจฉัย 2.] </strong></strong></span></h3>
<p>Case ที่ 2 คือ <span style="color: red;"><strong>&#8220;ผู้รับการฝึก เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง หรือเห็นดวงใสในท้องแบบเห็นๆ หายๆ&#8221;</strong></span> อันเนื่องมากจากใจที่หยุดไม่ดีพอ หรือว้าวุ่น</p>
<p>ในที่นี้ให้วิทยากรตรีเข้าไปถามว่า <strong>&#8220;ยังจำดวงใสได้ไหม?&#8221;</strong> ถ้าจำได้ ก็ให้เอาไว้ในท้องแล้วกำกับโดยถามว่า <strong>&#8220;ตอนนี้ดวงใสอยู่ในท้องแล้วนะ&#8221;</strong> ผู้รับการฝึกจะพยักหน้า</p>
<p>ถ้าไม่พยักหน้า แปลว่า ยังนึกไม่ได้ ให้ค่อยๆ ช่วยใหม่อีกที ถ้าพยักหน้าแล้ว แสดงว่า ตอนนี้ดวงใสอยู่ในท้องของผู้รับการฝึกเรียบร้อยแล้ว ให้บอกให้รักษาให้ดี แล้วนึกตามที่วิทยากรเอกบอกต่อไป ถ้าจำดวงใสไม่ได้ แสดงว่าอยู่ในกรณีที่ 3</p>
<p><em><br />
***** ในกรณีที่มีเวลาในการฝึกเหลือน้อย วิทยากรเอกจำเป็นต้องกลั่นกรองเองเพื่อให้เหลือจำนวนน้อยลง โดยใช้คำถามว่า <span style="color: orange;"><strong>&#8220;ใครที่<span style="text-decoration: underline;">นึก</span>ดวงใสในท้องเลือนๆ ลางๆ ให้เอามือลง&#8221;</strong></span> หลังจากถามแล้ว จะมีบางส่วนที่เอามือลง พอที่ยังยกมืออยู่นี้ก็จะเข้า Case ที่ 2 หรือ 3 ให้วิทยากรตรีเข้าไปสอบถามเลยว่า &#8220;จำดวงใสได้ไหม?&#8221; ถ้าจำไม่ได้แสดงว่าเป็น Case ที่ 3</em></p></blockquote>
<blockquote>
<h3><span style="color: #ff0000;"><strong><strong>[Step การเข้าวิเคราะห์ วินิจฉัย 3.] </strong></strong></span></h3>
<p>Case ที่ 3 คือ <strong><span style="color: red;">&#8220;ผู้รับการฝึกรวมใจไม่ได้เลย นึกหรือจำดวงใสก็ไม่ได้&#8221;</span></strong> ในกรณีนี้ ให้วิทยากรตรีเข้าไปบอกให้ผู้รับการฝึกลืมตาขึ้นมาดูดวงใส และนำ 7 ฐานอย่างเร็ว ต่อไป</p>
<p>ซึ่งเมื่อลงไปในภาคสนามจริงๆ แล้วนั้น <strong>ส่วนมากมักจะอยู่ใน Step หรือ case ที่ 1 กับ 2 เป็นส่วนมาก นานๆ ที จะเจอ Step ที่ 3</strong> ซึ่งเมื่อลงไปในภาคสนามจริงๆ จะพอรู้ด้วยตัวท่านเอง</p></blockquote>
<p>จะเห็นว่า รูปแบบการเข้าต่อวิชาแบบเดิมๆ นั้นเสียเวลามากแค่ไหนกว่าจะให้ลืมตามาดูดวงใสใหม่ กว่าจะบอก 7 ฐานใหม่ กว่าจะรวมใจใหม่ เสียเวลาไปมาก</p>
<p>อีกทั้ง</p>
<p>ถ้าเป็นในกรณีที่ 1 ที่ว่า ผู้เรียนพอจะทำดวงใสได้ลางๆ จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจในสิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่ทำได้ ซึ่งถ้าวิทยากรรู้ เราต้องเสริมความมั่นใจให้ ตัดความลังเลสงสัยออก ก็จะทำให้ผู้เรียนทำดวงใสได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากวิทยากรไม่ประสีประสา หรือไม่รู้ สั่งให้ผู้เรียนลืมตามาดูดวงใสใหม่ ไอ้ดวงที่พอจะทำได้ในท้องก็็เลือนหายไป เพราะลืมตามา ก็ทำให้ทั้งเสียเวลา และเสียจังหวะในการฝึกด้วย</p>
<p>ที่รู้ก็เพราะว่า ผมเองก็ทำพลาดมามากแล้ว แต่ก่อนสอนกันน้อยๆ ไม่กี่คน ก็สังเกตจากผู้เรียนไป จึงได้รู้ว่า อะไรเป็นอะไรครับ จึงได้นำเล่าสู่กันฟังต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ถ้าไม่มีเรื่องของเวลาและจำนวนวิทยากรที่มีจำกัดและ จำนวนผู้รับการฝึกที่มีจำนวนมากมาเกี่ยวข้อง เราก็สามารถทำแบบเดิมๆ ได้ แต่ถ้างานขยายตัวมากขึ้น วิธีการก็จำเป็นต้องพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องเปิดใจเรียนรู้เพิ่มอีกนิดหน่อย แล้วการทำงานของท่านจะง่ายขึ้นมากเลยหละครับ  <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/cheesy.gif" border="0" alt="Cheesy" /></p>
<p>การที่จะทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนจริงนั้น อยากให้เห็นการสอนของจริงสักครั้ง จะได้เข้าใจอย่างแท้จริง ซึ่งจะเห็นว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>การทำงานจะสอดประสานกันระหว่างวิทยากรตรีกับวิทยากรเอกเป็นอย่างมาก</strong> </span></p>
<p>ในที่นี้มีข้อสำคัญที่ควรจำก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ถ้าวิทยากรเอกมีประสบการณ์น้อย หรือพื้นฐานไม่แน่นจะส่งผลให้การใช้คำถามไม่ชัดเจน คลุมเครือ ส่งผลให้ไม่สามารถวัดผลได้ </strong></span>ดังนั้น วิทยากรเอกเป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการวัดผลโดยวิธีนี้ ผมถึงบอกไว้เสมอว่า <span style="color: red;"><strong>พื้นฐานต้องแน่น</strong></span> ถ้าไม่แน่นจะเป็นปัญหาต่อไป นี่ก็ตัวอย่างหนึ่งครับ</p>
<p>เอาหละครับสำหรับวันนี้ ขอยุติแค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขกันมากๆ แล้วคอยติดตามเทคนิคและกลวิธีในการสอนต่อไปนะครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=327&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/16/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า &#8220;นึก&#8221; และ &#8220;เห็น&#8221; กันเถอะ</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2009 03:42:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[นึก]]></category>
		<category><![CDATA[เกี่ยวกับคำว่า]]></category>
		<category><![CDATA[เรามาทำความเข้าใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=322</guid>
		<description><![CDATA[เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า &#8220;นึก&#8221; และ &#8220;เห็น&#8221; กันเถอะ
สวัสดีวันจันทร์ วันดี วันเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ ครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน
สัปดาห์ที่แล้ว ผมไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาเขียนกระทู้แห่งนี้เลย ถ้าติดตามตามบันทึกคราวที่แล้วจะพบว่าด้วยเหตุใดนะครับ
จะมีอะไรไปมากกว่าที่ผมกำลังหมกมุ่นอยู่กับเครื่อง Pocket PC นั่นเอง 55555+
ก็ได้อุปกรณ์มาใหม่ ก็ต้องทำความรู้จัก คุ้นเคยและใช้งานให้เป็นเสียก่อนนะซิครับ ไม่งั้นเอาไว้โทรเข้าโทรออกแล้วจะเอามาทำอะไร ซึ่งมา ณ วันนีี้แล้วก็ถือว่าใช้ได้คล่องพอสมควรแล้วครับ สาเหตุที่ทำให้ช้าก็คือ ระบบปฏิบัติการของเจ้าเครื่องนี้ผมใช้ Window Mobile 2003 ซึ่งค่อนข้างเก่าแล้ว ทำให้หาโปรแกรมมา Support ได้ยากสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะโปรแกรมที่เอาไว้พิมพ์และอ่านภาษาไทย ทำให้ต้องเสียเวลามาศึกษาและหาโปรแกรมที่ฟรีมาใช้ ก็เลยทำให้ใช้เวลาตรงนี้ซะมากครับ
วันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ผมได้เอารถไปซ่อมอีกแล้ว คราวนี้เอาไปซ่อมเกียร์ที่แตก ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า &#8220;นึก&#8221; และ &#8220;เห็น&#8221; กันเถอะ</span></h2>
<p>สวัสดีวันจันทร์ วันดี วันเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ ครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน</p>
<p>สัปดาห์ที่แล้ว ผมไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาเขียนกระทู้แห่งนี้เลย ถ้าติดตามตามบันทึกคราวที่แล้วจะพบว่าด้วยเหตุใดนะครับ</p>
<p>จะมีอะไรไปมากกว่าที่ผมกำลังหมกมุ่นอยู่กับเครื่อง Pocket PC นั่นเอง 55555+</p>
<p><img class="alignright" style="margin: 10px;" src="http://www.unclejamal.com/acatalog/XDA2ix300.jpg" alt="http://www.unclejamal.com/acatalog/XDA2ix300.jpg" width="241" height="208" />ก็ได้อุปกรณ์มาใหม่ ก็ต้องทำความรู้จัก คุ้นเคยและใช้งานให้เป็นเสียก่อนนะซิครับ ไม่งั้นเอาไว้โทรเข้าโทรออกแล้วจะเอามาทำอะไร ซึ่งมา ณ วันนีี้แล้วก็ถือว่าใช้ได้คล่องพอสมควรแล้วครับ สาเหตุที่ทำให้ช้าก็คือ ระบบปฏิบัติการของเจ้าเครื่องนี้ผมใช้ Window Mobile 2003 ซึ่งค่อนข้างเก่าแล้ว ทำให้หาโปรแกรมมา Support ได้ยากสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะโปรแกรมที่เอาไว้พิมพ์และอ่านภาษาไทย ทำให้ต้องเสียเวลามาศึกษาและหาโปรแกรมที่ฟรีมาใช้ ก็เลยทำให้ใช้เวลาตรงนี้ซะมากครับ</p>
<p>วันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ผมได้เอารถไปซ่อมอีกแล้ว คราวนี้เอาไปซ่อมเกียร์ที่แตก (เสื้อเกียร์แตกน่ะครับ) คือมันแตกอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาถึงมือผม ผมใช้เกียร์มือสองเชียงกง ซึ่งมีรอยแตกและได้ทำการเชื่อมไว้ก่อนแล้ว แต่ต่อมารอยเชื่อมเดิมนั้นเกิดปริ ทำให้น้ำมันเกียร์มันดันออกมา ทำให้ซึมๆ ถ้าปล่อยไว้อาจจะทำให้รอยแผลใหญ่ได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกียร์พังได้เลยครับ ผมก็เลยรีบเอาไปจัดการซ่อมตั้งแต่ตอนเป็นน้อยๆ ก่อนครับ และตอนนี้สภาพรถของผมก็พร้อมที่จะออกปฏิบัติการสอนได้อย่างเต็มที่แล้วหละครับ</p>
<p>เอาหละครับ สำหรับวันนี้เรามาพูดกันถึง เทคนิคและวิธีในการเข้าต่อวิชาของวิทยากรหรือผู้ที่จะสอนวิชาธรรมกายกันต่อเลยนะครับ</p>
<p>เอ๋ แล้วบางคนอาจสงสัยว่า บทความนี้ไว้สำหรับวิทยากรหรือครูที่สอนสมาธิเท่าันั้นหรือ? ไม่หรอกครับ สำหรับท่านๆ ที่สนใจที่เรียนวิชาธรรมกายก็สำคัญเหมือนกัน ใครจะรู้หละครับว่า อ่านไปบางบทความ บางคำพูด อาจจะทำให้ท่านปิ๊งวิธีการเรียน หรือทำให้เรียนวิชาธรรมกายได้สำเร็จก็เป็นไปได้เหมือนกันนะครับ</p>
<p>สำหรับที่ผมจะพูดถึงวันวันนี้ก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ปัญหาที่เกิดจากผม หรือผู้ที่สอนบางท่าน ไม่สามารถวัดผลการฝึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถต่อวิชาต่อไปได้ </strong></span>ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;การเป็นธรรมกาย&#8221;</strong></span> นี่ มันเป็นยังไง หรือ คืออะไร? นั่นเอง</p>
<p>พร้อมไหมครับ</p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเลยนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/see1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-323" title="see1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/see1.jpg" alt="see1" width="485" height="341" /></a></p>
<p>เอาหละครับ ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกับ แนวคิดเบื้องหลังของการต่อวิชาให้กับผู้รับการฝึก ก็คือ ความเข้าใจที่ว่า <span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;"><strong><span style="color: red;">เราฝึกไปทำไม?</span></strong></span> โดยการฝึกในที่นี้นั้น หมายถึง การนั่งหลับตา่ฝึกสมาธิ ณ ขณะนี้นั่นเอง ในที่นี้ขอตอบเลยว่า <strong></strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff6600;"><strong>1. ต้องการให้เกิดรอยใจของภาคขาว เป็นสำคัญ</strong></span></p>
<p>และหน้าที่ต่อไปก็คือ</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">2. ต้องพยายามรักษารอยใจนี้ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป</span><br />
</strong></p></blockquote>
<p>รอยใจของภาคขาวเกิดขึ้นได้ก็เกิดจากการเดินวิชา คือสามารถ <strong>&#8220;เห็น&#8221;</strong> หรือ <strong>&#8220;นึก&#8221;</strong> วิชาได้</p>
<blockquote><p>และรอยใจของธรรมภาคขาวที่ถูกต้อง หรือการเดินวิชาที่ถูกต้อง หรือการฝึกที่ถูกต้องนี้ จะนำไปสู่การเข้าถึงวิชาธรรมกายในระดับสูงๆ ต่อไปได้นั่นเอง</p>
<p>ดังนั้น ถ้ารอยใจนี้ผิดพลาด แน่นอนว่า การศึกษาต่อไปย่อมคลาดเคลื่อน มีเปอร์เซนต์ความผิดพลาดสูงตามไปด้วย</p></blockquote>
<p>อย่าลืมว่า อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการศึกษาวิชาธรรมกายคืออะไร? ท่านตอบได้ไหม?</p>
<p>สิ่งนั้นก็คือ <strong>&#8220;ใจ&#8221;</strong> นั่นเอง</p>
<p>เราต้องฝึกให้ใจของเรามีศักยภาพในการไปค้นคว้าหาความรู้ทางธรรมชั้นสูง และทำการดับกิเลสหรือจัดการสิ่งต่างๆ นานา นั้น ก็ล้วนแต่ใช้ใจของเราทั้งสิ้น</p>
<blockquote><p>ในเบื้องต้น ใจที่ยังไม่เป็น เลยนั้น จะเอาไปใช้ก็ไม่ได้ ถูกครอบงำได้ง่าย เราต้องฝึกใจให้มีความแข็งแรงควรแก่งานก่อน โดยเราจะวัดว่า ใจของเราควรแก่งานได้หรือยังนั้น ประการแรกวัดได้จาก <strong>&#8220;การที่เราสามารถทำดวงใสในท้องของเราได้&#8221;</strong> นั่นเอง</p>
<p>โดยที่แม้ว่า มีความชัดเพียงแค่<strong> &#8220;นึก&#8221;</strong> หรือ <strong>&#8220;เห็น&#8221;</strong> หรือแค่ <strong>&#8220;รู้สึก&#8221;</strong> ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว</p>
<p>ดังนั้น เพียงแค่ท่านนึกดวงใสในท้องได้ ก็ถือว่า ท่านทำวิชาธรรมกายได้แล้ว (ในระดับหนึ่ง) นั่นเองครับ ส่วนที่ว่าจะชัดเจน ถูกต้องแค่ไหนนั้น ค่อยว่ากันต่อไป</p></blockquote>
<p>พอเข้าใจในแนวความคิดหรือยังครับ เมื่อเข้าใจแล้วก็มาถึงความสำคัญของการต่อวิชาว่า แล้วนอกจากความชัดเจนแล้ว เราควรเน้นไปที่ปัจจัยข้อใดเป็นสำคัญ</p>
<p>ในการสอน วิทยากรต้องพิจารณา<strong>เกณฑ์ในรูปแบบ Passive หรือ ผลที่ได้จากการฝึกตามที่วิทยากรบอกวิชา</strong> ต่อไปนี้ให้ดี (พิจารณาตามลำดับความสำคัญ 1, 2, 3) คือ</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff6600;"><strong>1. ความถูกต้องของวิชา</strong></span> หมายถึง วิชาที่ผู้เข้ารับการฝึก เห็น หรือ นึก ได้นั้น ถูกต้องตามตำราหรือไม่</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>2. ความคล่องตัวในการฝึก</strong></span> หมายถึง ผู้เข้ารับการฝึกสามารถ เห็น / นึก วิชาตามที่วิทยากรบอกวิชาได้หรือไม่</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>3. ความชัดเจนของวิชา</strong> </span>หมายถึง ระดับของความชัดเจนที่ผู้รับการฝึกสามารถทำได้ เช่น บางคนเห็นเท่าตาเห็น บางคนเห็นมากกว่าตาเห็น บางคนเห็นตะคุ่มตะค่ำ เป็นต้น</p></blockquote>
<p>จะเห็นว่า<strong> <span style="color: #ff0000;">ความถูกต้องของวิชามาเป็นอันดับหนึ่งของความสำคัญ</span></strong><span style="color: #ff0000;"> </span>ดังนั้น ในการสอนของเรา ถ้าเด็กสามารถนึกวิชาได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว แต่จะคล่องตัว หรือชัดเจนหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องฝึกต่อๆ ไป</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์แบบ Active หรือ การที่ผู้รับการฝึกสามารถฝึกวิชาได้ด้วยตัวเองอีก เพื่อเอาไว้พิจารณาในการเลื่อนระดับชั้นในการฝึก ซึ่งจะเอาไว้กล่าวในโอกาสต่อไป</p>
<p>เมื่อท่านเข้าใจแล้วว่า เป้าหมายของการสอนของเราคือ <strong>ใ<span style="color: #ff0000;">ห้เกิดรอยใจ และให้รอยใจนี้คงอยู่ </span></strong>เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว วิธีการก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้รับการฝึก สามารถทำวิชาตามที่วิทยากรบอกได้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับการนึก หรือในระดับการเห็น</strong></span> เมื่อเราเข้าใจแล้ว ต่อไปเราก็จะเข้าใจวิธีการกลั่นกรองผู้รับการฝึกใน Slide ในวันต่อไปนะครับ</p>
<p>วันนี้สิ่งที่ผมได้พูด ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟังนั้น เป็นจุดสำคัญมากที่จะส่งผลให้การสอนได้ผลหรือไม่?ถ้าวิทยากรไม่เข้าใจในประเด็นของ &#8220;นึก&#8221; กับ &#8220;เห็น&#8221; เมื่อไร การสอนก็จบเพียงเท่านั้น โดยจะรอให้เห็นชัด จนกระทั่งตัวของผู้รับการฝึกมั่นใจได้นั้น นอกจากเด็กแล้ว หายากครับ ส่วนมากมักจะเป็นแบบเลือนๆ ลางๆ เสียมาก</p>
<blockquote><p>ซึ่งไอ้ตัวเห็นไม่ชัดนี่แหละที่ทำให้วิชา ไม่ไปต่อ เปรียบเหมือนกับถ้าเราขับรถ เปรียบว่า หลวงพ่อสด มีรถสปอร์ตชั้นดี ขับแป๊บเดียวก็ไปได้เร็ว และไกลถึงเชียงใหม่แล้ว แต่เรากลับมีเพียงรถเล็กๆ ลองใช้สามัญสำนึกคิดดูนะครับว่า เราจะรอให้มีรถเหมือนหลวงพ่อ หรือว่าเราจะค่อยๆ ขับไปเรื่อยๆ ช้าหน่อย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกน้อยหน่อย แต่พอจะขับไปได้ ขับไป ซ่อมไปบ้าง แต่จุดที่สำคัญคือ ให้เดินหน้าต่อ และ เดินตามทางที่หลวงพ่อได้เดินผ่านมาแล้ว ซึ่งก็คือ แผนที่ ที่หลวงพ่อได้ทำไว้นั่นเอง</p></blockquote>
<p>การที่เราเห็นไม่ชัด แต่พอนึกได้บ้างนั้น ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าเราบอกวิชาต่ิอไป โดยพิจารณาตามความเหมาะสมกับผู้เรียน ก็จะทำให้วิชาเดินก้าวหน้าไปได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่า ความเหมาะสมอยู่ทีไ่หน ไม่ใช่ไปอัดวิชาชั้นสูงเลย อันนี้ก็ไม่ควร ดังนั้น จะทำอะไรก็ควรทำแบบเป็นขั้นเป็นตอนนะครับ เช่น</p>
<p>ถ้าต่อวิชาได้ในบทฝึก 4 กายธรรมแล้ว ผู้เรียนฝึกได้ในระดับ พอนึกวิชาตามได้บ้าง ตามไม่ได้บ้าง หรือเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ก็ไม่ควรต่ิอวิชาในบทสูงๆ ต่อ เราควรให้ผู้เรียนฝึกในบทฝึกนี้ให้คล่องเสียก่อน โดยพิจารณาจากเกณฑ์ต่างๆ ที่ผมได้บอกไว้ข้างต้นได้แก่ ความถูกต้อง ความคล่องตัว และความชัดเจน เมื่อพิจารณาว่าผ่านเกณฑ์แล้ว เราค่อยสอนเดินวิชาในบทฝึก หรือหลักสูตรต่อไป ทำดังนี้ จึงจะเป็นผลดีแก่ผู้เรียนครับ</p>
<p>เอาหละครับ สำหรับวันนี้ก็พอเพียงแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ โดยตอนนี้เรากำลังทำการสอนอยู่ที่ ร.ร. กองทัพบกอุปถัมภ์ อดิศรศึกษา จังหวัดสระบุรี อยู่ครับ โชคดีจริงๆ ที่โรงเรียนนี้มี WIFI ด้วย ทำให้ผม Update Blog นี้ได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น</p>
<p>ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จกับการเรียนวิชาธรรมกายทุกคนเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=322&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้น ในขณะเข้าต่อวิชา</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2009 04:45:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อผิดพลาด]]></category>
		<category><![CDATA[มักจะเกิดขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ในขณะเข้าต่อวิชา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=316</guid>
		<description><![CDATA[ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้น ในขณะเข้าต่อวิชา
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ วันนี้เป็นวันดี เป็นวันมงคล เมื่อเช้าผมก็ได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริฐพระบารมีกับทาง โรงเรียนวัดยางสุทธาราม สำนักงานเขตบางกอกน้อย กทม. เพื่อเป็นการถวายพระพรให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไปด้วยครับ และก็เลยถือเอาโอกาสนี้ ปฏิบัติธรรม ถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวของเราด้วยเลยครับ
เมื่อวานนี้ผมไม่ได้ Update เว็บ เพราะว่า ผมได้ออกไปข้างนอกเพื่อซื้อ Pocket PC มาใช้และแน่นอนว่า เงินน้อยอย่างผมต้องใช้วิธีการเอามือถือเก่าไป Turn ลูกเดียว โดยเพิ่มเงินอีกไม่กี่ร้อย ก็ได้ PPc ดีๆ มาใช้ได้แล้วหละครับ โดย PPc ที่ผมได้มานี้ ก็ถือว่าใช้ได้ดีพอสมควร แต่ผมไม่เคยใช้มาก่อนเลยต้องอาศัยการเรียนรู้บ้างสักนิด ตอนนี้เริ่มใช้ได้คล่องพอสมควรแล้วหละครับ เดี่ยววันหลังผมจะเอารูปเครื่องที่ผมใช้มาให้ดูกันนะครับสาเหตุที่ผมเอามาใช้ก็เพื่อเอาไว้ต่อ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;"><strong>ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้น ในขณะเข้าต่อวิชา</strong></span></p>
<p>สวัสดีครับทุกๆ ท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับ วันนี้เป็นวันดี เป็นวันมงคล เมื่อเช้าผมก็ได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริฐพระบารมีกับทาง โรงเรียนวัดยางสุทธาราม สำนักงานเขตบางกอกน้อย กทม. เพื่อเป็นการถวายพระพรให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไปด้วยครับ และก็เลยถือเอาโอกาสนี้ ปฏิบัติธรรม ถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวของเราด้วยเลยครับ</p>
<p>เมื่อวานนี้ผมไม่ได้ Update เว็บ เพราะว่า ผมได้ออกไปข้างนอกเพื่อซื้อ Pocket PC มาใช้และแน่นอนว่า เงินน้อยอย่างผมต้องใช้วิธีการเอามือถือเก่าไป Turn ลูกเดียว โดยเพิ่มเงินอีกไม่กี่ร้อย ก็ได้ PPc ดีๆ มาใช้ได้แล้วหละครับ โดย PPc ที่ผมได้มานี้ ก็ถือว่าใช้ได้ดีพอสมควร แต่ผมไม่เคยใช้มาก่อนเลยต้องอาศัยการเรียนรู้บ้างสักนิด ตอนนี้เริ่มใช้ได้คล่องพอสมควรแล้วหละครับ เดี่ยววันหลังผมจะเอารูปเครื่องที่ผมใช้มาให้ดูกันนะครับสาเหตุที่ผมเอามาใช้ก็เพื่อเอาไว้ต่อ Internet ไว้ Update ข่าวสารต่างๆ และนำมาแทนเครื่อง MP3 ที่จะเอาอัดเสียงเพื่อทำสื่อต่างๆ ด้วยเรียกว่า All in one ทีเดียว สะระตะดูแล้วคุ้มกว่าซื้อหลายเครื่องก็เลยเอาวิธีนี้ครับ แต่ก็อยู่ที่ว่าจะใช้ได้นานแค่ไหน เพราะผมใช้งานมันหนักมาก ตอนนี้ใช้เนตบุคอยู่ก็ใช้หนัก แต่คุ้มค่าครับ</p>
<p><span id="more-316"></span></p>
<p>เอาหละครับ วันนี้ผมจะมาพูดต่อจากเมื่อวานว่า เวลาที่เราเข้าต่อวิชากันทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะทำผิดพลาดกันมากก็คือสิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ครับ</p>
<p style="text-align: left;"><img class="aligncenter size-full wp-image-317" title="mistake1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/mistake1.jpg" alt="mistake1" width="503" height="355" /></p>
<p style="text-align: left;">จุดนี้เป็นจุดที่ผมเองก็ได้ทำพลาดมาแล้ว และเท่าที่ผมสังเกตก็มักจะทำพลาดไป แต่ถามว่า ร้ายแรงอะไรไหม ก็ไม่ร้ายแรงหรอกครับ แต่จะทำให้เสียเวลาในการเข้าต่อวิชา ทำให้ผู้ได้รับการอบรมท่านอื่นเสียโอกาสไป เนื่องจากวิทยากรเข้าไปต่อวิชาไม่ทันนั่นเองครับ</p>
<p style="text-align: left;">และไม่เฉพาะการต่อวิชาเบื้องต้นเท่านั้น ยังคลอบคลุมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ อีกด้วยครับ</p>
<blockquote>
<p style="text-align: left;">ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นก็คือ <span style="color: red;"><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;"><strong>&#8220;***** เรามักจะไปให้การแก้ไข โดยไม่สืบค้นไปถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง *****&#8221;</strong></span></span> หมายถึง ในกรณีที่เข้าตรวจสอบผู้เข้ารับการฝึก <strong>เรามักจะเข้าไปแก้ไขเลย แต่ลืมถามหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง</strong></p>
</blockquote>
<p>เช่น ในกรณีที่วิทยากรเอก ถามว่า <strong>&#8220;ใครยังไม่เห็นดวงใสในท้อง ให้ยกมือขึ้น&#8221;</strong> วิทยากรตรีที่ไม่รู้ก็มักจะเข้าไปหาผู้รับการฝึก และสั่งให้ลืมตาขึ้นมาดูดวงใส และบอก 7 ฐานเข้าไปใหม่ <strong><span style="color: #ff0000;">(แก้ปัญหาให้ทันที)</span></strong> ถ้าเป็นในกรณีที่ เด็กเห็นดวงธรรมแล้ว แต่ไม่รู้ว่านี่เขาเรียกว่า &#8220;เห็น&#8221; อาจจะมาจากเห็นไม่ชัด เป็นต้น แล้วเราดันสั่งให้เขาลืมตาขึ้นมา ไอ้ที่เห็นการเลือนทันที กว่าจะให้ลืมตา ให้ดูดวง นำ 7 ฐาน ทำให้เห็นใหม่ก็กินเวลาไปพอสมควรทีเดียว</p>
<p>ซึ่งก็ไม่ใช่วิธีที่ผิด แต่ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าจำนวนผู้ที่ยกมือน้อย ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีจำนวนมาก เราจะเข้าไปแก้ไขได้ไม่ทั่วถึง ทำให้คุณภาพการสอนเราลดต่ำลงไปด้วย  <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/undecided.gif" border="0" alt="Undecided" /></p>
<blockquote><p><strong>หลักการบริหารง่ายๆ ที่มองข้างไปก็คือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จงอย่าเพิ่งไปแก้ปัญหานั้นโดยทันที แต่จงค้นให้พบก่อนว่า ปัญหาจริงๆ นั้นคืออะไร อยู่ที่จุดไหน และเกิดมาจากอะไร แล้วจากนั้น ค่อยหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป</strong></p></blockquote>
<p>ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะไปหาทางแก้ให้เขา เราต้องรู้สาเหตุของปัญหาก่อน เปรียบเหมือน มีคนไข้มาหาหมอ พอหมอเจอคนไข้ปั๊บ ก็ให้ยาแก้ปวดหัวทันที ทั้งๆ ที่คนไข้ปวดขา เป็นต้น กรณีของเราก็เช่นกัน เมื่อวิทยากรเอกถามว่า ใครยังไม่เห็น <span style="color: #ff0000;"><strong>เราก็ต้องเข้าไปหาสาเหตุก่อนว่า ทำไมถึงไม่เห็น หรือว่าเห็นแล้วแต่ไม่มั่นใจเพราะไม่ชัด หรือว่าเห็นๆ หายๆ  รวมใจไม่ค่อยได้</strong> </span>พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องเข้าไปหาสาเหตุก่อนว่า<span style="color: #ff0000;"> </span><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;ทำไมถึงไม่เห็น&#8221;</span> </strong>เกิดจากเหตุปัจจัยอะไร เราจะได้แก้ไขได้ตรงกับสาเหตุ</p>
<p>ซึ่งสาเหตุใหญ่ๆ ที่ผู้รับการฝึกไม่เห็นนั้น ก็มีไม่มีอย่าง ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป ประเด็นของหัวข้อนี้ก็คือ<strong><span style="color: red;"> &#8220;ให้หาสาเหตุก่อน ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา&#8221; </span></strong></p>
<p>พอเห็นภาพที่ผมสื่อออกไปไหมครับ ถ้าท่านได้มีโอกาสมาสัมผัสการสอนสักครั้งท่านจะพอเข้าใจ แต่บางท่านที่ไม่เคยเจอกับการสอนแบบนี้ ถ้ามองผ่านๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่ถ้ามอง และพิจารณาดูจะเห็นว่า มันเป็นอย่างที่ผมได้บอกมาจริงๆ</p>
<p>แนวความคิดบางอย่าง บางทีก็ต้องอาศัยเวลาในการบ่มเพาะ กว่าจะเข้าใจได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยความอดทนบ้างนะครับ ทั้งผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งต่างก็ต้องเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ตีความได้แตกเร็วขึ้น บางความคิดอาจะไม่ได้ผลในตอนนี้ แต่อาจจะได้ผลในอนาคตก็ได้ครับ</p>
<p>และ<strong>จากการที่ผมกับทีมงาน และครอบครัวได้ทำงานสอนมามาก และที่สำคัญมีการสรุปบทเรียนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถสรุปเนื้อหาจากประสบการณ์ได้อย่างที่ผมได้นำเสนอมาครับ </strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;">และนี้ก็คือ เหตุหนึ่งที่ว่า ทำไมทางเราถึงสอนกันได้มาก และที่สำคัญ คุณภาพก็ตามมาด้วยแน่นอน เพราะเรามีระบบ มีขั้นตอนในการบริหารจัดการงานสอนที่มีประสิทธิภาพครับ ดังที่ผมได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วในเว็บไซต์แห่งนีี้ที่ผมได้นำเสนอผลการสอนขึ้นทุกวันครับ</span></p></blockquote>
<p>เอาหละครับ ในบทความต่อๆ ไปผมจะมาแนะให้ฟังว่า <strong>จะหาสาเหตุของปัญหา ในการเข้าต่อวิชาได้อย่างไรนะครับ </strong></p>
<p>เอาหละครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันนี้ทุกวันเลยครับ และที่สำคัญ หาเรื่องทำความดี ทำบุญให้กับตัวเองบ้าง ก็จะเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองได้ครับ ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ อนุโมทนา และ</p>
<p>สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=316&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุมการพัฒนาการสอน : การวิเคราะห์ และ กลั่นกรอง ในกรณีเข้าไปต่อวิชา</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/08/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/08/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 04:06:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กลั่นกรอง]]></category>
		<category><![CDATA[การวิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[มุมการพัฒนาการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ร.ร. วัดช่องลม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เขตยานนาวา]]></category>
		<category><![CDATA[ในกรณีเข้าไปต่อวิชา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=311</guid>
		<description><![CDATA[มุมการพัฒนาการสอน : การวิเคราะห์ และ กลั่นกรอง ในกรณีเข้าไปต่อวิชา
สวัสดีตอนเช้าของวันนะครับ
ตอนนี้ผมกำลังทำการสอนอยู่ที่ ร.ร. วัดช่องลม สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร อยู่ครับ สำหรับวันนี้ก็มีสอนกันทั้งหมด 3 รอบเช้าด้วยกัน วันนี้ช่วงเช้าๆ รู้สึกสโหสเหล คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ได้ทานไปเมื่อคืน ทำให้ง่วงตกค้าง แต่ตอนนี้ฤทธิ์คงเริ่มหมดแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้างแล้วหละครับ
สำหรับเมื่อเช้านี้ เวลาเข้ามาในเว็บ Wisdominside.org และเว็บบอร์ด กลับเข้าไม่ได้ โดยระบบแจ้งมาว่า ไม่สามารถติดต่อกับทางฐานข้อมูลได้ อันนี้เป็นความผิดปกติทาง Host ที่ผมได้ฝากเว็บเอาไว้คงจะมาจากการ Update หรือปรับปรุงระบบ Database ของทาง Server นั่นเอง ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;"><strong>มุมการพัฒนาการสอน : การวิเคราะห์ และ กลั่นกรอง ในกรณีเข้าไปต่อวิชา</strong></span></h2>
<p>สวัสดีตอนเช้าของวันนะครับ</p>
<p>ตอนนี้ผมกำลังทำการสอนอยู่ที่ <span style="color: #ff6600;"><strong>ร.ร. วัดช่องลม สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร</strong> </span>อยู่ครับ สำหรับวันนี้ก็มีสอนกันทั้งหมด 3 รอบเช้าด้วยกัน วันนี้ช่วงเช้าๆ รู้สึกสโหสเหล คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ได้ทานไปเมื่อคืน ทำให้ง่วงตกค้าง แต่ตอนนี้ฤทธิ์คงเริ่มหมดแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้างแล้วหละครับ</p>
<p>สำหรับเมื่อเช้านี้ เวลาเข้ามาในเว็บ Wisdominside.org และเว็บบอร์ด กลับเข้าไม่ได้ โดยระบบแจ้งมาว่า ไม่สามารถติดต่อกับทางฐานข้อมูลได้ อันนี้เป็นความผิดปกติทาง Host ที่ผมได้ฝากเว็บเอาไว้คงจะมาจากการ Update หรือปรับปรุงระบบ Database ของทาง Server นั่นเอง ดังนั้น ถ้าท่านๆ ไม่สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บตอนเช้าได้ แสดงว่าเกิดมาจากสาเหตุนี้นะครับ</p>
<p>วันนี้เรามาพูดคุยกันต่อในหัวข้อการฝึก <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;วิทยากรผู้ช่วย&#8221;</strong></span> หรือที่เราเรียกกันว่า<span style="color: #ff0000;"> <strong>&#8220;วิทยากรตรี&#8221;</strong></span> นั่นเองครับ โดยพูดถึง การวิเคราะห์ และกลั่นกรอง ในขณะที่่จะเข้าต่อวิชา ซึ่งผมจะพูดถึงประเด็นนี้ในอีกหลายวันต่อจากนี้เลยนะครับ ขอให้ติดตามว่า มีเทคนิควิธีการใดบ้างนะครับ</p>
<p>พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วอ่านกันต่อได้เลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-312" title="tri2" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/tri2.jpg" alt="tri2" width="519" height="366" /></p>
<p>หัวข้อวันนี้ได้บอกไว้ว่า เราในฐานะที่เล่นบทบาทของวิทยากรตรีนั้น พูดไปก็คือวิทยากรผู้ช่วยนั่นเอง</p>
<blockquote><p>แต่ตามความหมายของคำว่า <strong>&#8220;วิทยากรตรี&#8221;</strong> ที่ผมได้สื่อไปนั้น อาจจะไม่ตรงกับความหมายของวิทยากรท่านอื่นที่ได้ไปให้การอบรมตามที่อื่นๆ บ้าง นะครับ</p>
<p>ขอชี้แจงว่า ทางเราได้พัฒนารูปแบบการจัดการอบรมให้ต่างจากแบบเดิมออกไป เนื่องจาก บริบทในการสอนเปลี่ยนไป และปัจจัยหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป ซึ่งผมจะค่อยๆ ว่าต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปนะครับ ทำให้ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบ และกลวิธีในการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ไปบ้าง ซึ่งก็ได้ผ่านการทดลองหลายครั้งแล้ว ก็ได้ผลดี</p>
<p>และแน่นอนว่า วิธีการเหล่านี้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด หรือเป็นยาครอบจักรวาลที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ รูปแบบการสอนต้องมีการพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องครับ</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น กลวิธีและเทคนิคในการสอนต่างๆ เหล่านี้ ก็คือ ลีลาในการนำเสนอ หรือศิลปะในการสอนนั่นเอง ซึ่งจุดนี้ สามารถปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทในการสอนที่ต่างๆ กันได้ เพื่อให้ได้ผลลัพท์ (Outcome) ที่ถูกต้อง คือ<strong> ผู้ได้รับการฝึกสามารถเข้าถึงวิชาธรรมกายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม</strong> นั่นเอง ซึ่การเข้าถึงนี้ก็มีหลายระดับ หลายรูปแบบ แตกต่างกันไป แต่โดยเบื้องต้น ก็ต้องสามารถทำดวงธรรม หรือเดินวิชาได้ในระดับหนึ่ง เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>แต่สิ่งที่ไปดัดแปลงไม่ได้โดยเด็ดขาด สิ่งนั้นก็คือ เนื้อหาวิชา ตัวเนื้อวิชาที่หลวงพ่อสด อย่าได้ไปดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเด็ดขาดครับ </strong></span></p>
<p>ดังนั้น จงแยกให้ออกว่า ส่วนไหนปรับปรุงได้ ส่วนไหนต้องคงไว้นะครับ</p></blockquote>
<p>สำหรับบทบาทของ วิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี ในการทำงานนั้น ให้ดูจังหวะที่วิทยากรเอกให้ดีว่า ถึงไหนแล้ว เราก็ทำตามนั้น ให้สอดคล้องกัน เช่น วิทยากรเอกให้เห็นกายธรรมพระโสดาแล้ว <strong>(แต่ยังไม่เข้ากายผ่าน 7 ฐาน)</strong> และถามว่า ใครยังไม่เห็นองค์พระ ให้ยกมือขึ้น หน้าที่ของเราก็คือ เข้าไปเก็บรายละเอียดคือ <strong>เข้าไปต่อวิชาจากดวงธรรมให้เกิดกายธรรม</strong> เป็นอันเสร็จพิธีในขั้นตอนนี้ ยังไม่ต้องเดิน 7 ฐาน เพราะวิทยากรเอกจะเป็นคนบอกเอง ถ้าเราบอกเข้า 7 ฐานในสถานการณ์นี้ ก็แสดงถึงว่า เราทำล้ำหน้าวิทยากรเอกแล้ว เป็นการทำเกินหน้าที่ ก็ไม่ผิด แต่ไม่เหมาะสม อย่างนี้เป็นต้น ตัวอย่างเหล่านี้ถ้าได้ลองไปร่วมงานสอนกับเราดู จะพอเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นครับ</p>
<p>นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงถึงบทบาทและหน้าที่ให้ดี มีอะไรที่ไม่เข้าใจให้สอบถามขอคำแนะนำจาำกวิทยากรรุ่นพี่ <span style="color: red;"><strong>ที่มีประสบการณ์ และอยู่ใกล้ตัวงานมากที่สุด</strong></span>ครับ ที่ปรึกษาก็ต้องเลือกให้ดีนะครับ เอาคนที่เป็นจริงๆ ขอให้ท่านเลือกเองนะครับ ท่านจะเลือกจากความชอบพอกัน หรืออะไรก็ตามแต่ท่านเอง แต่ขอ Guide ไว้หน่อยว่า ประสบการณ์การสอนที่มากพอ จะช่วยให้ท่านย่นเวลาในการลองผิดลองถูกไปได้มาก</p>
<p>ที่ผมได้กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า เมื่อได้ทำการสอนมาเยอะเข้าๆ ก็จะเห็นว่าอะไรที่ควร อะไรไม่ควร และทฤษฎี กับปฏิบัติ ก็ต่างกันในรายละเอียดไปบ้าง? ผมกับครอบครัวได้ผ่านการสอนมาทุกรูปแบบ ทั้งสอนกลุ่มใหญ่ สอนกลุ่มเล็กๆ หรือสอนประจำเป็นเทอมๆ เลยก็มี</p>
<p>สมัยที่ผมเข้ามาทำกาสอนนั้น ผมเข้าหาคนที่สอนได้เก่งที่สุด และดีที่สุดก็คือ คุณหมอนิพนธ์ ที่แม่กลอง หรือสมุทรสงคราม ซึ่งท่านก็ได้สอนผมและทีมงาน และผลงานที่ปรากฎให้เป็นที่ประจักษ์นั้น ก็เห็นได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และที่สำคัญ มีความเสถียรต่อเนื่องมานาน ไม่ใช่ทำแบบผลุบๆ โผล่ๆ</p>
<p>ถ้าได้พี่เลี้ยงอย่างนี้แล้ว ท่านก็สามารถใช้เวลาอันมีค่าของท่าน สร้างบารมี และสร้างประโยชน์ให้แก่ พระศาสนา และสังคมได้มากมาย กว่าจะรู้ตัว บารมีของท่านก็ไพศาลออกไปมากแล้ว เช่น ถ้ามีเวลาที่ปลีกตัวจากการทำงานได้ 1 ชั่วโมง แล้วสามารถสอนคนให้เห็นธรรมได้เป็น 1,000 คน โดยได้ทั้งปริมาณ และคุณภาพด้วย กับ สอนคนได้แค่ไม่กี่คน ขอให้ตรองดูเอาเอง</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างก็ดีทั้งนั้น ถ้าอะไรทำให้ท่านสุขใจ สบายใจ ก็ขอให้ทำเถิดครับ ผมเองเพียงแต่ไปเจอวิธีการดีๆ ที่ทำให้เราใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ก็นะเสนอให้ท่านเท่านั้นเองครับ</p>
<p>และยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากมายเลยหละครับ ขอให้ติดตามต่อไปนะครับ</p>
<p>เอาหละครับ สำหรับวันนี้ขอจบเพียงแค่นี้ก่อน คราวต่อไปจะมาพูดกันถึงเรื่อง<span style="color: #ff0000;"><strong> &#8220;ข้อผิดพลาดที่มักจะทำกันในขณะที่ทำการต่อวิชา&#8221;</strong></span> ครับ ขอให้ทุกๆ คนมีความสุข และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ท่านได้วางไว้ครับ สำหรับวันนี้ขอแค่นี้ก่อน ขออนุโมทนากับงานสอนวันนี้ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=311&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/08/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การฝึกวิทยากรผู้ช่วย (วิทยากรตรี) : บทที่ 1 ว่าด้วยการเข้าต่อวิชา</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 03:27:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[กทม]]></category>
		<category><![CDATA[การฝึกวิทยากรผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[การเข้าต่อวิชา]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดนนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[บทที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบางคูวัดใน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบางประกอก]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยากรตรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอบางคูวัด]]></category>
		<category><![CDATA[เขตราษฎร์บูรณะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่รักทุกคน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปทำอะไรกันมาบ้างครับ ผมเองวันเสาร์ต้องเอารถไปซ่อมบำรุง โดยนำไปเปลี่ยนสายพานราวลิ้น หรือสายพานแทมิ่ง ซึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 100,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนซีนหน้าเครื่องอีก 2 ตัว และสายพานเครื่องต่างๆ อีก 3 เส้น รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด ก็ 5,000 กว่าบาท ใช้เวลาไปทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้เหนื่อยเอาการเหมือนกัน เพราะผมต้องยืนมองช่างทำงานไปด้วย ไม่ได้หยุดเลย ขอแนะนำว่า เวลาที่เราจะนำรถไปซ่อมให้ยืนมองช่างซ่อมไปด้วยก็จะดีนะครับ เพราะว่า เราจะได้ความรู้ และทำให้ช่างไม่อู้ ทำให้เสร็จเร็วขึ้นด้วยครับ
หลังจากที่เอารถไปซ่อมแล้ว ผมก็ได้ไปที่ วัดบางคูวัดใน อำเภอบางคูวัด จังหวัดนนทบุรี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่รักทุกคน</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปทำอะไรกันมาบ้างครับ ผมเองวันเสาร์ต้องเอารถไปซ่อมบำรุง โดยนำไปเปลี่ยนสายพานราวลิ้น หรือสายพานแทมิ่ง ซึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 100,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนซีนหน้าเครื่องอีก 2 ตัว และสายพานเครื่องต่างๆ อีก 3 เส้น รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด ก็ 5,000 กว่าบาท ใช้เวลาไปทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้เหนื่อยเอาการเหมือนกัน เพราะผมต้องยืนมองช่างทำงานไปด้วย ไม่ได้หยุดเลย ขอแนะนำว่า เวลาที่เราจะนำรถไปซ่อมให้ยืนมองช่างซ่อมไปด้วยก็จะดีนะครับ เพราะว่า เราจะได้ความรู้ และทำให้ช่างไม่อู้ ทำให้เสร็จเร็วขึ้นด้วยครับ</p>
<p>หลังจาก<a class="goog-icon-list-icon-link" style="width: 1em; height: 0.749469em;" href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1/QzwaoC#5378010486624570594"><img class="goog-icon-list-icon-img alignright" style="margin: 10px;" src="http://lh3.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/SqKICy2VTOI/AAAAAAAAQ44/kYZGOQ0v_YU/s288/DSC04017.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a>ที่เอารถไปซ่อมแล้ว ผมก็ได้ไปที่ <span style="color: #ff0000;"><strong>วัดบางคูวัดใน อำเภอบางคูวัด จังหวัดนนทบุรี</strong></span> ซึ่งทางเราจะเอาวัดแห่งนี้มาเป็นสถานที่รวมตัวเพื่อฝึกวิชาธรรมกายกันต่อไป ซึ่งถ้าจะกำหนดจัดการอบรมเมื่อไร จะแจ้งให้ทราบนะครับ โดยที่วัดนี้นั้นอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศร่มรื่นมากๆ และที่สำคัญคือ อยู่ไม่ไกลจาก กทม. เลย โดยมาทางถนนเส้น 345 ถึงทางแยกเข้าปทุมเท่านั้นเอง เดินทางมาจากถนนบรมราชชนนีประมาณ 30 นาทีเท่านั้นครับ ถ้าขับช้าๆ นะครับ</p>
<p><span id="more-305"></span></p>
<p>ส่วนวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เราได้ไปให้การอบรม<strong>นักศึกษา กศน. วัดบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. </strong>มาครับ โดยเป็นการอบรมนักศึกษากลุ่มเล็กๆ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยแล้วหละครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a class="goog-icon-list-icon-link" style="width: 1em; height: 0.749469em;" href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1/6#5378380537997387122"><img class="goog-icon-list-icon-img aligncenter" src="http://lh3.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/SqPYmno1ZXI/AAAAAAAAQ8Y/slvO3A4iznQ/s288/DSC04053.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a></p>
<p>เอาหละครับมาเข้าสู่บันทึกของผม วันนี้จะมาเล่าสู่กันฟังในหัวข้อการเข้าต่อวิชาของวิทยากรผู้สอนครับ ขอออกตัวก่อนว่า นี่คือประสบการณ์จากการสอนจริงครับ ซึ่งมีการพัฒนามาแล้วอย่างต่อเนื่อง เป็นะยะเวลาอันยาวนานพอสมควร และไม่ได้เป็นประสบการณ์ของผมคนเดียว แต่ผมเป็นคนสรุปมาจากประสบการณ์ของวิทยากรที่มาร่วมทำการสอนหลายๆ คน และนำมาสรุป เขียนให้ท่านได้อ่านกัน ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ต่อวิชาธรรมกายได้ไม่มากก็น้อยครับ</p>
<p>ถ้าถามว่า ผมกับทีมงานนั้นสามารถสรุปการเข้าต่อวิชา โดยได้อ้างอิงมาจากประสบการณ์ใด ขอตอบว่า ได้ผ่านการฝึกงานกับทางทีมคุณหมอนิพนธ์ โดยเริ่มต้นที่ประมาณ ปี 42-43 เราได้ไปร่วมสอนโดยการฝึกเข้าต่อวิชาตัวต่อตัว กล่าวคือ พอคุณหมอซึ่งมีบทบาทเป็นวิทยากรเอก ได้บอกวิชาและถามว่า<strong> &#8220;ใครเห็นดวงใสในท้องแล้ว ให้ยกมือขวาขึ้น&#8221; </strong></p>
<p>ผมและเื่พื่อนๆ วิทยากร ก็ได้ข้าไปต่อวิชาตัวต่อตัวให้กับเด็กๆ หรือผู้มารับการฝึก ทำเช่นนี้เกือบทุกวันที่มีการสอน ตอนนั้นผมอยู่ กทม. ต้องเดินทางไปร่วมสอนกับทางคุณหมอที่ จ.สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี ทำอย่างนี้มาตลอด 3-4 ปีด้วยกันไม่ได้ขาด รวมที่เข้าต่อวิชาตัวต่อตัวสำหรับผมเองก็กว่าหมื่นคนมาแล้ว ซึ่งเป็นงานที่เมื่อทำๆ ไปก็ซ้ำๆ และน่าเบื่อบ้าง แต่เมื่อมองตอนนี้แล้ว นับว่า ทักษะการเข้าต่อวิชาตัวต่อตัว เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ที่เราต้องให้ความสำคัญและมองข้ามไม่ได้ครับ ผมถึงได้บอกไว้ว่า นี่คือทักษะที่สำคัญที่สุด ที่ต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ปัจจุบันนี้ ก็ยังต้องฝึก</p>
<p>การเข้าต่อวิชาตัวต่อตัวนี้ มีข้อดีอย่างมากก็คือ ทำให้เราได้เรียนรู้ผู้ที่ได้รับการฝึก โดยจะได้เห็นพฤติกรรม ลักษณะการเห็นธรรม การแก้ปัญหาที่หลากหลาย การเป็นธรรมกายที่ต่างกันออกไป ฯลฯ</p>
<p>ซึ่งเมื่อเราเก่งในการเข้าต่อวิชาแล้ว ต่อไปข้างหน้า ถ้าเราได้ทำบทบาทของวิทยากรเอก หรือบทบาทอะไรก็ตาม ท่านจะคุมสถานการณ์ได้</p>
<p>เอาหละครับ เราลองมาดูเทคนิควิธีการกันดีกว่านะครับ ถ้าพร้อมแล้ว เชิญศึกษาต่อไปได้เลยครับ :D</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/tri1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-306" title="tri1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/tri1.jpg" alt="tri1" width="544" height="383" /></a></p>
<p>จาก Slide ข้างต้นได้บอกไว้ว่า</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1. การเข้าต่อวิชาทุกครั้งต้องคำนึงถึง <span style="color: #ff6600;"><strong>“กาลเทศะ”</strong></span> เป็นสำคัญ ต้องดู <span style="color: #ff6600;">“บริบท”</span>รอบข้าง และการนำของวิทยากรเอกที่คุมสถานการณ์เสมอไป อย่าทำอะไรโดยพละการ ถ้าไม่จำเป็น&#8230;</strong> </span>การจะทำอะไรนั้น ในขณะที่วิทยากรเอกบอกวิชาอยู่นั้น ให้ดูจังหวะ และขั้นตอนให้ดีว่า ตอนนี้การสอนดำเนินมาถึงขั้นไหนแล้ว การทำงานต้องเป็นไปแบบอัตโนมัติ กล่าวคือ มองตาก็ให้รู้ใจ พยายามใช้เสียงให้น้อยที่สุด เนื่องจากในขณะที่ฝึกต้องการความสงบ <strong>หลักการคือ<span style="color: #000080;"> ทำงานให้เงียบ เฉียบขาด</span></strong><span style="color: #000080;"> <strong>และเข้าขากัน</strong></span> การทำงานก็จะออกมาดี</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> <strong>2. คำว่า “ปริมาณ” ต้อง คู่ไปกับ “คุณภาพ” เสมอไป</strong></span> ทั้ง 2 คำนี้ไปคู่กัน พยายามทำงานให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ การสอนถ้าผู้เข้ารับการฝึกมีจำนวนมาก วิทยากรน้อยจะทำอย่างไร เป็นโจทย์ที่วิทยากรต้องช่วยกันคิด และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3. การจะทำอะไรใหม่ๆ นั้น ต้องเป็นไปด้วยเหตุและผลประกอบกันไป ถ้าจะผิดพลาด ขอให้เป็นความผิดพลาดใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง</strong></span> ให้พิจารณาหลักการประกอบเป็นสำคัญว่า ณ สถานการณ์นี้ ต้องใช้หลักการใด เช่น ในขณะที่วิทยากรเอกบอกวิชาหน้าชั้น มีเด็กนั่งผิด หรือลืมตา หลักการก็คือช่วงนี้เป็นช่วงที่ชิงไหวชิงพริบ เพราะเด็กกำลังส่งใจตามที่วิทยากรเอกบอกวิชา พอเรารู้หลักการแล้ว เราก็จะจะหาวิธีแก้ปัญหาได้ โดยที่ไม่รบกวนผู้ฝึกคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น แต่ถ้าออกมาเป็นกฏเลยไม่น่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีเท่าไรนัก เพราะกฏมีช่องว่าทางภาษา ต่อไปยังไงก็บิดพริ้วได้อยู่ดี เราทำงานกันด้วย <strong>หลักการ</strong> และ <strong>วัฒนธรรม</strong> จะดีกว่า</p>
<p>ซึ่งการที่เราจะทดลองทำอะไรใหม่ๆ ที่เราิคิดว่าจะเป็นการแก้ไข ป้องกัน หรือพัฒนาการสอนนั้น ให้คิดไว้เสมอว่า <strong>เราต้องไม่ทำผิดซ้ำอดีต คือ ถ้าจะผิดพลาดให้เป็นความผิดพลาดใหม่ๆ ที่จะสามารถเป็นบทเรียนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา </strong>ไม่ใช่เป็นความผิดที่มีคนทำมาแล้ว ถ้าอย่างนี้งานก็จะพัฒนา และความเสี่ยงที่เรากล้าเสี่ยงนั้นก็มีคุณค่าสูงแก่้การกล่าวถึง</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">4. ทำงานโดยใช้ <span style="color: #000080;">“สามัญสำนึก”</span> ให้มาก</span> </strong> บางเรื่องไม่ต้องใช้ความคิดลึกซึ้งอะไรในการคิด เพียงแต่ใช้สามัญสำนึกก็คิดได้แล้ว เช่น การแยกเด็กออกไปฝึกตามห้องต่างๆ จุดประสงค์ก็คือ ต้องการแยกเด็กออกไปฝึกอีกห้องฝึกหนึ่ง เพื่อที่เด็กที่เห็นธรรมเร็วจะได้ไม่ต้องรอคนที่ยังไม่เห็น นี่คือหลักการ แต่ก็ต้องดูบริบทประกอบด้วยว่าเหมาะสมไหมในปัจจัยต่างๆ อาทิ เรื่องของ เวลา สถานที่ จำนวนวิทยากร จำนวนเด็ก ความเหมาะสม ฯลฯ ไม่ใช่สมัยก่อนเคยทำอะไร ก็ตะบี้ตะบันทำโดยไม่ดูกาลเทศะ ดังนั้น เราต้องดูความคิดเบื้องหลังการกระทำนั้นๆ ว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>ทำไปเพื่ออะไร?</strong></span> เสมอไป ถ้าบรรลุวัตุประสงค์แล้ว เป้าหมายบรรลุผล วิธีการปฏิบัติถูกต้อง ดีงามด้วยแล้ว จะวิธีไหนก็ทำไปเถิดครับ</p>
<p>ที่สำคัญคือ <span style="color: #ff6600;"><strong>ต้องเปิดใจ และใจกว้างในการทำงาน </strong></span>ทำงานเพื่องาน และผลที่ได้ก็จะคุ้มค่ากับที่เราลงทุนคิด และลงทุนทำ</p>
<p>เอาหละครับ สำหรับเนื้อหาในวันนี้ โดยสิ่งที่ได้นำเสนอไว้นี้ ต่อไปจะมีประโยชน์สำหรับการศึกษาวิชาธรรมกายอย่างมาก อย่าลืมที่ผมได้บอกไว้ว่า การเรียนที่ดีที่สุดนั้น คือ การเรียนเพื่อเอาไปสอนผู้อื่น ความรู้ก็ได้ บารมีก็ได้ บุญก็ได้ เราก็ได้ คนอื่นก็ได้</p>
<p>บางคนอาจจะรอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยฝึก แล้วค่อยเรียน ถ้าจะมองใจมุมนั้นก็ได้ แต่สำหรับผมนั้น รู้แค่ไหน พร้อมแค่ไหน ก็ทำแค่นั้น แต่ก็มีเรื่องอัศจรรย์ก็คือ พอเราคิดที่จะทำอะไรแล้ว ความพร้อมจะตามมาเอง ไม่ทราบว่าเพื่อนๆ เคยประสบกับตัวเองบ้างหรือไม่ครับ</p>
<p>ขอย้ำอีกครั้งว่า บทความที่เขียนมานี้ คือ ประสบการณ์ในภาคปฏิบัติื ซึ่งต้องมีการพัฒนาต่อเนื่อง การบริหารจัดการการอบรม การสอน ต้องพัฒนาให้เหมาะกับยุคและสมัย แต่หลักการ และเนื้อหาวิชานั้น ต้องคงที่ไว้ ไม่ให้ผิดและเพี้ยน</p>
<p>ที่ผมได้นำเสนอมานี้คือ การบริหารจัดการการสอน เป้าประสงค์คือ ให้เข้าถึงวิชาธรรมกายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับศักยภาพของคนคนนั้น โดยวิธีการที่ถูกต้อง และดีงาม บางท่านอาจจะมองได้หลากหลาย บางคนก็เห็นว่ามีประโยชน์ บางคนก็เห็นว่าผิด ก็แล้วแต่มุมมองของท่านเอง<span style="color: #ff0000;"><strong> ผมไม่เก่ง แต่ผมมีที่ปรึกษาที่เก่งและดี มีทีมงานที่สุดยอด มีผู้ใหญ่คือ พ่อกับแม่ ดูและการทำงานอย่างใกล้ชิด </strong></span>และแน่นอนว่า เมื่อทำงานก็ย่อมมีความผิดพลาด ซึ่งก็เป็นบทเรียนที่ดีให้กับผมและทีมงานการอบรม นี่คือสิ่งที่วิเศษมากที่เกิดขึ้น เมื่อมองดูผลการสอนแล้ว ก็ชื่นใจ ปลื้มใจ</p>
<p>และ<strong>ทุกอย่างไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ</strong> อย่าลืมนะครับ การเรียนวิชาธรรมกายไม่ยาก ถ้าเราเจอวิธีที่เหมาะกับเราเอง ถ้ายังหาวิธีที่เหมาะกับเราไม่ได้ การเรียนก็ยากแสนยากเป็นธรรมดา ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านเองว่า จะเปิดใจกว้างรับวิธีการใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ หรือไม่?</p>
<p>ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาธรรมกายและการดำรงชีวิตต่อไปครับ สวัสดีครับ :D</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=305&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/07/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การฝึกวิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 04:15:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[การฝึกวิทยากรผู้ช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกวิทยากร]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยากรตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เครมรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=299</guid>
		<description><![CDATA[การฝึกวิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
มาเล่าสู่ข่าวคราวให้ฟังกันก่อนก็แล้วกันนะครับ&#8230;
หายไปนานหลายวันทีเดียวที่ผมไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมและตกแต่ง Blog แห่งนี้ ก็เลยขอเล่าให้ฟังหน่อยว่า ได้ไปทำอะไรมาบ้างในวันที่หายๆ ไปนะครับ แล้วทุกคนสบายดีกันหรือเปล่าครับ ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
เอาล่ะครับ&#8230; โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมานี้ คุณเจษฎากับผมได้รับเชิญให้ไปทำการสอนนักศึกษาปริญญาเอก ณ ศูนย์วิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ ประสานมิตร เวลาตั้งแต่ 09.00 น. &#8211; 12.oo น. ครับ โดยเนื้อหาที่ไปสอนกันนั้นก็เกี่ยวกับวิชาธรรมกายโดยตรงเลย

โดยที่คุณเจษฎาได้ทำการบรรยายประวัติและเนื้อหาวิชาธรรมกายคร่าวๆ และได้แนะนำให้ทำการฝึกเบื้องต้นง่ายๆ ประมาณแึค่เพียง 10 นาทีหน่อยๆ เท่านั้น

ซึ่งผลในทางปฏิบัติที่ทางผมได้ประเมินคร่าวๆ ก็ได้ประมาณ 60-70% โดยประมาณ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: red;"><strong><span style="font-size: 28pt; line-height: 1.3em;">การฝึกวิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี</span></strong></span></p>
<p style="text-align: left;">สวัสดีครับทุกๆ ท่าน</p>
<p style="text-align: left;">มาเล่าสู่ข่าวคราวให้ฟังกันก่อนก็แล้วกันนะครับ&#8230;</p>
<p style="text-align: left;">หายไปนานหลายวันทีเดียวที่ผมไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมและตกแต่ง Blog แห่งนี้ ก็เลยขอเล่าให้ฟังหน่อยว่า ได้ไปทำอะไรมาบ้างในวันที่หายๆ ไปนะครับ แล้วทุกคนสบายดีกันหรือเปล่าครับ ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ</p>
<p style="text-align: left;">เอาล่ะครับ&#8230; โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมานี้ คุณเจษฎากับผมได้รับเชิญให้ไปทำการสอนนักศึกษาปริญญาเอก ณ <span style="color: #ff6600;"><strong>ศูนย์วิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ ประสานมิตร </strong></span>เวลาตั้งแต่ 09.00 น. &#8211; 12.oo น. ครับ โดยเนื้อหาที่ไปสอนกันนั้นก็เกี่ยวกับวิชาธรรมกายโดยตรงเลย</p>
<p style="text-align: center;"><a class="goog-icon-list-icon-link" style="width: 1em; height: 0.749469em;" href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1/2255203#5376848677880254466"><img class="goog-icon-list-icon-img aligncenter" src="http://lh5.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/Sp5nYoAU0AI/AAAAAAAAQuk/fXg_H3bEO3Q/s288/DSC03938.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a></p>
<p style="text-align: left;">โดยที่คุณเจษฎาได้ทำการบรรยายประวัติและเนื้อหาวิชาธรรมกายคร่าวๆ และได้แนะนำให้ทำการฝึกเบื้องต้นง่ายๆ ประมาณแึค่เพียง 10 นาทีหน่อยๆ เท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><a class="goog-icon-list-icon-link" style="width: 1em; height: 0.749469em;" href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1/2255203#5376848570518002946"><img class="goog-icon-list-icon-img aligncenter" src="http://lh6.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/Sp5nSYDK3QI/AAAAAAAAQuA/eZ1e6IOeN9c/s288/DSC03929.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งผลในทางปฏิบัติที่ทางผมได้ประเมินคร่าวๆ ก็ได้ประมาณ 60-70% โดยประมาณ หลังจากนั้นก็ได้มีการสอบถามคำถามจากการฝึกและเกี่ยวกับวิชาธรรมกายกันมากมาย ซึ่งคุณเจษฎากับผมก็ไ้ด้ช่วยกันถาม และช่วยกันตอบคำถามต่างๆ กันอย่างสนุกสนาน นับว่า เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดีทีเดียวหละครับ ซึ่งท่านผู้อ่านทุกคนคงพอเดาคำถามออกว่า ถ้าเป็นคำถามที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกถามกันนั้น คงไม่ใช่คำถามทั่วๆ ไปแน่นอน เสียดายที่ผมไม่มีกล้องวีดีโอ ไม่อย่างนั้นคงได้ถ่ายและนำขึ้นให้ทุกๆ ท่านได้ชมกันแน่นอนครับ</p>
<blockquote>
<p style="text-align: left;">และสำหรับท่านที่ผ่านมาและอยากให้วิทยากรเข้าไปให้การอบรม ซึ่งเราจะ<span style="color: #ff0000;"><strong>เน้นไปที่การนำวิชาธรรมกายไปประยุกต์ให้ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง</strong></span> หรือจะเน้นไปที่เนื้อหาวิชาธรรมกายแบบ Pure เลยก็ย่อมได้ <span style="color: #ff0000;"><strong>ก็เชิญติดต่อมาทางผมที่ o89 488 1788 หรือที่คุณเจษฎาก็ได้ครับ</strong></span> แต่ถ้ายังนึกไม่ออก ผมจะทำหลักสูตรที่หลากหลายออกมาให้ท่านได้เลือกได้ครับ แต่ต้องรอหน่อย ต้องอาศัยเวลานิดหนึ่งครับ</p>
</blockquote>
<p style="text-align: center;"><a class="goog-icon-list-icon-link" style="width: 1em; height: 0.749469em;" href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1/2255203#5376848642926193618"><img class="goog-icon-list-icon-img aligncenter" src="http://lh5.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/Sp5nWlyoK9I/AAAAAAAAQuY/P18Vqgwss4I/s288/DSC03935.JPG" alt="" width="288" height="216" /></a></p>
<p style="text-align: left;">แต่ทว่าขากลับจากการสอนผมก็ถูกรถมาเบียดและเฉี่ยวกันนิดหน่อยอย่างที่ผมได้บอกใน Twitter แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ลองไปดูใน Twitter<strong> (<a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank">http://twitter.com/wisdominside</a>) </strong>ย้อนหลังนะครับ มีรูปถ่ายให้ดูด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิด แต่ก็ทำให้ต้องเสียเวลาไปเยอะกับการทำเรื่องเครมกับประกัน และนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ หาอู่ซ่อม ซึ่งก็ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการเครมรถมามากทีเดียวหละครับ ผมถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่น่าสนใจ และก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอนิพนธ์และเพื่อนๆ ที่ติดตามผมใน Twitter ซึ่งได้ให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยนะครับ</p>
<p style="text-align: left;">ผมขอ Share ขั้นตอนการเครมรถสักนิดนะครับ โดยเมื่อรถท่านถูกชนและท่านเป็นฝ่ายถูกนั้น ทางประกันจะให้ใบเครมมาให้กับท่าน โดยในที่นี่ประกันของคู่กรณีคือ วิริยะประกันภัย ก็ทำใบเครมมาให้ผม ซึ่งหลังจากที่เราได้ใบเครมมาแล้ว ก็จะถึงขั้นตอนที่เราจะนำรถของเราไปทำการซ่อมมี 2 วิธีคือ</p>
<ol>
<li><strong>ไปซ่อมที่อู่ซึ่งทางประกัน</strong>หรือทางผมคือ วิริยะประกันภัย ได้ Contact ไว้ ซึ่งผมขอบอกว่า บางอู่ก็ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไร ผมไปมาอู่หนึ่ง ต้องรอคิวเป็นเดือน ทั้งๆ ที่ Case ผมเพียงแค่ถอดเปลี่ยนอะไหล่เท่านั้น อีกอู่ก็ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไร ไม่รู้เป็นที่อะไร แต่ผมขอบอกว่า วิธีนี้ไม่ค่อย Work สำหรับผมเท่าไร มันเสียเวลามากๆ ผมขอแนะนำวิธีที่สองคือ</li>
<li><strong>ไปที่อู่ที่เราชอบ หรือไว้ใจได้ <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">(Recommend)</span></span></strong> แล้วให้เขาทำใบเสนอราคามา แล้วค่อยนำใบเสนอราคานั้นไปยื่นให้ทางประกันจ่ายสินไหมทดแทนให้กับเรา<br />
แต่ทว่า ท่านต้องมีการต่อรองราคากับทางประกัน ซึ่งผมใช้วิธีให้ทางอู่กับประกันเครียร์กันเอง ซึ่งก็สะดวกเหมือนกัน หลังจากนั้น ต้องใช้เอกสารยื่นเพื่อรับสินไหมทดแทนคือ ใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน, กรมธรรม์ประกันภัยของเรา, บัญชีธนาคาร, หนังสือประจำรถของเรา ส่วนการรับเงินนั้นก็ได้ 3 แบบ คือ ถ้าไม่เกิน 5,000 บาท ท่านก็รับเป็นเงินสดได้ที่กระกันสาขาที่เขารับผิดชอบ ดูจากจั่วหัวของใบเครม หรือโทรสอบถามก่อนก็ได้ แบบที่สองคือ การรับเงินผ่านบัญชีธนาคารในกรณีไม่เกิน 5,000 บาทเช่นกัน แตต้องรอประมาณ 7 วัน และแบบที่สามคือ รับผ่านเช็คธนาคารครับ ซึ่งผมใช้วิธีรับผ่านบัญชีธนาคารครับ</li>
</ol>
<p style="text-align: left;">จากนั้นก็เอารถไปที่อู่แล้วก็จัดการซ่อม ก็เรียบร้อยแล้วหละครับ</p>
<p style="text-align: left;">เรื่องแบบนี้ ผมเองต้องเดินเรื่องเองหมด โดยที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน  ก็เลยทำให้เสียเวลาไปมาก ก็เลยมาขอ Share ความรู้กัน เผื่อถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับท่านบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาแบบผมนะครับ :D</p>
<p style="text-align: left;">อีกเรื่องก็คือ มีน้องคนหนึ่ง ได้ติดต่อกับผมและคุณเจษฎามาทางอีเมล์ว่า อยากให้เราไปจัดการอบรมให้ทางเชียงราย ซึ่งก็ได้ขอรายละเอียดมาว่าจะจัดอบรมอย่างไร? ผมก็เลยตอบกลับไปว่า ขอให้บอกรายละเอียดของการอรบรมที่ทาง ร.ร. ต้องการว่า จัดในโอกาสใด จำนวนผู้อบรมเท่าไร อบรมที่ไหน และให้เบอร์ติดต่อของผมไป</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งหลังจากนั้น ก็เงียบ และน้องคนนั้นก็ได้ตอบกลับมาอีกฉบับ โดยขอรายละเอียดข้อมูลเหมือนเดิมอีก โดยไม่ไ่ด้ให้ข้อมูลอะไรที่ผมได้ขอมาเลย ใน Case นี้ ผมก็ได้ปฏิเสธการจัดอบรมครั้งนี้ไป เนื่องจากการติดต่อประสานงานที่ไม่มีความชัดเจน และดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะติดต่อมาจริงๆ ดูเหมือนเล่นๆ ซึ่่งเราต้องเดินทางไปไกล ถ้าการประสานงานไม่ชัดเจนแล้ว อาจจะทำให้ไปเก้อได้ เวลาของเรามีค่าครับ ดังนั้น เวลาติดต่อมาขอให้โทรติดต่อกันหรือติดต่อกันให้เป็นเรื่องเป็นราวนิดหนึ่งนะครับ เรายินดีให้การอบรมท่านอยู่แล้วครับ</p>
<p style="text-align: left;">เอาหละครับพอทราบข่าวคราวกันบ้างแล้ว ต่อไปจะขอเสนอความรู้ที่สรุปมาจากภาคปฏิบัติจริงสำหรับท่านที่เป็นวิทยากร</p>
<p style="text-align: left;">เอาหละครับไปสู่เนื้อหาของเรื่องกันเลยก็แล้วกันนะครับ หร้อมแล้วใช่ไหมครับ</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #ff0000;"><strong>Let Go&#8230;&#8230;..</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/aa1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-300" title="aa1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/aa1.jpg" alt="aa1" width="472" height="329" /></a></p>
<p>วิทยากรตรี ความหมายในเชิงการบริหารการสอนนั้น ก็คือ วิทยากรที่ผ่านการสอบวิทยากรมาเรียบร้อยแล้ว <em>(ขั้นตอนในการสอบวิทยากรจะขอกล่าวไว้ในหัวข้อต่อไป)</em> โดยมีบทบาทในการทำงานสอน ดังนี้</p>
<blockquote><p>
<span style="color: #ff0000;"><br />
<strong>1. ต่อวิชาให้เห็นดวงธรรม กายธรรม ตัวต่อตัว / เป็นกลุ่ม Cluster ในห้องอบรมใหญ่</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2. เก็บรายละเอียดการสอน เช่น แก้ปัญหาในกรณีที่ผู้รับการฝึกเห็นกายธรรมหรือดวงธรรมเป็นสีอื่น หรือปัญหาผิดปกติต่างๆ</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3. ประสานงานทั่วไปเพื่อช่วยเหลือวิทยากรเอก และวิทยากรโท</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4. ดูแลความเรียบร้อยของการสอนทั่วไป</strong></span></p></blockquote>
<p>การฝึกให้เป็นวิทยากรตรีที่มีคุณภาพนี้ <strong><span style="color: #000080;">ท่านต้องหาพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ดี มีประสบการณ์ มีหลักการ และมีความคิดด้วย</span> </strong> <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/smiley.gif" border="0" alt="Smiley" /></p>
<p>และพี่เลี้ยงก่อนที่จะพาวิทยากรใหม่ลงสนาม ก็ต้องสรุปภาพรวมของการสอนให้รู้เสียก่อนว่า การสอนมีรูปแบบอะไรบ้าง แต่ละบทบาทมีหน้าที่อย่างไร เราในตอนนี้ต้องทำอะไรบ้าง ฯลฯ</p>
<p>ก่อนการเข้าต่อวิชา พี่เี้ลี้ยงต้องคำนึงถึงความแนกต่างของคนด้วย ให้นึกถึงหลักการว่าขั้นตอนนี้ใช้หลักการอะไร แต่วิธีการก็เป็น facilitator คอยช่วยเหลือให้วิทยากรใหม่ให้คิดค้นหาวิธีการที่เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง พี่เลี้ยงทำเป็นตัวอย่างไีด้ แต่อย่าไปยัดเยียดวิธีการให้แก่เขา ผมขอเสนอขั้นตอนในการฝึกวิทยากรตรีใหม่ดังนี้</p>
<p>โดยเทคนิควิธีที่สำคัญคือ ในการเข้าต่อวิชา ให้พี่เลี่้ยงสอนให้วิทยากรใหม่รู้วิธีการต่อวิชาทั้งแบบเต็มๆ และแบบผู้ชำนาญ เพื่อให้วิทยากรใหม่เห็นภาพรวมของการเข้าต่อวิชาต่อวิชา แต่<strong>ในขณะที่ฝึกให้วิทยาใหม่ใช้คำท่องแบบเต็มๆ แบบท่องสอบก่อน</strong> โดยเริ่มตั้งแต่ &#8220;ให้สมมุติใจเราเป็นหลายเข็มเย็บผ้า&#8230;..&#8221; <span style="color: #ff0000;"><strong>ให้ ต่อวิชาเยอะๆ หลายๆ ครั้ง จนเกิดทักษะ และความชำนาญ จากนั้นวิทยากรใหม่จะรู้จักใช้คำพูดที่ได้ผลกับเขา และเป็นใน Style ของเขาเอง จะเป็นธรรมชาติของเขาเอง <span style="color: #ff6600;">และที่สำคัญ ไม่แนะนำให้ไปสอนให้วิทยากรใหม่รีบตัดคำ หรือใช้ถ้อยคำตามที่พี่เลี้ยงแนะนำ </span></strong></span></p>
<p>ประเด็นนี้ มีปัจจัยเรื่องของชั่วโมงบินเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ต้องทำมากๆ แล้วจะค่อยๆ เป็นเอง อย่างเป็นธรรมชาติ อย่ารีบร้อนข้ามขั้นตอน ไม่อย่างนั้น พื้นฐานจะไม่แน่่น</strong></span> แม้จะเป็นวิทยากรที่ชำนาญแล้ว ก็จำเป็นต้องฝึกอยู่ตลอดเวลา เพราะในส่วนนี้เป็นเรื่องของทักษะ ที่ต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดการต่อวิชาตัวต่อตัว จะทำให้การบอกวิชาของเราไม่เฉียบคม เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องพิจารณาให้จงดี</p>
<p><strong> ขั้นตอนการ Train วิทยากรตรีใหม่มีดังนี้</strong></p>
<p>1. Overview ภาพรวมของการสอน</p>
<p>2. ทบทวนขั้นตอนการเข้าต่อวิชา</p>
<p>3. พี่เลี้ยงเข้าต่อวิชาให้วิทยากรใหม่เห็น ทั้งแบบท่องสอบ และแบบชำนาญ สักคนสองคน</p>
<p>4. ให้วิทยากรใหม่ทดลองต่อวิชาเลย ให้ต่อแบบท่องสอบแบบเต็ม แล้วพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ คอยแก้ปัญหา และให้กำลังใจ</p>
<p>5. เมื่อมั่นใจว่าสามารถปล่อยมือได้แล้ว ให้วิทยากรใหม่ต่อวิชาหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นค่อยหาโอกาสถ่ายทอดเทคนิควิธีการแก้ไขปัญหา ฯลฯ ต่างๆ ให้กับวิทยากรใหม่ โดยดูตามความเหมาะสม</p>
<p>ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-4 นี้ สามารถทำได้ภายในชั่วโมงเดียว ดังนั้น ภายในเวลา 1 ชั่วโมง พี่เลี้ยงต้องทำให้ิวิทยากรใหม่ต่อวิชาให้กับผู้รับการฝึกได้ ไม่อย่างนั้น พี่เลี้ยงต้องปรับปรุงการสอนของตัวเองด้วย ว่าทำไมถึงทำไม่ได้ แล้วสรุปบทเรียนมาคุยกันต่อไป</p>
<p>สำหรับในประเด็นอื่นๆ จะขอกล่าวในหัวข้อถัดๆ ไป ขอให้ติดตามกันครับ และขอบอกก่อนว่า ไม่ต้องไปหาอ่านเนื้อหาที่ผมได้บอกไว้ที่ไหนหรอกครับ เพราะไม่มีหรอก มันเกิดมาจากประสบการณ์ในการสอนล้วนๆ ซึ่งถ้าหากท่านอยากสอนวิชาธรรมกายให้เก่ง ให้เป็น ขอให้ติดตามได้ในเว็บนี้ครับ เราจะพยายามสรุปความรู้ และนำมาถ่ายทอดให้ท่านได้เรียนรู้กันต่อไปครับ รับรองว่า ไม่ยากหรอกครับ</p>
<p>สำหรับวันนี้ขอยุติเนื้อหาเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้คราวหน้าจะมาว่าเกี่ยวกับการฝึกเป็นวิทยากรตรีต่อไปครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาธรรมกายและในการดำรงชีวิตทุกคน สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=299&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การบริหารจัดการการอบรม: ขั้นตอนการฝึกวิทยากรใหม่</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2009 03:31:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[การอบรม]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฝึกวิทยากรใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=292</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับแฟนๆ ของ Wisdominside.org ที่รักทุกๆ คน
วันนี้เป็นวันแรกที่ทาง กทม. ได้จัดการปิดสะพานข้ามแยกต่างๆ เพื่อทำการซ่อมแซมกันครั้งใหญ่ เมื่อเช้าผมเข้าไปใน twitter ก็มีการบ่นกันเกี่ยวกับเรื่องของจราจรมากมาย แน่นอนว่า ผมเองก็ต้องไปสอนใน กทม. ก็ย่อมได้อานิสงส์ไปด้วย 5555+ เลยแก้ปัญหาโดย ไปสอนต่างจังหวัดแทนซะเลย (ใครจะ Follow ผมที่ twitter ก็ไปที่ http://twitter.com/wisdominside นะครับ)
พูดถึงการเดินทาง ถ้าผมไปสอนที่พระโขนง กับ นครสวรรค์ ผมเลือกนครสวรรค์ เพราะเดินทาง 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ไปพระโขนงเหนื่อยกว่าครับ รถติดมากๆๆๆๆ
เอาล่ะครับ วันนี้ผมได้นำเอาบทความที่ผมได้เคยเขียนไว้ใน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับแฟนๆ ของ <span style="color: #ff0000;"><strong>Wisdominside.org </strong></span>ที่รักทุกๆ คน</p>
<p>วันนี้เป็นวันแรกที่ทาง กทม. ได้จัดการปิดสะพานข้ามแยกต่างๆ เพื่อทำการซ่อมแซมกันครั้งใหญ่ เมื่อเช้าผมเข้าไปใน<strong> twitter </strong>ก็มีการบ่นกันเกี่ยวกับเรื่องของจราจรมากมาย แน่นอนว่า ผมเองก็ต้องไปสอนใน กทม. ก็ย่อมได้อานิสงส์ไปด้วย 5555+ เลยแก้ปัญหาโดย ไปสอนต่างจังหวัดแทนซะเลย (ใครจะ Follow ผมที่ twitter ก็ไปที่ <a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank"><span style="color: #ff0000;"><strong>http://twitter.com/wisdominside</strong></span></a> นะครับ)</p>
<p>พูดถึงการเดินทาง ถ้าผมไปสอนที่พระโขนง กับ นครสวรรค์ ผมเลือกนครสวรรค์ เพราะเดินทาง 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ไปพระโขนงเหนื่อยกว่าครับ รถติดมากๆๆๆๆ</p>
<p>เอาล่ะครับ วันนี้ผมได้นำเอาบทความที่ผมได้เคยเขียนไว้ใน forum ของเว็บเรา ตอนนั้นผมได้เขียนไว้เกี่ยวกับการฝึกวิทยากร ในส่วนนี้เป็นส่วนของการบริหารจัดการการสอน ซึ่งต้องมีการพัฒนาปรับปรุงไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า <strong>&#8220;ไคเซ็น&#8221;</strong> นั่นเอง</p>
<p>ให้ถือว่า บทความต่างๆ ที่ผมจะถ่ายทอดออกมาต่อไปนี้นั้น เป็น <strong>Handbook </strong>หรือ <strong>คู่มือในภาคสนาม </strong>ของการจัดการเรียนการสอนวิชาธรรมกาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงจากวิทยากรที่ผ่านการสอนมานานครับ</p>
<p>วันนี้ขอเติมเต็มในส่วนของการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนงานเผยแพร่ของพวกเรานะครับ ในส่วนของ<strong>การฝึกวิทยากรใหม่</strong></p>
<p>จากที่ผ่านมานั้น หลังจากที่วิทยากรใหม่ได้ผ่านการสอบวิปัสสนาจารย์จากคุณลุงแล้ว ขั้นตอนในการฝึกวิทยากรเป็นไปอย่างไม่เป็นระบบ โดย<strong>ใ<span style="color: #ff0000;">ช้ระบบพี่เลี้ยง (Mentor System)</span></strong> สอนต่อๆ กันมา ซึ่งผมเองก็ผ่านการอบรมด้วยวิธีนี้เช่นกัน ถือว่าเป็น On the job training ก็ได้ ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดี และต้องนำมาใช้ต่อไป</p>
<p>แต่ก็ได้อยากเพิ่มเติมขั้นตอนที่เป็นระบบเข้าไปอีกนิด เพื่อให้เกิดความเป็นรูปแบบเดียวกัน ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการทดลองใช้แล้วกับวิทยากรหลายท่านที่ได้เข้ามาร่วมการ สอนกับทางแม่ผมคือ อ.พิมพ์วรัชญ์ ทำให้การสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมาก ลดระยะเวลาในการลองผิดลองถูกไปอย่างมากทีเดียว<br />
<span id="more-292"></span> จากเอกสารที่ผมได้แนบมาด้วยนี้ (ในรูปแบบ JPG) เป็นเอกสารที่ได้นำเสนอในระหว่างที่ได้เดินวิชากันตามบ้านวิทยากรต่างๆ และผ่านการทดลองและผ่านการพูดคุยกันมาแล้วในเบื้องต้น คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของเราในอนาคตครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/pre1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-294" title="pre1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/09/pre1.jpg" alt="pre1" width="493" height="360" /></a></p>
<div style="text-align: left;">ก่อนที่จะได้วิทยากรใหม่เข้ามานั้น เราต้องพูดคุยกับเขาให้รู้ถึง<span style="color: #ff0000;"><strong>ภาพรวมของการศึกษาวิชาธรรมกาย</strong></span>เสียก่อน (เราจะพูดกันในตอนหลัง) พอเขาสามารถรู้ภาพรวม (Holistic) ของการศึกษาวิชาธรรมกายแล้ว</div>
<blockquote>
<div style="text-align: left;">พวกเราจะต้องเป็น <strong>ผู้ช่วย หรือ ผู้สนับสนุน (Facilitator)</strong> ช่วยเขาในการค้นหาวิธีการสร้างบารมีที่เหมาะสมกับตัวเขา</div>
</blockquote>
<div style="text-align: left;">เพราะเราก็รู้ดีในข้อจำกัดในด้านของเวลา ที่แต่ละคนก็มีจำกัด นี่ยังไม่รวมถึงข้อจำกัดในด้านของความสามารถ และ Competencies ของแต่ละคน <em>(เราจะยังไม่ว่าถึงผู้ที่อาจจะเป็นภาคมารปลอมปนเข้ามาเหมือนในกรณีเด็กอายุ 15 สมัยหลวงพ่อ นั้นจะต้องกล่าวถึงในอีกหัวข้อหนึ่ง) </em></div>
<div style="text-align: left;">
<p>ในขั้นตอนการสัมภาษณ์เบื้องต้นนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการ Overview และ สร้างความคาดหวังให้เกิดขึ้นกับวิทยากรใหม่ <span style="color: #ff6600;"><strong>ถ้าเราไม่วาง Roadmap ร่วมกับเขา ก่อนเหมือนกับการตกลงร่วมกันก่อน เขาก็จะคิด Roadmap ของเค้าเอง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของ &#8220;แนวคิด&#8221; ที่จะขัดกันต่อไปในอนาคตได้</strong></span></p>
<p>ถึงแม้ว่าเราจะต่างคนต่างมา มีเป้าหมายต่างกันไป แต่<strong>การทำงานต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน</strong> จะยืดหยุ่นได้ในเรื่องของวิธีการที่ต่างกันไป ประเด็นนี้เราต้องใจกว้างยอมรับความต่างนี้ให้ได้</p>
<blockquote><p>เราในฐานะวิทยากรรุ่นพี่ ต้องมองให้ออก และค้นหาศักยภาพในตัวของวิทยากรใหม่และเอาออกมาใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมและกลมกลืน</p></blockquote>
<p>ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกับวิทยากรใหม่ก่อนที่จะออกไปทำงานเผยแพร่ร่วมกันนั้น ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;">1. <strong>การสร้างบารมีนั้น เป็นการทำเพื่อคนอื่น</strong></span> : ประเด็นนี้สำคัญมาก แนวคิดเริ่มต้นที่จะปลูกฝังไว้คือ <strong>&#8220;การทำเพื่อคนอื่น&#8221;</strong> เสมอไป จริงอยู่ที่การสร้า้งบารมีนั้นเป็นการทำเฉพาะตัว แต่ถ้าจะให้การสร้างบารมีเป็นไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง และกว้างไกล แนวคิดนี้สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราคิดเพื่อคนอื่นแล้ว รูปแบบการทำงาน และวิธีการของเราจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมาก มีกำลังใจ เมื่อเจออุปสรรคเราก็จะไม่ท้อแท้มากนัก และผลที่เราได้กลับมานั้น จะมหาศาลกว่าการทำเพื่อตัวเองมากนัก เป็นรูปแบบการคิดที่ Step out ไปจากตนเองมาก แต่ถ้าไม่ปลูกฝังแนวคิดนี้ไว้แต่เริ่มต้น ต่อไปจะเกิดปัญหาการแย่งบารมีกัน ทำให้ความสามัคคีในกลุ่มลดลง ซึ่งปัญหานี้เคยเกิดมาแล้วในอดีต ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นมาอีก</p>
<p><span style="color: #ff0000;">2. <strong>หลักการ สำคัญกว่า กฏเกณฑ์</strong> :</span> ข้อจำกัดหนึ่งของเราคือ ไม่มีบทบาทและตำแหน่งที่เป็นทางการ เพราะเรามารวมกันด้วยอุดมการณ์ การออกกฎเกณฑ์ทำให้การทำงานรวมกันเป็นอุปสรรค ดังนั้น การพิจารณาว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ต้องใช้หลักการเป็นหลักในการคิด แนวคิดนี้มาจากหลักการโดนัท ของชาร์น แอนดี้ จากหนังสือ &#8220;Thinking to the Future&#8221;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> 3. <strong>บทบาทหน้าที่</strong> : </span>จัดกันตามความถนัดและความสามารถของแต่ละคน และทำอะไรก็ไม่ควรรีบร้อน ให้เรียนรู้งาน รูปแบบการทำงานให้ <strong>&#8220;รู้จริง&#8221;</strong> ก่อน อย่ารีบร้อนออกไปทำการเผยแพร่เอง เพราะอาจเิกิดความผิดพลาดได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;">4. <strong>การทำงานเป็นทีม (TeamWork)</strong></span> เหมือนดนตรีวงออเคสต้า ไม่ใช่ <strong>&#8220;แบ่งกันกิน&#8221; </strong></p>
<p>5. น่าจะยังมีอีก น่าจะเพิ่มเติมได้ในตอนหลัง  <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/cheesy.gif" border="0" alt="Cheesy" /></p>
<p>เมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้วพบว่า บางคนอยากเป็นวิทยากรสอน ก็ให้มาสอบกับคุณลุง แต่บางคนไม่อยากเป็นแต่อยากสนับสนุนการเผยแพร่ ก็ไม่ต้องมาสอบก็ได้ ก็ให้ทำงานตามที่เขาถนัดต่อไป</p>
<p>จะเห็นว่า แต่ก่อนพอมีคนสนใจเราก็ดันให้เขามาสอบเลย โดยที่ไม่ได้พิจารณาถึงความชอบหรือความต้องการส่วนตัวของคนมาใหม่เลย จุดนี้เราต้องปรับปรุง เพราะว่า <strong> บางคนเหมาะแก่การทำการสอน บางคนไม่เหมาะ แต่ก็ยังสามารถช่วยอย่างอื่นได้</strong> เราไม่ควรปล่อยไป ก็ให้เขาได้สร้างบารมีตามนั้น</p>
<p>ขั้นตอนที่กล่าวมาแล้วนี้คือขั้นตอนของการหา Needs ของคนใหม่ โดยพิจารณาด้านความถนัดและความชอบ (มีการพัฒนากันได้ ไม่ตายตัว) เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จะได้ 2 กลุ่มด้วยกัน คือ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1. กลุ่มที่ออกไปทำงานสอน</strong></span> (เราจะพูดถึงในโอกาสถัดไป)</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2. กลุ่มที่ทำหน้าที่สนับสนุนงานสอน</strong></span> กลุ่มนี้มักจะกลุ่มที่สนใจ และศรัทธาในวิชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่มีจำกัดในเรื่องของ<strong> <span style="color: #008000;">&#8220;เวลา&#8221; </span></strong>หรือ ความชอบ ความพอใจส่วนตัว แต่สิ่งที่คนกลุ่มนี้มีสำคัญมาก สิ่งนั้นคือ <span style="color: #333399;"><strong>Connection, แนวคิดใหม่ๆ, ทุนสนับสนุน, มุมมองใหม่ๆ ฯลฯ</strong></span> จริงๆ แล้วที่ผ่านมาเราละเลยกลุ่มนี้มากจริงๆ กลุ่มนี้เราก็ให้เขาศึกษาตามอัธยาศัย หาหนังสือให้เขา ให้เขาพยายามเดินวิชาให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ คุย รวมกลุ่มกันบ้างเพื่อกระชับความสัมพันธ์</p>
<p>พอเราจัดกลุ่มได้ดังนี้ เราก็ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ชอบ แต่อย่าลืมว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ทิศทางนั้น ต้องเป็นทิศทางเดียวกัน&#8221;</strong> </span>ให้เป้าหมายเป็นที่รู้กัน วิธีการให้ยืดหยุ่นได้</p>
<p>เราจะมาพูดกันถึงกลุ่มที่ 1 คือ <strong><span style="color: red;">กลุ่มที่จะออกไปทำงานสอน</span></strong></p>
<p><img class="alignright" style="margin: 10px;" src="http://lh3.ggpht.com/wisdominside1/SPv7_GaLepI/AAAAAAAAD5s/e1F4VBgOjKg/s288/DSC_0058.JPG" alt="http://lh3.ggpht.com/wisdominside1/SPv7_GaLepI/AAAAAAAAD5s/e1F4VBgOjKg/s288/DSC_0058.JPG" width="288" height="192" />กลุ่มนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทของงาน คล้ายกับในระบบการศึกษาปกติคือ <strong>สายงานสอน และสายบริหารจัดการ </strong>ซึ่งอยากทำความเข้าใจก่อนว่า ต่างกันบทบาทหน้าที่ <strong>แต่ละหน้าที่นั้นต่างก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีสายไหนเด่นกว่าใคร</strong> เป้าหมายก็เพื่อให้งานสอนแต่ละครั้งนั้น ผ่านไปได้ด้วยดี และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> <strong>กลุ่มที่ 1 : กลุ่มวิทยากร</strong> </span>กลุ่มนี้ต้องผ่านการสอบวิทยากรจากคุณลุงทุกคน ถึงจะสามารถทำงานสอนได้อย่างได้ผล อันเนื่องมากจากได้รับสิทธิเฉียบขาดจากธาตุธรรมภาคขาวเรียบร้อยแล้ว วิทยากรจะต้องเดินวิชาให้ได้ทุกวัน อันนี้เป็นหลักการที่พึงปฏิบัติ โดยกลุ่มวิทยากรนี้ก็แบ่งเป็น 3 บทบาทคือ <span style="color: #333399;"><strong>วิทยากรเอก วิทยากรโท และวิทยากรตรี</strong></span></p>
<p>อย่างที่ผมได้ว่าไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เราทำงานกันแบบ Training ไม่ใช่ Formal Education ผมจะ Code มาให้อ่านอีกในข้างล่างนะครับ</p>
<div class="quote">บทบาทของวิทยากรแต่ละคนนั้น นอกจากที่เราจะมาต่อวิชานั้น บทบาทที่มากกว่านั้นคือ ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ในแต่ละสาขาอาชีพลำพังจะมาต่อวิชาอย่างเดียวคงไม่พอ ต่อไปผมคิดว่า บทบาทของวิทยากรเราจะขยายตัว และยกระดับไปเป็น Facilitator และ Adviser ให้กับสังคม เพราะเราไม่ใช่ครู (ครูในที่นี้หมายถึง ครูโดยวิชาชีพ)</p>
<p>การสอนของเราจะใช้รูปแบบครูเมื่อไร นั่นคือข้อจำกัดที่เราสร้างขึ้นมาเอง <strong>ผมสังเกตจากที่เราเลียนแบบการสอนของคุณลุงมาทั้งดุ้น อย่าลืมว่า คุณลุงเป็นครูโดยอาชีพ</strong></p>
<p><span style="color: #333399;"><strong>การอบรมของเราเป็นในรูปแบบ <span style="color: #ff6600;">Training</span> ไม่ใช่ <span style="color: #ff6600;">Formal Education</span></strong></span></p>
<p>บทบาทเราคือ Trainer ไม่ใช่ Teacher</p>
<blockquote><p>บทบาทของ Teacher คือ ครู 1 คน คุมเด็ก 1 ห้อง ทั้งเทอม<br />
บทบาทของ Trainer คือ บทบาทเฉพาะกิจตามความถนัด ไปให้การอบรมในระยะสั้น และประเมินผลอย่างเร็ว ไปเป็นครั้งคราว</p></blockquote>
<p>เอาง่ายๆ ก่อนนะครับ พอรู้อย่างนี้แล้ว เราจะได้ทำงานกันเป็นทีมได้ ขอยกตัวอย่างบทบาทของครูกับผู้ฝึกอบรมนะครับ</p>
<blockquote><p>Teacher : การสอนใน 1 ชั่วโมง / Teacher 1 คน<br />
Trainer : การอบรมใน 1 ชั่วโมง / Trainer หลายคน ทำงานกันเป็นทีมตามบทบาทต่างๆ ตามความถนัดและเชี่ยวชาญของแต่ละคน</p></blockquote>
<p>เอาสั้นๆ แค่นี้ก่อนนะครับ จะได้เข้าใจกันเป็นอย่างเดียวกันว่า เราแยกหน้าที่กันตามความถนัด</p></div>
</div>
<div style="text-align: left;"><span style="color: red;"><strong><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;">1. วิทยากรตรี</span></strong></span>หลังจากที่ผ่านการสอบเป็นวิทยากรแล้ว ท่านต้องเริ่มที่บทบาทของวิทยากรตรีเสียก่อน บทบาทนี้สำคัญมาก เป็นพื้นฐาน (Basic) สำคัญ เหมือนกับการท่องสูตรคูณ  หรือเขียน ก. ข. ค. ถ้าละเลยบทบาทนี้แล้ว ต่อไปเมื่อท่านไปทำบทบาทที่สูงขึ้นไป ท่านก็จะพบกับปัญหาแน่นอน จะเอาไว้ว่ากันตอนหลัง</p>
<p>วิทยากรตรีนี้ก็มีบทบาทคือ</p>
<blockquote><p><span style="color: #333399;"><strong>1. เข้าต่อวิชาตัวต่อตัว</strong></span></p>
<p><span style="color: #333399;"><strong>2. สนับสนุนงานสอนทั่วไป</strong></span></p></blockquote>
<p>ทักษะสำคัญที่ต้องมีก็คือ <strong>ทักษะการเข้าต่อวิชาให้กับผู้เข้ารับการฝึกตัวต่อตัว เป็นกลุ่มแบบ (Cluster) และแบบกลุ่มย่อย</strong> ซึ่งการต่อวิชาถ้าเป็นในรูปแบบที่ใช้การได้นั้นต้องถูกต้อง เฉียบคม และมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ซึ่งถ้าทักษะนี้ไม่คล่องและไม่ชำนาญแล้ว ต่อไปถ้าท่านต้องไปบอกวิชาในห้องประชุมกลุ่มใหญ่ การบอกวิชาของท่านจะไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นมา ท่านจะแก้ไขไม่ได้ ดังนั้น <span style="color: red;"><strong>พื้นฐานสำคัญที่สุด!!!</strong></span></p>
<p><span style="color: red;"><strong><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;">2. วิทยากรโท</span></strong></span></p>
<p>ทำหน้าที่ต่อวิชากลุ่มย่อย ในห้องแยกย่อย เป็นการขยายขอบเขตของความรับผิดชอบให้มากขึ้น จะมีวิทยากรตรีเป็นผู้ช่วย</p>
<p><span style="color: red;"><strong><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;">3. วิทยากรเอก</span></strong></span></p>
<p>ทำหน้าที่บอกวิชาในห้องประชุมใหญ่ ท่านที่จะมาถึงในบทบาทนี้ต้องชำนาญในการต่อวิชาตัวต่อตัวเสียก่อน เมื่อพื้นฐานท่านแน่น เวลาท่านมาทำบทบาทนี้ การบอกวิชาของท่านจะเฉียบคมเป็นอย่างมาก แต่ถ้าท่านมีพื้นฐานไม่แน่น การบอกวิชาของท่านจะเป็นในลักษณะของการ &#8220;ท่องวิชา&#8221; ให้เด็กฟัง ความเฉียบขาดจะไม่มี น้ำเสียงจะไม่มั่นใจ คำถามจะกำกวมไม่ชัดเจน ฯลฯ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ประเด็นสำคัญของการต่อวิชาอยู่ที่</strong></span></p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>1. คำถาม</strong></span> ต้องชัดเจน ไม่กำกวม และเป็นไปในทางการตัดวิจิกิจฉาของผู้รับการฝึก ไม่ใช่ไปเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้น</p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>2. น้ำเสียง</strong></span> ต้องมั่นใจ ชัดเจน และได้ผลในทางปฏิบัติ</p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>3. ความเข้าใจในภาพรวมของการสอน</strong> </span>เพื่อจะได้ทำงานเป็นทีม รวมกับวิทยากรที่ทำบทบาทอื่นได้อย่างกลมกลืน สอดคล้อง</p>
<p>ขอทำความเข้าใจกับวิทยากรใหม่ก่อนว่า ไม่ว่าท่านจะใหญ่มาจากไหน หรือรู้มากแค่ไหน แต่นี้เป็นบทบาทใหม่ ความรู้ใหม่ รูปแบบงานใหม่ ซึ่งมีรูปแบบเฉพาะ ลึกซึ้ง ไม่ง่ายและไม่ยาก แต่ต้องให้รู้จริง ไม่ใช่รู้แบบงูๆ ปลาๆ แล้วก็ด่วนรีบออกไปทำการสอนเอง ให้ระลึกถึงเสมอว่า เราทำงานให้กับพระพุทธเจ้า และธาตุธรรม ท่านดูเราอยู่ ท่านจะเห็นว่า แนวความคิดเบื้องหลังที่ว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ถ้าเราคิดที่จะทำเืพื่อคนอื่น&#8221;</strong></span> <strong>ความคิดที่จะอยากเด่นจะไม่มี มีก็แต่จะยกให้คนอื่นเก่งกว่าตนเสมอไป</strong> เพื่อให้งานพัฒนา สนองคนอื่น มิใช่สนองตัวเอง โลกก็เจริญ ธรรมก็เจริญ</p>
<p>นี่คือ ส่วนงานสอนภาคปฏิบัติการ การ Training ก็เป็นไปตามกระบวนการนี้ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ในการเพิ่มบทบาทหน้าที่ก็ต้องดูในเรื่องการทำงานเป็นทีมกำกับไว้เสมอ อย่าให้เกิดความคิดที่ว่า <strong>ชั้นเป็นวิทยากรเอก ชั้นสูงกว่า</strong> ให้เข้าใจไว้เสมอว่า <span style="color: #ff6600;">นี่เป็นแค่ <strong>&#8220;บทบาท&#8221;</strong> เท่านั้น </span>พวกเราทำงานแบบเป็นทีมเหมือนวงออเคสต้า เพลงจะเล่นจะไพเราะหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทุกคนที่อยู่ในทีม มิได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง แนวคิดเหล่านี้ต้องปลูกฝังลงไปตลอดเวลา</p>
<p>เราจะมาพูดถึงบทบาทในส่วน <span style="color: orange;"><strong><span style="font-size: 18pt; line-height: 1.3em;">การบริหารจัดการการสอน</span></strong></span> บทบาทในส่วนนี้จะสอบวิทยากรหรือไม่สอบก็ได้ แต่ถ้าสอบก็จะทำให้การทำงานเป็นได้ได้อย่างสะดวกสบายและราบรื่นมากยิ่งขึ้น</p>
<p>เ็ป็นส่วนของการประสานงาน บริหารงาน ทำให้งานสอนออกมาสอดคล้องกลมกลืน (Harmony) สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน ก็ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>1. สนับสนุนการสอน</strong></span> เช่น ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเป็นหน้าเป็นตา สร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่ม, ฝ่ายเครื่องเสียง สถานที่ ไฟฟ้า (การเปิดปิดไฟเพื่อสร้างบรรยากาศ) อำนวยความสะดวกต่างๆ ช่วยจัดแถวผู้เข้ารับการอบรม ฯลฯ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>2. ติดต่อประสานงาน</strong></span> กับทางองค์กร เช่น สถานศึกษา หน่วยงาน สถานประกอบการ ฯลฯ ซึ่งต้องมีรูปแบบอย่างมืออาชีพ น่าเชื่อถือ เป็นหลักการสากลที่ทั่วไปเขาใช้กัน ไม่ใช่แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>3. วางแผนกลยุทธ์การเผยแพร่</strong> </span>ทำหน้าที่มองภาพรวมและวางแผนงาน แก้ไข ป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น มีการออกแบบระบบต่างๆ เช่น ระบบการสอน ระบบการฝึกวิทยากร ระบบการเรียนการสอน เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>4. พิธีกร</strong></span> ทำหน้าที่นำเข้าสู่บทเรียน บางคนที่มีบุคลิกที่พูดเป็น พูดเก่ง สามารถควบคุมให้บรรยากาศของการอบรมเป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้ ก็ให้ทำหน้าที่นี้</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>5. วิทยากรสันทนาการ / นำเกม / ละลายพฤติกรรม</strong></span> เป็นบทบาทสำคัญในการทำให้การอบรมมีชีวิตชีวา ไม่จืดชืด และเป็นสีสันของการอบรม เป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะถ้าในขั้นตอนการอบรมมีการละลายพฤติกรรมที่ไม่ดี จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมตั้งกำแพงทางจิตวิทยา ทำให้ปิดใจ ไม่เปิดรับความรู้ใหม่ๆ ทำให้การอบรมนั้นๆ ไม่สำเร็จผล</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>6. วิทยากรบรรยายความรู้ทั่วไป</strong></span> วิทยากรแต่ละคนต่างก็มาจากต่างสาขาอาชีพ เช่น แพทย์ ครู วิศวกร พ่อค้า นักบริหาร นักเรียน วัยรุ่น ฯลฯ ซึ่งต่างคนต่างก็มีมุมมอง และทัศนคติในการมองโลกที่ต่างกันไป เราต้องดึงเอาศักยภาพในส่วนนั้นออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเ่ท่าที่จะ สามารถทำได้ เช่น ให้พูดในเรื่องของ วิชาธรรมกายในมุมมองแพทย์, วิชาธรรมกายในมุมมองนักวิชาการ เป็นต้น</div>
<div style="text-align: left;">จะเห็นได้ได้ว่า <span style="color: #ff0000;">ในการทำงานเผยแพร่นั้น <strong>&#8220;การสอน&#8221;</strong> เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ถือว่าเป็น <span style="color: #000080;"><strong>Core Competencies</strong> </span>ของกลุ่มเราเลยทีเดียว </span>แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็จะมองแต่ด้านของการสอนอย่างเดียวก็จะทำให้ได้ภาพที่ไม่รอบด้าน หากละเลยปัจจัยด้านอื่นๆ ประกอบ โดยเฉพาะในด้านของการบริหารจัดการ ซึ่งทำให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้นถ้าทุกท่านสามารถเข้าใจในรูปแบบ และกระบวนการทำงานนี้แล้ว <em>(ในการลงไปในรายละเอียดในส่วนอื่นๆ นั้นจะค่อยๆ พูดถึงในครั้งต่อๆ ไป)</em> จะส่งผลให้การสอนให้เห็นธรรมนั้น ไม่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะเราต่างก็ทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยแต่ละคนในทีมต่างก้ใช้ส่วนที่ดีที่สุด มาประกอบในการทำงานคือ การเผยแพร่และอนุรักษ์และเผยแพร่วิชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้คงอยู่และเผยแพร่ไปได้กว้างไกล</p>
<p>แต่ถ้าเราทำงานแบบ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ข้ามาคนเดียว&#8221;</strong></span> ก็สามารถทำได้ แต่ก็ลำบากนิดหนึ่ง  <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/embarrassed.gif" border="0" alt="Embarrassed" /></p>
<p>จะเห็นว่า การสร้างบารมีโดยการเผยแพร่นั้น มีบทบาท หน้าที่ ให้พวกเราได้ทำมากมาย หลากหลาย ให้เราได้เลือกทำความดีตามความถนัดของแต่ละคน ซึ่งถ้าเราเข้าใจ เราก็จะเห็นโอกาสในการสร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่่มากเลยทีเดียวจริงไหมครับ และปัญหาที่ต้องมาแย่งการสอน แย่งการเป็นวิทยากรเอก ก็จะค่อยๆ หมดไป เราก็จะให้คนที่ทำหน้าที่นั้นได้ดีที่สุดได้ทำหน้าที่ของเขาไป แต่เราก็ทำในส่วนที่เราถนัด สอดคล้องกับที่คุณลุงได้บอกเอาไว้ ที่ว่า ตีระนาดไม่เป็น ก็ตีฉิ่ง นั่นเอง</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>***** ใครที่อยากเป็นวิทยากรเอก อยากบอกวิชาหน้าห้อง ก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องผ่านการฝึกอบรมจากวิทยากรรุ่นพี่ก่อนเป็นขั้นตอน เป็นระบบ ตามหลักสูตรที่ได้กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านบุคลิกภาพ การออกเสียง การใช้ภาษา เทคนิคการต่อวิชา จังหวะในการบอกวิชา จังหวะในการประสานงานการสอน ฯลฯ มิใช่ว่า พอผ่านการสอบจากคุณลุงแล้วก็ต่างคนต่างก็ออกไปสอนเลยเหมือนก่อนๆ ที่เราทำกันมา</strong></span></p></blockquote>
<p>ทำกันได้อย่างนี้ วิชาก็ไม่เพี้ยน จริงไหมครับ</p>
<p>นี่คือรูปแบบการทำงานแบบทีมๆ หนึ่งเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถสร้างทีมที่เ้ข้าขากัน มองตากันก็รู้ใจ และเข้าใจงานเป็นอย่างดี เมื่อไร เมื่อนั้น เราก็สามารถขยายงานออกไปตามภูมิภาคต่างๆ ได้ โดยแต่ละทีมที่ <strong>&#8220;ขยายออก&#8221;</strong> ไม่ใช่ <strong>&#8220;แตกออก&#8221;</strong> ไปนี้ ต่างก็ทำงานสอดประสานกัน มีทิศทางเดียวกัน มีการติดต่อประสานงานกันตลอด มีการ R&amp;D เพื่อพัฒนางานสอนกันได้ตลอด งานก็ขยายออกไปอย่างช้าๆ แต่ยั่งยืน (Sustainable) ไม่ใช่โตแบบฟองสบู่ โตเร็ว แตกเร็ว อันนี้ถือว่าเป็นการขยายตัวที่อันตราย ซึ่งเราจะพูดถึงเรื่องทิศทางในการเผยแพร่ต่อไปในกระทู้ต่อๆ ไป</p>
<p>สิ่งที่ต้องรีบทำตอนนี้ก็คือ <strong>ระบบต่างๆ</strong> และที่สำคัญคือ <strong>ระบบการติดตามและตรวจสอบ หรือนิเทศงาน (Monitor)</strong> ในกรณีที่ขยายงานออกไปกว้างออกไป ซึ่งอยากให้พวกเราช่วยกันคิดกันว่าเราจะทำอย่างไรดี ในบริบทที่จำักัดของเรานี้ ทำอย่างไรให้การควบคุมงานเป็นไปอย่างธรรมชาติมากที่สุด เพราะเราเอาทั้งงาน และเอาทั้งคน</p>
<p>งานก็สำเร็จ คนก็มีความสุข  <img src="http://forum.wisdominside.org/Smileys/default/cheesy.gif" border="0" alt="Cheesy" /></p>
<p>ท้ายสุดนี้ ท่านใดที่มีแนวคิดที่จะปรับปรุงหรือแก้ไข หรือเพิ่มเติม ก็ขอให้แสดงความเห็นเพิ่มเติมเลยนะครับ</p>
<p>ขอใ้หทุกท่านมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาธรรมกาย อันจะส่งผลให้ท่านสำเร็จตามเป้าหมายที่ท่านได้ปรารถนาไว้ สวัสดีครับ</p></div>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=292&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/09/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่มาที่ไปของสอนธรรมกายกันอย่างไร ได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221;</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 03:24:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความล่าสุด!]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[กันอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่มาที่ไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ให้อภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[ที่มาที่ไปสอนธรรมกายกันอย่างไร ได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221;
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน บทความครั้งนี้เป็นบทความแรกหลังจากที่ผมได้ปรับเปลี่ยน Blog แห่งนี้ ให้เป็นในรูปแบบ magazine หรือนิตยสาร Online ซึ่งทำตอนแรกก็กะว่าจะใช้ Blog นี้เป็นที่บันทึกแนวคิด ประสบการณ์ และพูดคุยแลกเปลี่ยน idea และ life style ของผม ของวิทยากร ให้ทุกๆ ท่านได้รู้กัน ว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง
ผมใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการปรับเปลี่ยนรูปแบบเว็บนี้ ทำให้ไม่ได้ update blog แห่งนี้มาเสียนานทีเดียว ประกอบกับที่ผมต้องออกไปสอนทุกวัน และงานยุ่งมากๆ ซึ่งบางทีการที่โหมงานหนักมากๆ นี้ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff0000;"><strong>ที่มาที่ไปสอนธรรมกายกันอย่างไร </strong><strong>ได้ทั้ง <span style="color: #ff6600;">&#8220;คุณภาพ&#8221; </span>และ <span style="color: #000080;">&#8220;ปริมาณ&#8221;</span></strong></span></h2>
<p>สวัสดีครับทุกๆ ท่าน บทความครั้งนี้เป็นบทความแรกหลังจากที่ผมได้ปรับเปลี่ยน Blog แห่งนี้ ให้เป็นในรูปแบบ magazine หรือนิตยสาร Online ซึ่งทำตอนแรกก็กะว่าจะใช้ Blog นี้เป็นที่บันทึกแนวคิด ประสบการณ์ และพูดคุยแลกเปลี่ยน idea และ life style ของผม ของวิทยากร ให้ทุกๆ ท่านได้รู้กัน ว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง</p>
<p>ผมใช้เวลาหลายวันในการเตรียมการปรับเปลี่ยนรูปแบบเว็บนี้ ทำให้ไม่ได้ update blog แห่งนี้มาเสียนานทีเดียว ประกอบกับที่ผมต้องออกไปสอนทุกวัน และงานยุ่งมากๆ ซึ่งบางทีการที่โหมงานหนักมากๆ นี้ ก็ส่งผลให้เกิดไม่สบายขึ้นมา แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วหละครับ</p>
<p>แล้วก็อย่าลืม ติดตามความเคลื่อนไหว การสอนแบบสดๆ ได้ทาง twitter (<a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank">http://twitter.com/wisdominside</a>) ที่ผมได้บอกไว้นะครับ ถ้าผมติด notebook ไป แล้วมีอินเตอร์เนตให้ใช้ ผมก็จะ update สถานการณ์ให้ทราบกันครับ</p>
<p>เอาล่ะครับ วันนี้ผมจะมาคุยกับทุกท่านในส่วนที่เกี่ยวกับงานสอนวิชาธรรมกาย ซึ่งทางผมกับครอบครัวและทีมงานได้ทำกันมากว่า 10 ปีมาแล้ว โดยประเด็นที่จะคุยกันก็คือ <strong>ทำไมการสอนของทีมงานเรา จึงทำกันได้อย่างมากมาย โดยมีคนเข้าถึงธรรมกาย (ในระดับต่างๆ กัน) มากมายเช่นนนี้ แล้วถ้าสอนกันมากมายเช่นนี้ จะรักษาคุณภาพในการสอนได้อย่างไร?</strong></p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-266" style="margin: 10px;" title="dsc00690re" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/dsc00690re.jpg" alt="dsc00690re" width="256" height="192" />เรื่องของคำว่า <strong>&#8220;คุณภาพ&#8221; </strong>และ <strong>&#8220;ปริมาณ&#8221; </strong>นี้ ผมเองได้รับคำวิจารย์มาจากหลายๆ ท่านที่มีความตั้งใจอยากจะให้มีการเผยแพร่ความรู้ในวิชาธรรมกายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ได้วิพากษ์วิจารย์ถึงการสอนไปต่างๆ นานานั้น ผมเองก็รับฟัง และได้นำมาพิจารณา ซึ่งพบว่า ในบางส่วนของเป็นประโยชน์ตามที่ผู้หวังดีได้บอกไว้ แต่บางส่วนนั้น ผมเองก็ต้องขอเล่าให้ฟังไว้ เพื่อให้ทุกท่าน ได้ทราบกันว่า คุณภาพมาจากปริมาณได้อย่างไร โดยผมสรุปออกมาได้โดยคำง่ายๆ ว่า</p>
<p><span id="more-265"></span></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>พื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด (Basic is the Best)<br />
</strong></span></p></blockquote>
<p>ทุกอย่างที่ทำมานี้ ล้วนมาจากพื้นฐานทั้งสิ้น แต่ก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งในการฝึกพื้นฐานคือ &#8220;ความเบื่อหน่าย&#8221; ที่ทำให้เรามองข้ามทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ นี้</p>
<p>โดยที่การสอนจะได้ผลนั้น พื้นฐานสำคัญมาจาก <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;การต่อวิชาตัวต่อตัว&#8221;</strong></span> โดยเฉพาะการต่อวิชาจากดวงธรรมให้เห็นกายธรรมเบื้องต้น นั่นเอง</p>
<p>ผมกับครอบครัวนั้น ได้เริ่มสอนที่แม่กลอง กับ นายแพทย์นิพนธ์ หลงประดิษฐ์ โดยท่านได้เป็นเหมือนกับครูอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อน และหลายๆ อย่างให้กับผมและทีมงาน ถ้าไม่มีท่านแล้ว ผมกับทีมงานคงไม่สามารถมีวันนี้ขึ้นได้ โดยในยุคการสอนสมัยนั้น ผมได้ติดตามคุณหมอไปสอนเกือบทุกแห่ง ตอนนั้นสอนกันที่จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี โดยบางโรงเรียนมีโรงเรียนทั้งโรงเพียงแค่ 10 คนก็มี เราก็ไปกัน</p>
<p>ผมกับครอบครัวไปต่อวิชาตัวต่อตัว โดยทำหน้าที่ของวิทยากรตรี คือ ทำหน้าที่ในการเจาะจากดวงธรรมให้เกิดเป็นกายธรรมพระโสดา ขนาดหน้าตัก 5 วา สูง 5 วา ผมทำอย่างนี้มาตลอด 3 ปี ต่อวิชาทีละคน ทีละสองคน สามคน เป็นกลุ่มบ้าง จนรู้ถึงปฏิกิริยาของคนที่เป็นธรรมกายว่าเป็นอย่างไร</p>
<p>ขอเรียนให้ทราบก่อนว่า ผมทำอย่างนี้เกือบทุกวัน ตลอด 3 ปี ไม่ได้ขาด ถามว่า เบื่อไหม ก็ตอบว่า &#8220;เบื่อ&#8221; แต่ก็ต้องทำ เพราะดูแล้วไม่เห็นมีอะไร? ต่อว่า แม่ผม (อ.พิมพ์วรัชญ์ ธนบรมัตถ์) ก็ได้เริ่มออกมาเปิดโรงเรียนหาสอนเองใน กทม. โดยเริ่มจาก ร.ร.เทพสิรินทร์ กทม. และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ตอนนั้นยังเป็นสถาบันราชภัฎสวนดุสิตอยู่ ก็จะเป็นต้องออกมาช่วยงานสอนทางครอบครัว แต่ก็ยังไปไป มามากับทางคุณหมออยู่</p>
<p>พอเริ่มออกมาสอนเอง เราก็เริ่มมาจากสอนทีล่ะห้อง ห้องล่ะ 30 &#8211; 40 คน สอนกันทั้งวัน ทำอย่างนี้มาเป็นปี แล้วถึงค่อยเพิ่มจำนวนมาสอนในห้องประชุมทีละ่ไม่เกิน 200 คน สอนโรงเรียนหนึ่งก็ทั้งวัน สอนกันมาหลายปี จนเมื่อการสอนดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง จนสามารถสรุปบทเรียน เทคนิค และทักษะต่างๆ จนลงตัว ถึงได้สอนกันแบบกลุ่มใหญ่ๆ ทีล่ะ 500 &#8211; 1,000 คนได้ นี่คือที่มาที่ไปของพัฒนาการในการจัดการเรียนการสอนของเราครับ และการสอนนี้มีทั้งการสอนประจำ สอนแบบฝึกอบรมเป็นครั้งคราว สรุปคือ ทุกรูปแบบ ซึ่งทำกันมาจากวันนั้นจนถึงวันนี้ รวมสอนไปกว่า 1,000,000 คน ในระยะเวลา 10 ปีนี้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-267" title="snp_pano2mo" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/snp_pano2mo.jpg" alt="snp_pano2mo" width="491" height="95" /></p>
<p>และผลที่เกิดจากการสอนที่มากมายเช่นนี้ รวมถึงการทำงานเป็นทีม โดยใช้ความถนัดของแต่ล่ะคนเข้ามาผสมผสานกันในงานสอน ความค่อยเป็นค่อยไปของพัฒนาการการสอน โดยมีหลักวิชาการรองรับ ทั้งศาสตร์ทางวิชาธรรมกาย ศึกษาศาสตร์ และความรู้อื่นๆ ประกอบมากมาย ผ่านการทดลอง ทดสอบมานาน จนมาถึงบัดนี้ ผมพยายามที่จะนำความรู้และทักษะแฝงเร้นหรือศัพท์ทาง KM ใช้ว่า Tacid Knowledge ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายยาก สอนยาก ให้ออกมาเป็นความรู้ที่จับต้องได้ และนำไปใช้ได้จริง</p>
<p>นี่คือที่มาที่ไปคร่าวๆ ซึ่งในรายละเอียดแต่ล่ะส่วน ผมจะค่อยๆ คุยให้ฟังต่อในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ</p>
<p>และจากประสบการณ์การสอนที่ผ่านมานี้ สามารถสรุปประสบการณ์ต่างๆ ได้เป็น <strong>&#8220;มาตรฐาน&#8221; </strong>ของการสอนได้ในระดับหนึ่ง มาตรฐานนี้ก็คือ ในระหว่างที่ฝึกภาคปฏิบัติ ต้องทำอย่างไร มีวิธีการอยู่ ซึ่งถ้าทำได้ตามมาตรฐานนี้แล้ว ผู้ได้รับการฝึกในรอบนั้นๆ ต้องเห็นธรรมได้ไม่่ต่ำกว่า 80% ขึ้นไป อย่างนี้เป็นต้น</p>
<p>แต่การสอนในภาคปฏิบัติแม้ว่าจะได้ผลในระดับหนึ่งแล้ว แต่ส่ิงที่ยังต้องพัฒนาต่อไปอีกก็คือ <span style="color: #000080;"><strong>จะทำอย่างไรให้ผู้ได้รับการฝึกเห็นคุณค่าของวิชาธรรมกายและนำไปประยุกต์ให้เข้ากับหน้าที่การงาน หรือประโยชน์ของผู้ได้รับการฝึกได้</strong></span></p>
<p>สรุปออกมาง่ายๆ ก็คือ ปัญหา ณ ยุคปัจจุบันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ไก่ไม่ได้พลอย หรือหาพลอยไม่ได้&#8221; แต่อยู่ที่ &#8220;ทำอย่างไร? ให้ไก่รู้ค่าของพลอย&#8221;</strong></span> นั่นก็คือ ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่คนไม่เห็นธรรม หรือเข้าถึงวิชาธรรมกายไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ทำอย่างไร ให้คนเห็นค่า และนำวิชาธรรมกายไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&#8221;</strong></span> มากกว่า</p>
<p>นี่คือความยากและท้าทายที่ต้องช่วยกันพัฒนาต่อไปครับ</p>
<p>คำว่า<strong><span style="color: #000080;"> &#8220;คุณภาพ&#8221;</span></strong> นั้น ตอนนี้ผ่านในส่วนของวิชาธรรมกาย กล่าวคือ ผู้ได้รับการฝึก สามารถเห็น หรือเข้าถึงวิชาได้ถูกต้อง  นี่คือคุณภาพของการฝึก แต่คุณภาพที่ขาดไปนั้น คือในส่วนของการนำไปประยุกต์นั่นเองที่ขาดไป</p>
<p>แต่ในเบื้องต้นนั้น เมื่อพิจารณาจากทรัพยากรที่จำกัดแล้ว คุณภาพในส่วนของวิชาธรรมกาย ผ่านก็ถือว่าใช้ได้แล้วในระดับหนึ่งตามความคิดผม</p>
<p>และต่อจากนี้ไป ผมจะเขียนประสบการณ์การสอน และนำเทคนิคกลวิธีในการสอนภาคสนาม  มาถ่ายทอดไว้ ณ blog แห่งนี้ ไว้ให้สำหรับท่านวิทยากร หรือท่านที่อยากจะสรา้งบารมีโดยการสอนวิชาธรรมกาย ที่เป็นบารมีใหญ่ บุญใหญ่ ให้ได้ทราบวิธีการที่ถูกต้อง อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกเป็นสิบๆ ปี และจงรีบต่อยอดวิธีการต่างๆ ที่เราได้บอกไว้นี้ เพื่อใ้ห้วิชาธรรมกายนั้น คงอยู่และขยายก้าวไกลออกไปเป็นสำคัญครับ</p>
<p>แต่ข้อเตือนใจที่อยากบอกไว้ก่อนก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ทุกอย่างนั้นไม่ง่าย และล้วนต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึก และเพาะบ่มทั้งสิ้น</strong></span> ผมและทีมงานไม่ใช่ผู้วิเศษที่สามารถเนรมิต หรือเสกให้ท่านสามารถบรรลุธรรมชั้นสูงได้ในระยะเวลาสั้นๆ ได้</p>
<p>ดังนั้น จงอย่าดูแคลนงานง่ายๆ น่าเบื่อ อาทิ การต่ิอวิชาเบื้องต้น ซึ่งไม่ใช้ทำเพียง 5-10 ครั้งก็ทำไ้ด้ชำนาญแล้ว จงคิดไว้เสมอว่า <strong>&#8220;มันมีอะไรมากกว่าที่ท่านคิด&#8221;</strong></p>
<p>และ&#8230;</p>
<p>ถ้าท่านอยากสอนได้ผล <span style="color: #ff0000;"><strong>ทำน้อยแต่ได้ผลมาก</strong></span> ขอใ้ห้ศึกษาอยากผู้รู้ ให้เจนจัดในความรู้และทักษะต่างๆ โดยเฉพาะ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;ทักษะพื้นฐานในการเข้าต่อวิชา&#8221; </strong></span>ให้ดี  แล้วจงนำจุดแข็งของท่านไปเสริม เติมเต็มกับจุดแข็งของท่านอื่น ในระบบทีม<strong> เข้าใจ จริงใจ และให้อภัย</strong> แล้วจะทำให้การสอน การเผยแพร่ ดำเนินไปได้อย่างกว้าไกล โดยได้ทั้ง <strong>&#8220;คุณภาพ&#8221; </strong>และ <strong>&#8220;ปริมาณ&#8221; </strong>ครับ</p>
<p>คนในโลกนี้มีมากมาย แต่ครูที่จะสอนวิชาธรรมกายมีเพียงเสี้ยว ถ้าอยากสร้างบารมีแล้ว วิธีการมีอยู่ตรงหน้า จะไปลองผิดลองถูกในสิ่งที่คนอื่นได้ทำมาแล้วทำไม? เสียเวลา เสียพลังงาน จงรีบเรียนจากความผิดพลาดของผม กับวิทยากรที่ได้ผ่านงานมาอย่างโชกโชคแล้วเถิดครับ</p>
<p>แล้วท่านจะรู้ด้วยตัวท่านเองว่า ท่านสามารถใช้เวลาที่มี่ค่าของท่านอันน้อยนิด มาสร้างบารมีในบทบาทของฆราวาสผู้ครองเรือนได้อย่างมากมาย โดยได้ทั้ง &#8220;คุณภาพ&#8221; และ &#8220;ปริมาณ&#8221; ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งหมดนี้การันตีด้วยประสบการณ์การสอนดังที่ผมได้กล่าวมาให้ท่านได้ฟังครับ</p>
<p>ขออาราธนาบารมีของธรรมภาคขาวทุกพระองค์ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จในการสร้างบารมีตามที่ท่านปรารถนาทุกประการครับ สวัสดีครับ</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=265&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/25/dhammakaya-teacg-get-quality-and-quotity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Meditation Tip: ทำอย่างไรจึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2009 11:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามยอดฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation Tip]]></category>
		<category><![CDATA[ชัดขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[นิ่งในนิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดเป็นตัวสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดในหยุด]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นชัด]]></category>
		<category><![CDATA[ใสในใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[Meditation Tip: ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่ โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ
เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+
วันนี้ผมก็ใช้ Twitter ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Meditation Tip: </strong></span>ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่<strong> โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. </strong>กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ</p>
<p><img class="alignleft" style="margin: 10px;" title="ห้องพุทธศาสนา โรงเรียนวัดท่าข้าม" src="http://lh5.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/SnpmemHYDqI/AAAAAAAAQL8/cF8arqiiFMc/s288/DSC03432.JPG" alt="" width="288" height="216" />เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+</p>
<p>วันนี้ผมก็ใช้<strong><span style="color: #ff0000;"> <a href="http://twitter.com/WisdomInside" target="_blank">Twitter</a> </span></strong>ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ผมว่ามีประโยชน์มากๆ ต่อไปเทรนของโทรศัพท์ที่เรียกกันว่า Smart Phone จะมาแน่ ต่อไปก็คงจะสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกครับ ตอนนี้ก็ทดลองใช้ไปก่อน</p>
<p>อีกอย่างที่เห็นประโยชน์ได้อย่างมากสำหรับเ้จ้า Twitter ก็คือ เป็นหลักฐานการทำกิจกรรมของผม เช่น การส่ง Fax ไปยืนยันการสอน ซึ่งแต่ก่อนนั้น การส่ง Fax มักจะมีปัญหาที่ Fax ไปไม่ถึงมือของผู้ดำเนินการหรือผู้ประสานงาน ซึ่งอาจจะเกิดมาจากหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือ ทางคนที่รับ Fax รับแล้วไม่ยอมเอาไปให้ หรือโมเมว่า ไม่ได้รับ ซึ่งบางทีพอเราไปถึงโรงเรียน ทางผู้ที่ัรับเรื่องก็บอกว่าไม่ได้รับเอกสาร ทำให้เราไม่ได้เข้าไปสอนก็มี บางทีสืบไปสืบมา ก็พบว่า ไปอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ธุรการที่ลืม ไม่ได้นำเสนอผู้บริหาร ก็มี ซึ่งทางเราเองก็ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้พอผมส่ง Fax เสร็จ ก็ประกาศทาง Twitter เลย โรงเรียนไหนมีปัญหา ก็เปิด Netbook ยืนยันต่อหน้าได้เลย แต่ก่อนได้แต่พูดปากเปล่า แต่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะครับ 55555+ อันนี้ต้องใช้วาทศิลป์ของผู้ติดต่อเอง ว่าจะแก้ปัญหายังไง</p>
<p>เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินวิชากันนะครับ</p>
<p>พูดถึงเรื่องการเห็นในทางวิชาแล้ว อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า <strong>&#8220;การเห็น&#8221;</strong> เป็นส่วนหนึ่งของการเดินวิชาเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่เห็นแต่มีวิชาบอก และใจสามารถทำตามได้ ก็จะสามารถทำวิชาได้ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นได้ อย่างที่ผมได้เปรียบไว้ว่า</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>คนตาบอดก็ทำหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดี ถ้ามีวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม<br />
</strong></span></p></blockquote>
<p>*** สำหรับคนที่ยังไม่เห็น ไม่เป็นไร ท่านก็รอต่อไป &#8230;.. อ่ะ ล้อเล่นครับ ไว้คราวต่อๆ ไป ผมจะมาบอกเทคนิคว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้เห็นได้เร็วมากขึ้น ไม่ยากหรอกครับ</p>
<p>มาคุยสำหรับผู้ที่เห็นแล้ว หรือเห็นลางๆ แล้วก็อยากจะเห็นวิชาได้ชัดๆ นั้น ท่านต้องอาศัยความพยายาม และความเพียรแล้วหละครับ สำหรับผู้ที่โชคดีที่เห็นวิชาได้ชัด ส่วนมากมักจะเป็นเด็กๆ หรือผู้ที่มีบุญบารมีทางนี้มาแต่เดิม ซึ่งก็มีส่วนหนึ่ง ท่านก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป หรืออยากไปดูนั่นดูนี่ ให้ท่านศึกษาวิชาในทางทฤษฎีก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งซุกซน จำได้ไหมครับว่า ผมเคยเปรียบเทียบคนที่เห็นนั้นเหมือนกับมีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ระวังนะครับ ระวังไปทดลองโน่น ทดลองนี่แล้วไปเจอกรด หรือสารที่ทำระเบิดเข้า จะซวยไป</p>
<p>เอ๊า เอาเป็นว่า เห็นก็ดี ไม่เห็นก็ยิ่งดีครับ เพราะท่านจะสามารถศึกษาความรู้ โดยใช้ความรู้นำความเห็น เมื่อเห็นชัดแล้ว คราวนี้อะไรๆ ที่ท่านต้องการรู้ ท่านก็จะรู้ได้ แต่ขอบอกว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ง่าย และไม่ยาก</p>
<p>สำหรับท่านที่เห็นลางๆ อยู่นั้น ท่านต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนนะครับ ว่า เห็นชัด หรือไม่ชัดยังไงก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำวิชาได้ก็แล้วกัน และความชัดในการเห็นภายในนี้ ไม่เสถียร คือ ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอารมณ์ สภาพจิตใต สิ่งแวดล้อม อำนาจบารมี ฯลฯ</p>
<p>ไม่ใช่ว่าวันนี้เห็นชัดแล้ว พรุ่งนี้จะชัดเหมือนวันนี้ ซึ่งวันพรุ่งนี้อาจจะชัดกว่า หรือไม่ชัด ก็เป็นไปได้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-240" title="intuition_for_site" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/intuition_for_site.jpg" alt="intuition_for_site" /></p>
<p>แต่เราก็สามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ เหมือนเราออกกำลังกายนั่นแหละครับ ฝึกบ่อยๆ ร่างกาย กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรง ยกน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งใจก็เฉกเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะบอกนี้ก็เปรียบเสมือนผมจะบอกท่าทาง ลีลา การออกกำลังกายนะครับว่า จะเน้นจุดไหน อย่างไรนะครับ</p>
<p>ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูเทคนิคแรกเลยก็แล้วกันนะครับ  เทคนิคแรกนี้ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่โบราณเลย ท่านลองทายซิว่า วิธีไหน&#8230;&#8230;.????</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;หยุดเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ!&#8221;</span></strong></p></blockquote>
<p>ก็จะไปไหนเสีย พอใจหยุดนิ่ง หลวงพ่อสดใช้คำว่า<strong> &#8220;ถูกส่วนดี&#8221; </strong>การเห็นก็จะชัดขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอยากให้ดวงธรรมของท่านชัดขึ้น ก็จงให้ท่านเอาใจไปหยุดไว้ที่กลาง คือ จุดเล็กใส โตเท่าปลายเข็ม แล้วท่องใจว่า <strong>&#8220;หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ใสในใส&#8221;</strong></p>
<p>แต่อย่าไปท่องนกแก้วนกขุนทองครับ ถ้าเรารู้ความหมายและทำใจตามได้แล้ว จะได้ผลมาก</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #993300;">&#8220;หยุด&#8221;</span> </strong>คือ ทำใจให้หยุดเหมือนรถยนต์เบรก คือ หยุดกึก  หยุดเท่านั้นไม่พอ ต้องหยุดให้มากกว่าหยุด คือ หยุดในหยุด</p></blockquote>
<p>แรกๆ เราก็ทำใจให้หยุดช้าๆ ก่อน หยุดดดดด ใน หยุดดด หยุดในหยุดๆๆๆๆๆๆ ท่านลองทำดูแล้วท่านลองสังเกตการพัฒนาขึ้นของใจนะครับ</p>
<blockquote><p><span style="color: #003300;"><strong>&#8220;นิ่ง&#8221; </strong></span>คือ สภาพใจนิ่งที่เหมือนกับกระแสน้ำ ที่ไม่มีลมสัมผัส ที่เีรียกว่า &#8220;น้ำนิ่ง&#8221; ทำใจให้ได้อย่างนั้น และแน่นอน นิ่งตัวแรกไม่พอ ต้องเอานิ่งที่มากกว่านิ่ง ก็คือ นิ่ง ใน นิ่ง นั่นเอง</p></blockquote>
<blockquote><p><span style="color: #000080;"><strong>&#8220;ใส&#8221;</strong></span> คือ ให้ขาวให้ใสเท่านั้น ไม่ให้เป็นสีอื่น ขาวใสอย่างแรกไม่พอ ต้องขาวและใสกว่านั้น คือ ใส ใน ใส</p></blockquote>
<p><img class="alignright" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://www.geocities.com/innerpeace072/dokmaiban_thai/P7meditation_thai/dung.gif" border="0" alt="" width="281" height="280" /></p>
<p>ค่อยๆ ฝึกไปทีล่ะอย่าง แล้วลองสังเกตสภาพใจของเราเอง ว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่เห็นชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ครับ ถ้าท่านเป็นวิชาแล้ว ท่านทำได้แน่นอน แต่ถ้าท่านยังไม่เป็น ขอให้มาฝึกกับวิทยากรสักครั้ง จะดีกว่าที่จะไปฝึกเองหลายเท่าครับผม</p>
<p>วิธีนี้คือวิธีดั้งเดิมครับ อาจจะง่ายสำหรับบางคน และอาจจะยากสำหรับหลายคน</p>
<p>ลางเนื้อชอบลางยาครับ นี่เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น ใครฝึกวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล ไม่เป็นไร ยังมีวิธีอื่นอีกมาก คอยติดตามก็แล้วกันครับ แล้วถ้าใครฝึกได้อย่างไรแล้วลอง Comment หรือไปคุยกันใน <a href="http://forum.wisdominside.org/" target="_blank"><span style="color: #ff0000;"><strong>Webboard</strong></span></a> ก็ได้นะครับ</p>
<p>จำไว้ครับว่า วิธีในการเรียนนั้้นมีหลายวิธี อย่าไปยึดกับวิธีเดียวที่ไม่เหมาะกับเรา หลักการต้องคงไว้ แต่ลีลา วิธีการ เรายืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมครับ ที่สำหรับ ท่านต้องรู้หลักไว้ให้ดีเสียก่อน หลักคือ Basic ที่สุดแล้วทุึกอย่างก็ล้วนแต่ Back to Basic ทั้งนั้น</p>
<p>ค่อยๆ ศึกษาไปแบบรวดเร็ว ฉลาด และไม่ประมาท ท่านจะประสบความสำเร็จในการศึกษาวิชาธรรมกายของ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แน่นอนครับ</p>
<p>Tip ต่อไป เอาไว้โอกาสหน้านะครับ สำหรับวันนี้ต้องไปทำงานทางโลกต่อแล้ว แค่นี้ก่อนครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันดีๆ ของท่่านครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=117&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

