<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title> &#187; ประสบการณ์ธรรมกาย</title>
	<atom:link href="http://trainers.wisdominside.org/category/real-experience-practice-result/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://trainers.wisdominside.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Mar 2010 16:40:43 +0000</lastBuildDate>
	<language></language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
	<!-- podcast_generator="podPress/8.8.8" -->
	<copyright>2006-2007 </copyright>
	<managingEditor>toucht@gmail.com</managingEditor>
	<webMaster>toucht@gmail.com</webMaster>
	<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
	<itunes:summary>Blog ของพวกเรา วิทยากรเผยแพร่ความรู้วิชาธรรมกายจาก WisdomInside.org</itunes:summary>
	<itunes:keywords></itunes:keywords>
	<itunes:category text="Society &amp; Culture" />
	<itunes:author></itunes:author>
	<itunes:owner>
		<itunes:name></itunes:name>
		<itunes:email>toucht@gmail.com</itunes:email>
	</itunes:owner>
	<itunes:block>no</itunes:block>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<item>
		<title>การแสดงดวงใส จะถืออย่างไรก็ได้ ให้ผู้เรียนเห็นชัด และสำคัญอย่าตก เป็นพอ!</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2010 10:02:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ชูดวงใส]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[แสดงดวงใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=393</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน
ทำงานวันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ เหนื่อยไหม ตอนนี้ผมก็ยังคงทำงานอยู่ที่เดิม วันนี้้ผมจะกลับ กทม.แล้ว เพื่อไปทำงานสอนในวันพรุ่งนี้ื ผมก็คงกลับรถทัวร์เที่ยว 3 ทุ่ม กว่าจะถึงกทม. ก็ประมาณตี 3 ได้ รอรถเมล์กว่าจะถึงบ้านก็ตี 5 ได้ครับ แล้วก็ออกไปสอนต่อ
วันมานึกถึงสิ่งหนึ่ง จะไม่พูดถึงเลย เดี่ยวก็ลืม ก็เลยเอามาบันทึกเอาไว้ถึงตัวอย่างของ วิธีคิด การปฏิบัติ และผลลัพธ์ที่เกิด ซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อไปยังวิธีคิดอื่นๆ ได้อีกมาก
เรื่องบางเรื่องที่เรามักจะมองข้าม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดันเป็นเรื่องขึ้นมาเพราะมีคนคิดนอกกรอบ มาจับและได้แนะนำมา เรื่องนั้นก็คือ การถือดวงใส เพื่อแสดงแก่ผู้ฝึกในการสอนนั่นเอง เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านคงเริ่มงงแล้วซิว่า แค่การถือดวงใส ก็มีวิธี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน</p>
<p>ทำงานวันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ เหนื่อยไหม ตอนนี้ผมก็ยังคงทำงานอยู่ที่เดิม วันนี้้ผมจะกลับ กทม.แล้ว เพื่อไปทำงานสอนในวันพรุ่งนี้ื ผมก็คงกลับรถทัวร์เที่ยว 3 ทุ่ม กว่าจะถึงกทม. ก็ประมาณตี 3 ได้ รอรถเมล์กว่าจะถึงบ้านก็ตี 5 ได้ครับ แล้วก็ออกไปสอนต่อ</p>
<p>วันมานึกถึงสิ่งหนึ่ง จะไม่พูดถึงเลย เดี่ยวก็ลืม ก็เลยเอามาบันทึกเอาไว้ถึงตัวอย่างของ วิธีคิด การปฏิบัติ และผลลัพธ์ที่<img id="picture-0" class="alignright" style="margin: 9px;" src="http://photos1.hi5.com/0100/747/732/1DxPMU747732-02.jpg" alt="" width="228" height="183" />เกิด ซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อไปยังวิธีคิดอื่นๆ ได้อีกมาก</p>
<p>เรื่องบางเรื่องที่เรามักจะมองข้าม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดันเป็นเรื่องขึ้นมาเพราะมีคนคิดนอกกรอบ มาจับและได้แนะนำมา เรื่องนั้นก็คือ การถือดวงใส เพื่อแสดงแก่ผู้ฝึกในการสอนนั่นเอง เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านคงเริ่มงงแล้วซิว่า แค่การถือดวงใส ก็มีวิธี มีเคล็ดลับอะไรด้วยเหรอ</p>
<p>ผมขอเรียนให้ทราบว่า ก่อนอื่นเราต้องคิดก่อนว่า เป้าหมายของการถือดวงใสเพื่อแสดงแก่ผู้เรียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ผู้เรียนจำดวงใสให้ได้ โดยให้เห็นดวงใสนี้ให้ชัดเจน และที่สำคัญคือ อย่าให้ดวงใสตก  นี่คือเป้าหมาย</p>
<p><span id="more-393"></span></p>
<p>ส่วนวิธีการที่จะถือนั้น ท่านจะถืออย่างไร คว่ำ ตะแคง หงายมือ หรืออะไรก็ตามแต่ ขอเพียงให้บรรลุเป้าหมายที่ว่าไว้คือ ให้ผู้เรียนเห็นได้ชัดที่สุด และอย่าให้ดวงใสตก เป็นพอ แน่นอนว่าการถือนี้ วิทยากรก็คงจะต้องถือด้วยความสำรวม เพราะเราถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเรา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/DSC03297.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-394" title="DSC03297" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2010/02/DSC03297.jpg" alt="" width="288" height="216" /></a></p>
<p>โดยส่วนตัวนั้น ผมกับครอบครัวถนัดในการถือแบบคว่ำมือดังที่แสดงให้เห็นในรูปด้านบน ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าหากผมเป็นนักเรียนที่กำลังนั่งอยู่ เวลามองขึ้นไป จะเห็นดวงใสได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญก็คือ ตั้งแต่ถือสอนมา 1o ปี ไม่เคยทำดวงใสตกด้วยการถือวิธีนี้เลย ถ้าจะพลาดทำดวงตก ก็มักจะเกิดจากความเผลอเรอจากเหตุอื่น เช่น เก็บดวงใสในกระเป๋าเสื้อ แล้วก้ม ดวงก็ตก หรือวางดวงใสไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัย พอเอามือปัด หรือกระแทก ก็ตก</p>
<blockquote><p>แต่จากการถือในลักษณะนี้ ไม่เคยตกเลยแม้แต่ครั้งเดียว</p></blockquote>
<p>สิ่งที่เราควรคำนึงถึงต่อไปก็คือ การถือดวงโชว์ให้ผู้เรียนดูนี้ ก็มีรายละเอียด มีศิลปะในการถือด้วย ไม่ใช่ยืนถือเฉยๆ อย่างที่ผมเคยบอกไว้แล้วในบันทึกฉบับก่อนว่า</p>
<blockquote>
<h2><span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;จะทำอะไรก็ตาม จำเป็นต้องนึกถึงใจเขาใจเรา นึกถึงใจของผู้เรียนเสมอไป&#8221;</strong></span></h2>
</blockquote>
<p>โดยท่านต้องสมมุติว่า ถ้าท่านผู้ผู้เรียน เราจะเห็นดวงใสในลักษณะใดจากผู้สอนได้ชัดที่สุด</p>
<p>เวลาชูดวง สายตาเราต้องสะกดผู้เรียนให้มาจับที่ดวงใสที่เราถือได้ ไม่ใช่สายาผู้เรียนมาจับต้องที่ตัวเรา หรือหน้าตาเรา หรือมองเรื่อยเปื่อย เทคนิคคือ <span style="color: #ff6600;"><strong>ให้เราชูดวงในระดับที่ผู้เรียนเห็นชัดที่สุด จากนั้น จงใช้สายตาของเรา มองไปยังตาของผู้เรียน แล้วหันกลับมามองที่ดวงใสในมือเรา เป็นการดึงดูดสายตาของผู้เรียนให้หันมามองที่ดวงใสของเรา แล้วลองละสายตาสังเกตดูว่า สายตาผู้เรียนได้้จับมาที่ดวงในมือของเราแล้วหรือยัง ถ้าไม่ ก็ทำซ้ำอีก เพื่อให้สายจาของผู้เรียน มาจับอยู่ที่ดวงใสในมือของเราให้นานที่สุด เพื่อให้เขาจดจำลักษณะดวงใสให้ได้ชัดเจนที่สุด</strong></span></p>
<p>อย่าลืมนะครับ</p>
<ol>
<li>ชูดวงใสในระดับที่ผู้เรียนมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด</li>
<li>จูงสายตาของผู้เรียน โดยมองที่ตาของผู้เรียนแล้วดึงสายตามามองต่อที่ดวงใสในมือเรา</li>
<li>สังเกตว่า ยังมีใครยังไม่มองที่ดวงใสอีก ให้ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 2</li>
</ol>
<p>เห็นไหมครับว่า แม้แต่การชูดวงใส ยังมีศิลปะในการทำเลย</p>
<p>อย่าลืมว่า จะทำอะไรจงดูที่เป้าหมายของการทำนั้นๆ ก่อนเสมอ ว่าเราทำสิ่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร? ผมจะค่อยๆ ยกตัวอย่างไปเรื่อยๆ ท่านจะเห็นภาพได้ชัดขึ้น</p>
<p>สรุปเป้าหมายของการแสดงดวงใสนะครับ</p>
<ol>
<li>ให้ผู้เรียนเห็นดวงใสได้ชัดเจนที่สุด และสายตาจับจ้องอยู่ที่ดวงใสให้นานที่สุด ก่อนการฝึก</li>
<li>ดูแลดวงใสของเราให้ดีอย่าให้ตกหล่น</li>
</ol>
<p>ส่วนวิธีการ ท่านจะทำอย่างไรก็ทำเถิดครับ มีหลายวิธีตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะครับ</p>
<p>ใครเห็นว่าดีก็ลองเอาไปใช้ ไ่ม่เข้าใจก็ถามได้ แต่ถ้าเห็นว่า ไม่มีประโยชน์ ก็อ่านผ่านๆ ไปก็ได้ครับ</p>
<p>ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะครับที่กรุงเทพมหานคร ขอให้เพื่อนๆ ทุกๆ คนมีความสุขมากๆ กันทุกๆ คนเลยครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=393&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2010/02/03/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 03:44:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหมือน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีม]]></category>
		<category><![CDATA[บารมี]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ใจกว้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง
สวัสดีเพื่อนๆ ในธรรมทุึกท่านเลยครับ วันนี้วันจันทร์และผมกับทีมงานก็กำลังทำงานสอนอยู่ที่ ร.ร.วัดกระจับพินิจ สำนักงานเขตธนบุรี กทม. ครับ แต่เมื่อเช้ามานี้รถติดมากๆ  เป็นธรรมดาของเช้าวันจันทร์ของชีวิตชาวกรุงครับ ระยะทางเพียงแค่ 20 กิโลเมตรกว่าๆ ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงทีเดียว
ส่วนในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปสอนน้องคนหนึ่งที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญครับ ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง ที่เหลือก็ขึ้นอยุ่กับความเอาจริงเอาจัง ของน้องเค้าแล้วหละครับว่า ต้องการที่จะเอาวิชาไปแค่ไหน แต่จากการที่ได้พูดคุยกันกับน้องเค้านั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟัง เพื่อเป็นการ Share ข้อมูลกัน โดยผมจะเสนอในมุมมองของผมนะครับ
โดยประเด็นที่ต้องการนำเสนอนั้นก็คือ ในขณะที่คุยโทรศัพท์กันนั้น ผมได้ถามน้องเค้าไปว่า เรียนอยู่ชั้นไหน? ซึ่งน้องเค้าก็ตอบกลับมาว่า &#8220;ทำไมพี่ไม่ลองเอาธรรมกายดูเอาล่ะว่า เรียนอยู่ชั้นไหน?&#8221; ซึ่งคำตอบนี้อาจจะต้องการรู้จริงๆ หรือเพียงต้องการเย้าเล่นก็เป็นไปได้ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>การเป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง</h1>
<p>สวัสดีเพื่อนๆ ในธรรมทุึกท่านเลยครับ วันนี้วันจันทร์และผมกับทีมงานก็กำลังทำงานสอนอยู่ที่ ร.ร.วัดกระจับพินิจ สำนักงานเขตธนบุรี กทม. ครับ แต่เมื่อเช้ามานี้รถติดมากๆ  เป็นธรรมดาของเช้าวันจันทร์ของชีวิตชาวกรุงครับ ระยะทางเพียงแค่ 20 กิโลเมตรกว่าๆ ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงทีเดียว</p>
<p>ส่วนในวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปสอนน้องคนหนึ่งที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญครับ ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง ที่เหลือก็ขึ้นอยุ่กับความเอาจริงเอาจัง ของน้องเค้าแล้วหละครับว่า ต้องการที่จะเอาวิชาไปแค่ไหน แต่จากการที่ได้พูดคุยกันกับน้องเค้านั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเล่าให้ทุกๆ ท่านได้ฟัง เพื่อเป็นการ Share ข้อมูลกัน โดยผมจะเสนอในมุมมองของผมนะครับ</p>
<p>โดยประเด็นที่ต้องการนำเสนอนั้นก็คือ ในขณะที่คุยโทรศัพท์กันนั้น ผมได้ถามน้องเค้าไปว่า เรียนอยู่ชั้นไหน? ซึ่งน้องเค้าก็ตอบกลับมาว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ทำไมพี่ไม่ลองเอาธรรมกายดูเอาล่ะว่า เรียนอยู่ชั้นไหน?&#8221;</strong> </span>ซึ่งคำตอบนี้อาจจะต้องการรู้จริงๆ หรือเพียงต้องการเย้าเล่นก็เป็นไปได้ ทำให้ผมนึกถึงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในแวดวงของการศึกษาธรรมกายว่า มักที่จะใช้เกณฑ์ตัวนี้เป็นตัวชี้วัดว่า คนไหนเป็นธรรมกายได้แก่่กล้าจริง</p>
<p>ซึ่งก็ถูกในระดับหนึ่งครับ แต่ไม่ทั้งหมด</p>
<p>เพราะว่า<span style="color: #ff6600;"> </span><strong><span style="color: #ff6600;">&#8220;เป็นธรรมกายเหมือนกัน แ่ต่ไม่เหมือนกัน&#8221;</span> </strong>นั่นเอง ครูของเราได้บอกไว้ว่า จะหาคนที่เก่งรอบด้านเหมือนกับหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น หายากยิ่งนัก</p>
<p>เอาล่ะครับ ลองมาดูประเด็นของคำว่า <strong>&#8220;เป็นธรรมกาย ความเหมือนที่แตกต่าง&#8221; </strong>นั้น หมายถึงอะไร?</p>
<p>จำได้ไหมครับว่า ที่ผ่านมา ผมได้บอกไว้ว่า วิชาธรรมกายนั้น คือ เครื่องมือที่จะนำไปสู่การค้นพบสิ่งต่างๆ อันได้แก่ ความรู้เร้นลับอันจะนำไปสู่การดับทุกข์ ภัย โรค ต่างๆ นั่นเอง คำว่า &#8220;เครื่องมือ&#8221; นั้น ถ้าคิดตามประสาเรา โดยใช้สามัญสำนึกก็มีหลากหลาย เปรียบเหมือนทหาร ก็มีหลากหลายเหล่านั้่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-250" title="teamwork" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/teamwork.jpg" alt="teamwork" width="413" height="413" /></p>
<p>ทักษะพื้นฐานของทหารนั้น ต้องสามารถยิงปืนได้ มีทักษะทางการรบต่างๆ แต่แยกเหล่าออกไปตามความถนัด และหน้าที่ของแต่ล่ะคน เช่น หทารราบ ทหารอากาศ ทหารเรือ เป็นต้น</p>
<p>การเป็นธรรมกายนั้น ก็เหมือนกัน คือ โดยพื้นฐานแล้ว ต้องสามารถแก้ทุกข์ ภัยโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสามารถเฉพาะตน เช่น ญาณทัสสนะ อิทธิฤทธิ์ต่างๆ ความสามารถในการสอน ฯลฯ นั้น แตกต่างกันไปแต่ล่ะคน เท่าที่ผมเจอมานั้น บางคนเป็นธรรมกาย เห็นวิชาชัด แต่ทำวิชาแก้โรคไม่ได้ สอนก็ไม่ค่อยได้ แต่บางคนเห็นวิชาไม่ชัด แต่กลับสอนได้ผลดีอย่างน่าอัศจรรย์ หรือบางคน เห็นวิชาไม่ชัด สอนก็ไม่เก่ง แต่กลับสามารถมีฤทธิ์ในทางแก้โรคได้ อย่างนี้ก็มี</p>
<p>ในทัสสนะของผมนั้น ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน คงไม่มีใครบอกนะครับว่า คนเก่งเลขนั้น เก่งกว่านที่เก่งกีฬา</p>
<p>เพราะ<strong>คนเรานั้น ล้วนแต่เก่ง และมีจุดเด่นไปคนล่ะแบบ </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img style="cursor: -moz-zoom-in;" src="http://gotoknow.org/file/mhsresearch/teamwork.jpg" alt="http://gotoknow.org/file/mhsresearch/teamwork.jpg" width="329" height="419" /></p>
<p>และการที่จะสามารถมองให้ออกว่าใครนั้นเ่ด่นไปทางไหนได้นั้น ต้องอาศัยความใจกว้างและยอมรับในความสามารถของแต่ล่ะคน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็รู้กันอยู่แล้ว และก็รู้กันดีอีกว่า เรื่องอย่างนี้ พูดง่าย ทำยาก</p>
<p>ดังนั้น ขอโยงความไปถึงคนที่เป็นธรรมกาย เป็นวิชา หรืออยู่ในระหว่างการศึกษาเรียนรู้ ก็ขอให้เปิดใจกว้างในการที่จะยอมรับคนอื่น ที่แตกต่างจากเรา มองให้ออกว่า เรา เขา มีจุดเด่นจุดด้อยทางใด เอาจุดเด่่นเราเข้าช่วยเขา แล้วเขาก็จะเอาจุดเด่นของเขามาเติมเต็มจุดด้อยของเรา  ทำกันเป็นทีมได้อย่างนี้ งานการอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยดีครับ ตัวอย่างเช่น</p>
<p>บางคนเห็นวิชาชัด บางคนสอนเก่ง บางคนมีเหตุมีผล บางคนมีอำนาจบารมี เพียงแค่เดินมา คนก็เกรงอกเกรงใจ ถ้ามาร่วมกันทำความดี หรือสร้า้งบารมีร่วมกัน ก็สามารถทำให้งานสร้างบารมีนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี</p>
<p>และสำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นวิชานั้น ก็อย่าได้มองง่ายๆ เพียงมุมเดียวว่า คนที่เป็นธรรมกายต้องเห็นเท่านั้น เพราะว่าถึงแม้ท่านจะไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัด ท่านก็สามารถศึกษา เรียน และใช้วิชาธรรมกายให้เป็นประโยชน์กับตัวของท่านได้</p>
<p>หาตัวเองให้เจอซิครับว่า ท่านเด่นไปในทางไหน ถึงท่านไม่เห็น ท่านอาจจะสามารถทำความเข้าใจกับวิชาธรรมกายได้ ก็เป็นไปได้ ถ้าท่านรู้ว่า่ท่านเด่นทางนี้ ก็จงอ่านตำราให้จบทุกหลักสูตร แล้วสร้างบารมีประกอบควบคู่ไปด้วย ไม่นานจากที่ไม่เห็นก็จะเริ่มเห็น และจากที่เห็นเลือนๆ รางๆ ก็จะเริ่มชัดขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>ดังนั้น <strong>จับประเด็น จับจุดสำคัญให้ได้ว่า เรามาศึกษาวิชาธรรมกายทำไม?</strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>จงหาความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างบารมีเรื่อยไป ไม่นานความเห็นหรือญาณทัสสนะและความสำเร็ต่างๆ ก็จะค่อยๆ ตามมาเป็นเงาตามตัวนั่นเอง</strong></span></p></blockquote>
<p>และขอบอกไว้ว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรง่าย ต้องใช้เวลา แต่วิธีการที่เหมาะสม จะช่วยย่นระยะเวลาไปได้มากทีเดียว</p>
<p>สำหรับฉบับนี้ขอเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่ในฉบับต่อไปครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ และประสบความสำเร็จในการเรียนและศึกษาวิชาธรรมกายทุกคนเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=134&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/17/dhammakaya-the-same-but-difference/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Meditation Tip: ทำอย่างไรจึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2009 11:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามยอดฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation Tip]]></category>
		<category><![CDATA[ชัดขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[นิ่งในนิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดเป็นตัวสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดในหยุด]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นชัด]]></category>
		<category><![CDATA[ใสในใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[Meditation Tip: ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่ โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ
เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+
วันนี้ผมก็ใช้ Twitter ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Meditation Tip: </strong></span>ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)</p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่<strong> โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. </strong>กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ</p>
<p><img class="alignleft" style="margin: 10px;" title="ห้องพุทธศาสนา โรงเรียนวัดท่าข้าม" src="http://lh5.ggpht.com/_Tq4U4i7KAnA/SnpmemHYDqI/AAAAAAAAQL8/cF8arqiiFMc/s288/DSC03432.JPG" alt="" width="288" height="216" />เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+</p>
<p>วันนี้ผมก็ใช้<strong><span style="color: #ff0000;"> <a href="http://twitter.com/WisdomInside" target="_blank">Twitter</a> </span></strong>ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ผมว่ามีประโยชน์มากๆ ต่อไปเทรนของโทรศัพท์ที่เรียกกันว่า Smart Phone จะมาแน่ ต่อไปก็คงจะสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกครับ ตอนนี้ก็ทดลองใช้ไปก่อน</p>
<p>อีกอย่างที่เห็นประโยชน์ได้อย่างมากสำหรับเ้จ้า Twitter ก็คือ เป็นหลักฐานการทำกิจกรรมของผม เช่น การส่ง Fax ไปยืนยันการสอน ซึ่งแต่ก่อนนั้น การส่ง Fax มักจะมีปัญหาที่ Fax ไปไม่ถึงมือของผู้ดำเนินการหรือผู้ประสานงาน ซึ่งอาจจะเกิดมาจากหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือ ทางคนที่รับ Fax รับแล้วไม่ยอมเอาไปให้ หรือโมเมว่า ไม่ได้รับ ซึ่งบางทีพอเราไปถึงโรงเรียน ทางผู้ที่ัรับเรื่องก็บอกว่าไม่ได้รับเอกสาร ทำให้เราไม่ได้เข้าไปสอนก็มี บางทีสืบไปสืบมา ก็พบว่า ไปอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ธุรการที่ลืม ไม่ได้นำเสนอผู้บริหาร ก็มี ซึ่งทางเราเองก็ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้พอผมส่ง Fax เสร็จ ก็ประกาศทาง Twitter เลย โรงเรียนไหนมีปัญหา ก็เปิด Netbook ยืนยันต่อหน้าได้เลย แต่ก่อนได้แต่พูดปากเปล่า แต่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะครับ 55555+ อันนี้ต้องใช้วาทศิลป์ของผู้ติดต่อเอง ว่าจะแก้ปัญหายังไง</p>
<p>เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินวิชากันนะครับ</p>
<p>พูดถึงเรื่องการเห็นในทางวิชาแล้ว อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า <strong>&#8220;การเห็น&#8221;</strong> เป็นส่วนหนึ่งของการเดินวิชาเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่เห็นแต่มีวิชาบอก และใจสามารถทำตามได้ ก็จะสามารถทำวิชาได้ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นได้ อย่างที่ผมได้เปรียบไว้ว่า</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff0000;"><strong>คนตาบอดก็ทำหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดี ถ้ามีวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม<br />
</strong></span></p></blockquote>
<p>*** สำหรับคนที่ยังไม่เห็น ไม่เป็นไร ท่านก็รอต่อไป &#8230;.. อ่ะ ล้อเล่นครับ ไว้คราวต่อๆ ไป ผมจะมาบอกเทคนิคว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้เห็นได้เร็วมากขึ้น ไม่ยากหรอกครับ</p>
<p>มาคุยสำหรับผู้ที่เห็นแล้ว หรือเห็นลางๆ แล้วก็อยากจะเห็นวิชาได้ชัดๆ นั้น ท่านต้องอาศัยความพยายาม และความเพียรแล้วหละครับ สำหรับผู้ที่โชคดีที่เห็นวิชาได้ชัด ส่วนมากมักจะเป็นเด็กๆ หรือผู้ที่มีบุญบารมีทางนี้มาแต่เดิม ซึ่งก็มีส่วนหนึ่ง ท่านก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป หรืออยากไปดูนั่นดูนี่ ให้ท่านศึกษาวิชาในทางทฤษฎีก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งซุกซน จำได้ไหมครับว่า ผมเคยเปรียบเทียบคนที่เห็นนั้นเหมือนกับมีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ระวังนะครับ ระวังไปทดลองโน่น ทดลองนี่แล้วไปเจอกรด หรือสารที่ทำระเบิดเข้า จะซวยไป</p>
<p>เอ๊า เอาเป็นว่า เห็นก็ดี ไม่เห็นก็ยิ่งดีครับ เพราะท่านจะสามารถศึกษาความรู้ โดยใช้ความรู้นำความเห็น เมื่อเห็นชัดแล้ว คราวนี้อะไรๆ ที่ท่านต้องการรู้ ท่านก็จะรู้ได้ แต่ขอบอกว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ง่าย และไม่ยาก</p>
<p>สำหรับท่านที่เห็นลางๆ อยู่นั้น ท่านต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนนะครับ ว่า เห็นชัด หรือไม่ชัดยังไงก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำวิชาได้ก็แล้วกัน และความชัดในการเห็นภายในนี้ ไม่เสถียร คือ ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอารมณ์ สภาพจิตใต สิ่งแวดล้อม อำนาจบารมี ฯลฯ</p>
<p>ไม่ใช่ว่าวันนี้เห็นชัดแล้ว พรุ่งนี้จะชัดเหมือนวันนี้ ซึ่งวันพรุ่งนี้อาจจะชัดกว่า หรือไม่ชัด ก็เป็นไปได้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-240" title="intuition_for_site" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/intuition_for_site.jpg" alt="intuition_for_site" /></p>
<p>แต่เราก็สามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ เหมือนเราออกกำลังกายนั่นแหละครับ ฝึกบ่อยๆ ร่างกาย กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรง ยกน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งใจก็เฉกเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะบอกนี้ก็เปรียบเสมือนผมจะบอกท่าทาง ลีลา การออกกำลังกายนะครับว่า จะเน้นจุดไหน อย่างไรนะครับ</p>
<p>ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูเทคนิคแรกเลยก็แล้วกันนะครับ  เทคนิคแรกนี้ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่โบราณเลย ท่านลองทายซิว่า วิธีไหน&#8230;&#8230;.????</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;หยุดเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ!&#8221;</span></strong></p></blockquote>
<p>ก็จะไปไหนเสีย พอใจหยุดนิ่ง หลวงพ่อสดใช้คำว่า<strong> &#8220;ถูกส่วนดี&#8221; </strong>การเห็นก็จะชัดขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอยากให้ดวงธรรมของท่านชัดขึ้น ก็จงให้ท่านเอาใจไปหยุดไว้ที่กลาง คือ จุดเล็กใส โตเท่าปลายเข็ม แล้วท่องใจว่า <strong>&#8220;หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ใสในใส&#8221;</strong></p>
<p>แต่อย่าไปท่องนกแก้วนกขุนทองครับ ถ้าเรารู้ความหมายและทำใจตามได้แล้ว จะได้ผลมาก</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #993300;">&#8220;หยุด&#8221;</span> </strong>คือ ทำใจให้หยุดเหมือนรถยนต์เบรก คือ หยุดกึก  หยุดเท่านั้นไม่พอ ต้องหยุดให้มากกว่าหยุด คือ หยุดในหยุด</p></blockquote>
<p>แรกๆ เราก็ทำใจให้หยุดช้าๆ ก่อน หยุดดดดด ใน หยุดดด หยุดในหยุดๆๆๆๆๆๆ ท่านลองทำดูแล้วท่านลองสังเกตการพัฒนาขึ้นของใจนะครับ</p>
<blockquote><p><span style="color: #003300;"><strong>&#8220;นิ่ง&#8221; </strong></span>คือ สภาพใจนิ่งที่เหมือนกับกระแสน้ำ ที่ไม่มีลมสัมผัส ที่เีรียกว่า &#8220;น้ำนิ่ง&#8221; ทำใจให้ได้อย่างนั้น และแน่นอน นิ่งตัวแรกไม่พอ ต้องเอานิ่งที่มากกว่านิ่ง ก็คือ นิ่ง ใน นิ่ง นั่นเอง</p></blockquote>
<blockquote><p><span style="color: #000080;"><strong>&#8220;ใส&#8221;</strong></span> คือ ให้ขาวให้ใสเท่านั้น ไม่ให้เป็นสีอื่น ขาวใสอย่างแรกไม่พอ ต้องขาวและใสกว่านั้น คือ ใส ใน ใส</p></blockquote>
<p><img class="alignright" style="border: 0pt none; margin: 10px;" src="http://www.geocities.com/innerpeace072/dokmaiban_thai/P7meditation_thai/dung.gif" border="0" alt="" width="281" height="280" /></p>
<p>ค่อยๆ ฝึกไปทีล่ะอย่าง แล้วลองสังเกตสภาพใจของเราเอง ว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่เห็นชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ครับ ถ้าท่านเป็นวิชาแล้ว ท่านทำได้แน่นอน แต่ถ้าท่านยังไม่เป็น ขอให้มาฝึกกับวิทยากรสักครั้ง จะดีกว่าที่จะไปฝึกเองหลายเท่าครับผม</p>
<p>วิธีนี้คือวิธีดั้งเดิมครับ อาจจะง่ายสำหรับบางคน และอาจจะยากสำหรับหลายคน</p>
<p>ลางเนื้อชอบลางยาครับ นี่เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น ใครฝึกวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล ไม่เป็นไร ยังมีวิธีอื่นอีกมาก คอยติดตามก็แล้วกันครับ แล้วถ้าใครฝึกได้อย่างไรแล้วลอง Comment หรือไปคุยกันใน <a href="http://forum.wisdominside.org/" target="_blank"><span style="color: #ff0000;"><strong>Webboard</strong></span></a> ก็ได้นะครับ</p>
<p>จำไว้ครับว่า วิธีในการเรียนนั้้นมีหลายวิธี อย่าไปยึดกับวิธีเดียวที่ไม่เหมาะกับเรา หลักการต้องคงไว้ แต่ลีลา วิธีการ เรายืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมครับ ที่สำหรับ ท่านต้องรู้หลักไว้ให้ดีเสียก่อน หลักคือ Basic ที่สุดแล้วทุึกอย่างก็ล้วนแต่ Back to Basic ทั้งนั้น</p>
<p>ค่อยๆ ศึกษาไปแบบรวดเร็ว ฉลาด และไม่ประมาท ท่านจะประสบความสำเร็จในการศึกษาวิชาธรรมกายของ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แน่นอนครับ</p>
<p>Tip ต่อไป เอาไว้โอกาสหน้านะครับ สำหรับวันนี้ต้องไปทำงานทางโลกต่อแล้ว แค่นี้ก่อนครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันดีๆ ของท่่านครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=117&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/06/meditation-tip-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ญาณทัสสนะ &#8211; การเห็นในขณะหลับตาฝึกสมาธิ องค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2009 05:36:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนอย่างรวดเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณทัสสนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[หลับตา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ประกอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่รักทุกๆ ท่าน
หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้เข้ามาเขียน blog ได้บ่อยจัง ก็ขอตอบว่า ผมได้จัดเวลาในช่วงที่ผมออกไปทำงานสอน โดยใช้เวลาในช่วงพักในการเขียนบทความต่างๆ ใน Blog เพื่อนำเสนอไอเดียและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำกันให้ทุกท่านที่สนใจได้รับรู้กันครับ เพราะเวลาที่กลับไปบ้านแล้ว ผมเองต้องใช้เวลาในการทำงานทางโลก ซึ่งตอนนี้ยุ่งมากๆ ดังนั้น ถ้าไม่เอาเวลามาเขียนตอนนี้ก็คงหาเวลายากที่จะเขียน เพราะบางวันแม้งานทางโลกก็ไม่ได้ทำ เพราะพอกลับถึงบ้านแล้วก็เพลียมาก หลับไปเลยก็มี
คุยกันถึงเรื่อง blog อีกนิดหนึ่งก็คือ ลักษณะการเขียนใน Blog นี้ จะใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เหมือนกับเราพูดคุยกันทั่วไปครับ ซึ่งจะมีความเป็นกันเองมาก และถ้าจะให้การเขียนบอกเรื่องราวต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในยุคนี้คงไม่พ้นเจ้า Twitter แน่นอนครับ ที่เปรียบเหมือนกับ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่รักทุกๆ ท่าน</p>
<p>หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้เข้ามาเขียน blog ได้บ่อยจัง ก็ขอตอบว่า ผมได้จัดเวลาในช่วงที่ผมออกไปทำงานสอน โดยใช้เวลาในช่วงพักในการเขียนบทความต่างๆ ใน Blog เพื่อนำเสนอไอเดียและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำกันให้ทุกท่านที่สนใจได้รับรู้กันครับ เพราะเวลาที่กลับไปบ้านแล้ว ผมเองต้องใช้เวลาในการทำงานทางโลก ซึ่งตอนนี้ยุ่งมากๆ ดังนั้น ถ้าไม่เอาเวลามาเขียนตอนนี้ก็คงหาเวลายากที่จะเขียน เพราะบางวันแม้งานทางโลกก็ไม่ได้ทำ เพราะพอกลับถึงบ้านแล้วก็เพลียมาก หลับไปเลยก็มี</p>
<p>คุยกันถึงเรื่อง blog อีกนิดหนึ่งก็คือ ลักษณะการเขียนใน Blog นี้ จะใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เหมือนกับเราพูดคุยกันทั่วไปครับ ซึ่งจะมีความเป็นกันเองมาก และถ้าจะให้การเขียนบอกเรื่องราวต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในยุคนี้คงไม่พ้นเจ้า Twitter แน่นอนครับ ที่เปรียบเหมือนกับ SMS ใน Internet นั่นเอง</p>
<p>มาเข้าเรื่องที่ผมจะคุยกับทุกคน ซึ่งวันนี้จะมาคุยกันในเรื่องของ<strong> &#8220;ญาณทัสสนะ&#8221; </strong>หรือ<strong> &#8220;การเห็น&#8221;</strong> ต่างๆ ทั้งในขณะหลับตา หรือลืมตา เราอาจจะเข้าใจกันในชื่อว่า <strong>Six Senses</strong> นั่นเอง</p>
<p>เมื่อวานผมได้คุยกับคนรู้ใจ คุยไปคุยมาก็มาเข้าเรื่องที่ว่า มีคนคนหนึ่งที่ชอบนั่งสมาธิ เป็นนักศึกษา แล้วก็เรียนเก่งมากๆ เขานั่งสมาธิวันล่ะครึ่งชั่วโมงทุกวัน และบอกว่า ชอบนั่งมาก เพราะว่า เวลานั่งแล้วพบกับความสงบสุข ตัวลอยๆ สบายๆ แต่ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ การได้ไปเห็นสิ่งต่างที่ลึกลับ ซึ่งทำให้เขากลัว พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็มีการคุยกันต่อว่า เอ๋! แล้วเราที่ยังไม่เห็นอะไรเหมือนกับเค้านี่ แปลว่า เรามีบุญน้อยไปใช่ไหม?</p>
<p>ถ้าเจออย่างนี้มาจะตอบอย่างไรดีล่ะครับ?? 5555+</p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-237" style="margin: 10px;" title="891" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/891.bmp" alt="891" width="320" height="213" />ทุกคนสังเกตไหมว่า<em> &#8220;เห็นสิ่งต่างที่ลึกลับ ซึ่งทำให้เขากลัว&#8221;</em> ทำไมต้องรู้สึกกลัวด้วย? แสดงว่า สิ่งที่เห็นนั้นคงไม่น่าพิสมัยเท่าไรนัก ซึ่งในประเด็นนี้ ถ้าท่านใดที่ผ่านการอบรมหลักสูตร 18 กายมาแล้วจากทีมงานเราจะรู้ว่า ผมเองไม่ได้เน้นไปที่การเห็นมากนัก และบอกเสมอว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>เห็นนะ่ไม่ยาก แต่ความรู้ที่จะอธิบายสิ่งที่เราเห็นนั้นต่างหากที่สำคัญกว่า</strong></span></p>
<p>แต่ที่ผมเจอๆ มา คนที่ศึกษาวิชาธรรมกาย ส่วนใหญ่ก็มักจะไปมุ่งเน้นที่การเห็นซะมากด้วยซิครับ และนี่ก็คือปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งเลยทีเดียวที่ทำให้การศึกษาเรียนรู้วิชาธรรมกายไม่ก้าวหน้าไปได้มากเท่าที่ควร</p>
<p>สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ การเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ท่านลองนึกถึงคนตาบอดซิครับ เขามองไม่เห็น แต่เขาก็สามารถอ่านหนังสือ พิมพ์งาน ทำงานได้เหมือนกับเราๆ ท่านๆ ได้เหมือนกัน</p>
<p align="center"><img src="http://www.polyboon.com/worship/inside/festal/images/festal000000401.jpg" alt="" hspace="2" vspace="2" width="320" height="207" /></p>
<p>หรือแม้แต่บางคนที่พอมองเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ชัด เช่น คนตาสั้น คนตายาว มองได้ไม่ชัด แต่ก็สามารถมองเห็นได้บ้าง และทำอะไรหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดีเหมือนกัน</p>
<p>ท่านพอมองภาพออกไหม? ตาบอด ตาดี ตาไม่ดี ไม่สำคัญเท่ากับว่า เขาคนนั้นกำลังจะทำอะไร???</p>
<p>ในทางปฏิบัติทางใจก็เหมือนกันครับ</p>
<p>บางคนเห็น บางคนไม่เห็น บางคนเห็นไม่ชัด บางคนเห็นชัด แต่เป้าหมายในการเรียนรู้ก็เพื่อกำจัดทุกข์ ภัย โรค จะตาดี ตาไม่ดี ก้สามารถเรียนรู้กันได้เหมือนกัน</p>
<blockquote><p><em><strong>แต่บางคนอาจจะมีเครื่องมือช่วยในการเรียนได้ดีกว่าเท่านั้นเอง</strong></em></p>
<p>เครื่องมือนั้นก็คือ <strong>&#8220;วิชาธรรมกาย&#8221;</strong> นั่นเองครับ</p></blockquote>
<p>ที่ว่ามานี้ก็เพื่อบอกให้กับท่านที่ยังไม่เห็นวิชา ให้ท่านมองข้างประเด็นเรื่องของการเห็นไปก่อน แล้วมาเรียนในประเด็นอื่นๆ ล่วงไปก่อน เช่น อ่านตำราให้เกิดความรู้ก่อน หรือมุ่งสร้างบารมีไปก่อนตามกำลัง ครับ</p>
<p>แล้วการเห็นจะตามมาเอง</p>
<p>มีบาง case ที่ผมเจอมา พบว่า บางคนที่ึฝึกนั้น บางคนเห็นแล้ว แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเห็นก็มี เพราะความลังเลสงสัยที่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยอมรับก็ติดอยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ ไม่ไปไหน กรณีอย่างนี้ก็มี</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาเกิดขึ้นมาก็เพราะ<strong>การขาดความรู้ความเข้าใจในการเรียนรู้และการศึกษาวิชาธรรมกาย</strong>นั่นเองครับ</p>
<p>ดังนั้น ข้อแนะนำสำหรับท่านที่ยังไม่เห็นวิชา ในมุมมองของผม ก็คือ</p>
<p>ขอให้ท่านเปรียบเทียบการเรียนวิชาธรรมกาย เหมือนกับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ครับ โดยให้เข้าใจก่อนว่า วิชาธรรมกายคือเครื่องมือทดลอง เปรียบเหมือนกับเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์นั่นเอง</p>
<p>สำหรับท่านที่ยังไม่เห็นวิชาก็เปรียบเหมือนกับว่า ท่านยังไม่มีเครื่องมือทดลอง ไม่มีหลอดทดลอง ไม่มีห้อง lab ให้ลอง ไม่เป็นไรครับ ท่านจะรอให้มีอุปกรณ์ก่อนแล้วท่านค่อยเรียนหรือ? ผมคิดว่าไม่่ใช่วิธีที่ฉลาดแน่ วิธีที่ดีก็คือ ให้ท่านศึกษาจากตำราก่อน ให้ท่านรู้ทางทฤษฎีไปก่อน พอรู้แล้วต่อไปพอมีโอกาสได้จับเครื่องมือทดลอง ก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว นี่คือความฉลา่ดในการเรียนรู้ครับ</p>
<p>และแน่นอนว่า ถ้าท่านจะอ่านจะเรียนอย่างเดียว แล้วก็รอให้มีห้องทดลองลอยมานั้น ก็คงเป็นไปได้ยาก ท่านจะต้องไปค้นหา หรือเก็บเงินซื้อมา นั่นคือ ท่านต้องสร้างบารมีไปด้วย ควบคู่กันไปตามความเหมาะสมของท่านเอง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างพร้อมมูล เราก็จะสามารถศึกษาเรียนรุ้วิชาธรรมกายได้อย่างชัดแจ้งแน่นอนครับ</p>
<p>สำหรับท่านที่เห็นวิชาแล้ว ก็อย่าเพิ่งทนงตัวว่า เราเหนือกว่าคนอื่นเขา ถ้าท่านไม่มีีความรู้กำกับแล้ว เราอาจจะทำบางอย่างไปโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจจะเกิดโทษแก่ตัวได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว เปรียบเหมือนกับ เราเข้าไปในห้องทดลอง ดดยที่ไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วก็หยิบโน่น หยิบนี่มาทดลองเล่น ซึ่งอาจจะไปเจอสารเคมีอันตราย หรือเกิดการระเบิด เกิดอันตรายต่อตัวเองได้ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-242" title="whirl" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/whirl.jpg" alt="whirl" width="402" height="301" /></p>
<p>ที่เล่ามานี้พอจะเข้าใจไหมครับว่า อะไรสำคัญที่สุด??</p>
<blockquote><p>สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ความรู้&#8221;</strong></span> คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การศึกษาวิชาธรรมกายบรรลุผลสำเร็จครับ</p></blockquote>
<p>จะทำอะไรก็ตาม จงเอาความรู้นำหน้าเสมอ หรือแทม้แต่ท่านที่มีญาณทัสสนะแล้วก็จงอย่างได้ไปเชื่อญาณทัสสนะนั้นเต็มร้อย แต่จงหาความรู้ทางวิชาธรรมกายที่ท่านมีมาอธิบายสิ่งที่ท่านเห็นว่า มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ของจริงของหลอก แล้วจะแก้ไขอย่างไร เป็นต้น</p>
<p>พูดถึงเรื่องของการเห็นหรือญาณทัสสนะนี้  เรื่องยาว เอาไว้ค่อยๆ มาคุยกันต่อไปในคราวต่อๆ ไปก็แล้วกันครับ</p>
<p>ตอนนี้สอนอยู่ที่ ร.ร.บางแค (เนื่องสังวาลย์อนุสรณ์) กทม. ครับ และจะสอนช่วงรวมบ่ายแล้ว ต้องขอตัวไปสอนก่อนแล้วครับ อย่าลืมติดต่อกันทาง twitter นะครับ</p>
<p>ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการศึกษาเรียนรู้วิชาธรรมกายทุกท่านเลยครับ สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=115&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/05/visulize-see-when-meditation-practice-componance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุมของผู้สอน : KPI (Key Performance Indicator) จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;(แก้ไขแล้ว)</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2009 03:29:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนอย่างรวดเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[Key Performance Indicator]]></category>
		<category><![CDATA[KPI]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[การสอนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จำเป็นอย่างมาก]]></category>
		<category><![CDATA[มุมของผู้สอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[มุมของผู้สอน : KPI (Key Performance Indicator) จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;
สวัสดีครับเพื่อนในธรรมที่รักทุกท่าน
เป็นอย่างไรบ้างครับ ไปสมัคร twitter กันมาบ้างแล้วหรือยังครับ ถ้าบางคนเล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไรนะครับ ติดตามการเคลื่อนไหวของผมได้ที่หน้า Homepage : http://wisdominside.org ได้เลยครับ ซึ่งผมจะ Update การเคลื่อนไหวให้ได้รู้กันว่าเรามีกิจกรรมอะไรกันบ้าง อย่างหนึ่งที่เห็นประโยชน์ได้ชัดจากเครื่องมือนี้ก็คือ ถ้าหากวันไหนผมไปโรงเรียนใด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น วันนั้นมีสอนทั้งวัน แต่ทางเราเห็นว่า สามารถที่จะรวมเด็กได้ ก็จะรวมให้จบภายในเครึ่งวัน ผมก็จะประกาศทาง Twitter ก็จะทำให้วิทยากรที่จะไปร่วมสอนด้วยนั้น ไม่ต้องมาเก้อ

ซึ่งผมเห็นว่า เป็นประโยชน์อย่างมากต่อไปในอนาคตถ้าการสอนได้ขยายออกไปมากขึ้น และมีทีมงานที่อยากจะสร้างบารมีด้วยวิธีนี้มากขึ้นด้วย ท่านก็เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ของเรา ก็สามารถที่จะรู้ความเคลื่อนไหวได้ตลอด ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff0000;">มุมของผู้สอน :</span> <span style="color: #ff6600;">KPI (Key Performance Indicator)</span> จำเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการ&#8230;</strong></p>
<p>สวัสดีครับเพื่อนในธรรมที่รักทุกท่าน</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับ ไปสมัคร twitter กันมาบ้างแล้วหรือยังครับ ถ้าบางคนเล่นไม่เป็นก็ไม่เป็นไรนะครับ ติดตามการเคลื่อนไหวของผมได้ที่หน้า Homepage : <a href="http://wisdominside.org" target="_blank">http://wisdominside.org</a> ได้เลยครับ ซึ่งผมจะ Update การเคลื่อนไหวให้ได้รู้กันว่าเรามีกิจกรรมอะไรกันบ้าง อย่างหนึ่งที่เห็นประโยชน์ได้ชัดจากเครื่องมือนี้ก็คือ ถ้าหากวันไหนผมไปโรงเรียนใด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น วันนั้นมีสอนทั้งวัน แต่ทางเราเห็นว่า สามารถที่จะรวมเด็กได้ ก็จะรวมให้จบภายในเครึ่งวัน ผมก็จะประกาศทาง Twitter ก็จะทำให้วิทยากรที่จะไปร่วมสอนด้วยนั้น ไม่ต้องมาเก้อ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-233" title="twitter-for-iphone_1210832119703" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/08/twitter-for-iphone_1210832119703.png" alt="twitter-for-iphone_1210832119703" /></p>
<p>ซึ่งผมเห็นว่า เป็นประโยชน์อย่างมากต่อไปในอนาคตถ้าการสอนได้ขยายออกไปมากขึ้น และมีทีมงานที่อยากจะสร้างบารมีด้วยวิธีนี้มากขึ้นด้วย ท่านก็เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ของเรา ก็สามารถที่จะรู้ความเคลื่อนไหวได้ตลอด นี่แหละครับ เทคโนโลยีที่ก้าวไกลออกไปมาก</p>
<p><img class="alignright" style="margin: 10px;" title="KPI" src="http://www.pemms.co.uk/assets/images/kpi.jpg" alt="" width="280" height="186" />วันนี้สิ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือ การพิจารณาถึง<strong> KPI</strong> หรือ <strong>Key Performance Indicator</strong> ซึ่งก็คือ ตัวชี้วัดในการพิจารณาถึงสมรรถภาพในการทำงาน ซึ่งจะทำให้เห้นถึงเกณฑ์ในการวัดผลการทำงานที่มีผลทั้งประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และอื่นๆ อันจะส่งผลไปยังผลลัพท์สุดท้ายก็คือ ความสำเร็จในงานนั้นๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งผมจะนิยามเครื่องมือในการบริหารงานตัวนี้ในทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับการทำงานของเราครับ</p>
<p>ในการทำงานของทีมงานเรานั้น แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้นำเครื่องนี้มาใช้อย่างจริงๆ จังๆ ก็ตาม แต่ต่อไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำเครื่องมือในการบริหารต่างๆ มาประยุกต์ใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่สอนธรรมมีปัญหาในการสอน ในการเผยแพร่ก็คือ <strong>ผู้สอนมักจะใช้ตัวชี้วัดของตัวเองเป็นเกณฑ์ในการดำเนินงาน</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>&#8220;เอาตัวเราเองเป็นเกณฑ์ตัดสิน&#8221;</strong> ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านการสอนมามากนั้นพบว่า ถ้าหากยึดความคิดของเราเองนี้ การสอนจะมีปัญหาตามมาื ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่</p>
<p>แม้ในการสอน การทำงาน การตลาด การขาย ก็ต่างสอนไว้ว่า ถ้าเป็นในวงการธุรกิจ <strong>ต้องมุ่งเน้นที่ลูกค้า </strong>ถ้าเป็นในวงการศึกษา ก็ต้องเน้น<strong>ที่นักเรียน </strong>เป็นต้น และแน่นอน ในทางธรรม จะสอนอะไรให้กับใครนั้น ก็ต้องเน้นไปที่ผู้ที่ได้รับการฝึก ต้องพิจารณาว่าจะให้เท่าไหร่ เรามี 10 คนที่เราจะสอนนั้น จะรับได้เท่าไร ถ้ารับได้ 2 แต่ป้อนไป 5 ก็เกิน สิ่งที่เกินไม่นั้นมีทั้งคุณและโทษ นี่คือ <strong>ศิลปะในการสอน</strong> หรือวิชาครู นั่นเอง</p>
<p>จากประสบการณ์ที่ผมกับครอบครัวได้ออกไปสอนตามโรงเรียนมากว่า 10 ปีนี้ ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมากมากมาย ได้ผลทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเราก็นำบทเรียนเหล่านั้นๆ มาสรุปเป็นบทเรียนต่างๆ และถ้าถามว่าผลที่ได้เป็นอย่างไร ก็อย่างที่ท่านเห็นจากผลการสอนแล้วว่า เราสอนได้มากขึ้นโรงเรียนให้การยอมรับ</p>
<p>ซึ่งการที่โรงเรียนให้การยอมรับนี้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้มองในมุมของตัวผู้สอนเลย ผู้สอนไปสอนก็อยากให้นักเรียน หรือผู้ได้รับการฝึกเห็นดวงธรรม เห็นกายธรรม ซึ่งเรารู้ดีกว่า เมื่อผู้ใดสามารถเข้าถึงดวงธรรมและกายธรรมได้แล้ว สิ่งที่ดีๆ ต่างๆ ก็จะตามมามากมาย แต่คนอื่นไม่ได้รู้เหมือนเรา อย่างกรณีของโรงเรียนนี้ เขาไม่รู้หรอกว่า เด็กนักเรียนนั่งแล้วเห็นดวง เห็นกายโน้นกายนี้แล้วจะดี เขาดูง่ายๆ ตรงที่ว่า</p>
<blockquote>
<ol>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>เราสามารถที่จะคุมเด็กนักเรียนให้อยู่ในการเรียนการสอนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือไม่?</strong></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>เราสามารถสอนโดยนำเนื้อหาทางธรรม (สมาธิภาคปฏิบัติ) ไปประยุกต์ให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน หรือชีวิตประจำวันของนักเรียนได้หรือไม่</strong></span></li>
</ol>
</blockquote>
<p>ซึ่งรวมทั้งบุคคลทั่วไปก็ด้วยเช่นกัน หากเราต้องการสอนให้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ ก็ต้องดูที่ เกณฑ์ของผู้ที่มารับการฝึกจากเรา ว่า เขาต้องการอะไร? ไม่ใช่ว่า เราต้องการอะไร เช่น เราต้องการต่อวิชาให้ได้ 4 กายธรรมหรือ 18 กาย เพราะเชื่อว่า พอคนได้วิชาแล้วจะดีทุกคน ซึ่งในความจริงแล้วไม่เสมอไป แต่ล่ะคนมีความแตกต่างกันมากมาย บางทีเขาอาจจะต้องการเพียงแค่ให้ใจสงบ หรือให้ประสบความสำเร็จในชีิวิตทางโลกก็ได้</p>
<p>ดังนั้น ในการเป็นผู้สอน จำเป็นต้องหาเกณฑ์ในใจของผู้รับการฝึกให้ได้ โดยการมุ่งเน้นที่นักเรียน หรือลูกค้าของเราว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>เขาต้องการอะไร</strong></span></p>
<p>เมื่อรู้แล้ว เราค่อยมาจัดการว่า จะนำความรู้อะไรไปให้เขาที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขามากที่สุด โดยที่คงหลักการของวิชาให้ถูกต้องบริบูรณ์ เป็นการเรียนการสอนแบบร่วมกันเรียนรู้ Win &#8211; Win เราก็ได้บุญ ผู้เรียนก็ได้ความรู้ที่จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขา  และแน่นอนที่สุด จะเกิดการบอกต่อ หรือที่เรียกกันว่า <strong>Word of mouth</strong> นั่นเอง</p>
<p>การที่ทีมงานของเราคิดและทำกันมาในลักษณะนี้ จึงส่งผลให้การสอนธรรมกว้างไกลออกไปมากมาย ไปสอนโรงเรียนนี้ โรงเรียนก็บอกต่อไปโรงเรียนต่อๆ ไปดังนั้น การสอนได้เดือนล่ะเป็นหมื่นๆ คน จึงไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญแต่อย่างใดครับ</p>
<p>ดังนั้น มีเพียงวิชาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วย จึงจะทำให้การสอน การเผยแพร่สำเร็จได้ตามที่เราต้องการ</p>
<p>ขอให้จับหลักให้ได้ มองภาพรวมให้ออก ใจกว้าง และใช้สามัญสำนึกให้ดีครับ</p>
<p>โดยสรุปก็คือ จะสอนอะไร จงให้ความสำคัญไปที่ความต้องการของผู้เรียนเป็นสำัคัญ หรือที่เราเรียกกันว่า ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จากนั้นสอนเท่าที่เขาต้องการโดยประยุกต์พลิกแพลงการนำเสนอไปตามสถานการณ์ โดยที่คงหลักการไว้อย่างถูกต้องบริบูรณ์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นี่คือ </strong><strong>หนึ่งในวิชาครู ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ประสบการณ์ในการสอนมายาวนาน จึงจะทำให้การสอนการเผยแพร่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล</strong></span>ครับ</p>
<p>ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ สำหรับวันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ไว้คราวเจอกันใหม่ในคราวหน้าครับ</p>
<p>สวัสดีครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=109&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/08/04/kpi-key-performance-indicator-and-dharmma-teach/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มุมมองเรื่อง &#8220;พลังของความคิด&#8221;: การฝึกใจ กับ การพัฒนาศักยภาพภายใน ตัวช่วยเสริมสำหรับฝ่าย HR ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/31/result-of-mind-training-with-meditation-for-thinking-power-to-success-in-organization/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/31/result-of-mind-training-with-meditation-for-thinking-power-to-success-in-organization/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 03:42:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[การฝึกใจ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาศักยภาพภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ่า่ยบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังของความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=104</guid>
		<description><![CDATA[มุมมองเรื่อง &#8220;พลังของความคิด&#8221;: การฝึกใจ กับ การพัฒนาศักยภาพภายใน ตัวช่วยเสริมสำหรับฝ่าย HR ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกๆ คน
ตอนนี้ผมเขียนบทความชิ้นนี้นั้้น ผมอยู่ที่ ร.ร.ประชาอุทิศ เขตดอนเมือง กทม. อยู่ครับ ซึ่งก็พอจะมีเวลาก็เลยเอาเวลานี้มาเขียนบทความดีๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ส่วนในเรื่องของ  Twitter ที่ผมได้เกรินเมื่อวานมาแล้วนั้น จะเอาไว้ตอนท้ายของบทความนี้นะครับ ขอบอกนิดๆ ก่อนว่า ผมได้ลองใช้แล้วถูกใจมากๆ ขอแนะนำเลยครับ
เรื่องที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เรื่องของพลังทางใจซึ่งก่อนจะถึงประเด็นนี้นั้น เราจะต้องแยกให้ออกระหว่างสองสิ่งก่อน สองสิ่งนั้นก็คือ ความรู้ และ พลังในการเลือกที่จะทำตามที่รู้
ลองคิดง่ายๆ ก่อนว่า กระบวนการของพฤติกรรมของมนุษย์นั้น เริ่มตั้งแต่ความคิดจนมาจบที่พฤติกรรม ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">มุมมองเรื่อง<strong> &#8220;พลังของความคิด&#8221;</strong>: การฝึกใจ กับ การพัฒนาศักยภาพภายใน ตัวช่วยเสริมสำหรับฝ่าย HR ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกๆ คน</p>
<p style="text-align: left;">ตอนนี้ผมเขียนบทความชิ้นนี้นั้้น ผมอยู่ที่ ร.ร.ประชาอุทิศ เขตดอนเมือง กทม. อยู่ครับ ซึ่งก็พอจะมีเวลาก็เลยเอาเวลานี้มาเขียนบทความดีๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ส่วนในเรื่องของ  Twitter ที่ผมได้เกรินเมื่อวานมาแล้วนั้น จะเอาไว้ตอนท้ายของบทความนี้นะครับ ขอบอกนิดๆ ก่อนว่า ผมได้ลองใช้แล้วถูกใจมากๆ ขอแนะนำเลยครับ</p>
<p style="text-align: left;">เรื่องที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เรื่องของพลังทางใจซึ่งก่อนจะถึงประเด็นนี้นั้น เราจะต้องแยกให้ออกระหว่างสองสิ่งก่อน สองสิ่งนั้นก็คือ<strong> ความรู้</strong> และ <strong>พลังในการเลือกที่จะทำตามที่รู้</strong></p>
<p style="text-align: left;">ลองคิดง่ายๆ ก่อนว่า กระบวนการของพฤติกรรมของมนุษย์นั้น เริ่มตั้งแต่ความคิดจนมาจบที่พฤติกรรม และเกิด outcome หรือผลลัพท์สุดท้ายเป็น โชคชะตา หรือชะตากรรม หรือ กรรมต่างๆ นั้น นอกจากที่เราจะต้องเลือกที่จะคิด</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งถ้าเราเลือกที่จะคิดได้ เราทุกคนก็คงอยากจะคิดแต่สิ่งที่ดีๆ ทางตะวันตกสอนให้เรา &#8220;คิดบวก&#8221; ซึ่งผมเชื่อว่า โดนพื้นฐานแล้ว เราๆ ท่านๆ ต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่า อะไรดี อะไรไม่ดี คิดดีเป็นยังไง คิดไม่ดีเป็นยังไง การที่เรารู้กระบวนการต่างๆ เหล่านี้นั้น สิ่งนี้ก็คือ เรื่องของความรู้นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">เรื่องของความรู้นี้ ในการฝึกอบรมส่วนใหญ่ในปัจจุบัน (เอาตามความรู้สึกนะครับ ไม่ได้มีสถิติมารองรับ) มักจะเน้นไปที่การให้ความรู้เสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ความรู้ในเรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องความซื่อสัตย์ ฯลฯ</p>
<p style="text-align: left;">เพราะคิดว่า ถ้ารู้แล้ว เราก็จะเลือกที่จะทำแต่สิ่งที่ดีๆ เพราะเมื่อทำตามความรู้ที่ได้รับไปนั้น ก็จะมีแต่ส่ิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิต</p>
<p style="text-align: left;"><span id="more-104"></span></p>
<p style="text-align: left;">แต่ผลที่ออกมา ก็อย่างที่เรู้กันดีว่า มักจะออกมาแบบ <strong>&#8220;รู้แต่ไม่ทำ&#8221;</strong> จะทำไม 5555+</p>
<p style="text-align: left;">นั่นคือเรื่องของ <strong>พลังในการเลือกที่จะทำตามที่รู้ </strong>นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">เช่น เราก็รู้ว่า การโกง เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะว่า ถ้าทำแล้วจะส่งผลให้เิกิดสิ่งที่ไม่ดีเข้ากับชีวิต แต่พอเราตกอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ เข้าจริง ก็มักจะทนต่อความยั่วยวนของผลประโยชน์ไม่ไหว</p>
<p style="text-align: left;">ผมคิดว่า เราก็คงรู้กันดี เพราะสถานการณ์เหล่านี้ คงจะเกิดขึ้นกับเรามาบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-231" title="creative_visualization1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/07/creative_visualization1.jpg" alt="creative_visualization1" /></p>
<p style="text-align: left;">แล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง ก็ได้ด้วยกำลังใจ พลังใจ หรือ<strong> ใจที่ได้รับการฝึกมาแล้ว</strong> นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">สิ่งที่ทีมงานของ Website หรือทีมงานได้สอน ได้ทำกันอยู่นี้ ก็คือ การพัฒนาใจ ฝึกใจ โดยหลักการที่ง่ายๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งเราจะเน้นไปที่การนำเอา ความรู้เรื่องของการฝึกใจไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราๆ ท่านๆ นั่นเอง ซึ่งถ้าท่านที่ได้ผ่านการฝึกกับเรามาแล้ว จะพบว่า มีวิธีการที่เป็นรูปธรรม ชัดเจนในเรื่องของวิธีการ และง่ายมากที่จะนำไปฝึกต่อ</p>
<p style="text-align: left;">ซึ่งถ้านำวิธีฝึกวิธีนี้ไปใช้ในองค์กรธุรกิจหรือราชการ บุคลากรของท่านก็จะมีพลังทางใจที่เข้มแข็งมากขึ้น เป็นวิธีการหนึ่งในการกำจัดการคอรัปชั่น การโกง ฯลฯ</p>
<p style="text-align: left;">ยิ่งถ้านำไปปลูกฝังให้กับเยาวชนของชาติ ซึ่่งทางเราก็ได้ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ดังที่ท่านได้เห็นผลงานการสอนที่ได้แสดงไว้ในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว เยาวชนในชาติก็จะมีภูมิคุ้มกันความเสื่อมที่จะถูกถาโถมเข้ามาจากสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: left;">แต่ผลลัพท์ที่เกิดนั้น ไม่ใช่จะเกิดเพียงแค่วันสองวัน ต้องอาศัยเวลาในการบ่มเพาะพอสมควรเหมือนกันครับ</p>
<p style="text-align: left;">ดังนั้น มาึอบรม พัฒนาใจกันเถิดครับ มีสิ่งใดที่ผมกับทีมงานจะรับใช้ท่านได้ ก็ติดต่อมาเถิดครับ เราจะให้บริการและช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่เลยครับ</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับเรื่องของ Twitter นั้น สามารถทำให้การสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ Website ก็เหมือนกับหนังสือ Blog เหมือนกับนิตยสาร และ Twitter ก็คือ SMS นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">ผมไปเจอวีดีโอตัวหนึ่งมากจาก Youtube จึงเอามาลงไว้ ให้ท่านได้เข้าใจในเครื่องมือตัวนี้มาขึ้นนะครับ ลองชมได้ด้านล่างนี้เลยนะครับ</p>
<p><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/ddO9idmax0o&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ddO9idmax0o&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p style="text-align: left;">ถ้าเข้าใจแล้วอยากลองใช้ดูก็ไปที่ <a href="http://twitter.com" target="_blank"><strong>http://twitter.com</strong> </a>แล้วไปสมัคร จากนั้นไปที่ <strong><a href="http://twitter.com/wisdominside" target="_blank">http://twitter.com/wisdominside</a></strong> แล้วทำการ Following ผมได้เลยครับ</p>
<p style="text-align: left;">วิธีการใช้เบื้องต้นก็ดูได้จากวีดีโอด้านล่างได้เลยครับ</p>
<p><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/4YGp4cWdndc&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/4YGp4cWdndc&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p style="text-align: left;">อย่าลืมมา Follow ผมนะครับ จะได้รับข่าวสารได้เร็วมากขึ้น และที่สำคัญเราจะได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นไปด้วยครับ</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับวันนี้ แค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีิวิิตกันทุกคนเลยครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=104&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/31/result-of-mind-training-with-meditation-for-thinking-power-to-success-in-organization/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>VDO บรรยากาศ คณะวิทยากรจาก Wisdominside.org ออกบูต โซนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี วันที่ 3-7 มิถุนายน2552</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/26/vdo-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-wisdo/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/26/vdo-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-wisdo/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2009 17:04:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจิตแนวพุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาจิต]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองทองธานี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกคน
วันนี้ผมไปประชุมวิทยากรมาครับ กลับมาก็ได้มาตัดต่อ VDO ที่ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ได้ส่งมาให้พร้อมกับหนังสือขอบคุณซึ่งผมก็ได้ตัดต่อแล้วนำขึ้นไปที่ Youtube.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อยากให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศในงานที่โซนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผมได้ไปออกบูตมาครับ
กลับมาดูอีกครั้งผมก็รู้สึกประทับใจ และนึกในใจว่า เราก็กล้าเหมือนกันนะนี่ สอนกลางเวทีต่อหน้าคนเดินไปเดินมานับร้อย บางคนก็สนใจ บางคนก็ไม่สนใจ หลากหลายแต่ก็ทำไปแล้ว 555+
และนี่คือหนังสือขอบคุณที่ ทาง ททท. ส่งมาให้ผมครับ

วันนี้ไปเมืองจันมา เดินทางไปกว่า 700 โล เมื่อวันก่อนไปอุบลราชธานีมา ไปเช้า -สอน &#8211; เย็นกลับ ยังกับมีอาชีพขับรถทัวร์ยังไงยังงั้น ยังเพลียไม่หายเลยครับ
ต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้ว ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนฝันดี
ลืมไป วันนี้เอาบุญมาฝากทุกๆ คนเลยนะครับ
มีความสุขมากๆ ครับผม
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกคน</p>
<p>วันนี้ผมไปประชุมวิทยากรมาครับ กลับมาก็ได้มาตัดต่อ VDO ที่ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ได้ส่งมาให้พร้อมกับหนังสือขอบคุณซึ่งผมก็ได้ตัดต่อแล้วนำขึ้นไปที่ Youtube.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>อยากให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศในงานที่โซนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผมได้ไปออกบูตมาครับ</p>
<p>กลับมาดูอีกครั้งผมก็รู้สึกประทับใจ และนึกในใจว่า เราก็กล้าเหมือนกันนะนี่ สอนกลางเวทีต่อหน้าคนเดินไปเดินมานับร้อย บางคนก็สนใจ บางคนก็ไม่สนใจ หลากหลายแต่ก็ทำไปแล้ว 555+</p>
<p>และนี่คือหนังสือขอบคุณที่ ทาง ททท. ส่งมาให้ผมครับ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-227" title="fffd" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/07/fffd.jpg" alt="fffd" /><br />
วันนี้ไปเมืองจันมา เดินทางไปกว่า 700 โล เมื่อวันก่อนไปอุบลราชธานีมา ไปเช้า -สอน &#8211; เย็นกลับ ยังกับมีอาชีพขับรถทัวร์ยังไงยังงั้น ยังเพลียไม่หายเลยครับ</p>
<p>ต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้ว ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนฝันดี</p>
<p>ลืมไป วันนี้เอาบุญมาฝากทุกๆ คนเลยนะครับ</p>
<p>มีความสุขมากๆ ครับผม</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=96&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/26/vdo-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-wisdo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิชาธรรมกาย เป้าหมาย และ วิธีในการศึกษา ในวิถีทางที่ต่างกันไป</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/20/dhammakaya-educate-metho/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/20/dhammakaya-educate-metho/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 15:58:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามยอดฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนอย่างรวดเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีพหุปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีทางที่ต่างกันไป]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีในการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[โฮวาร์ด การ์เนอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่น่ารักทุกๆ ท่าน
หัวข้อในวันนี้ที่ผมจะพูดถึงก็คือ &#8220;วิชาธรรมกาย เป้าหมาย และ วิธีในการศึกษา ในวิถีทางที่ต่างกันไป&#8221; ท่านก็คงเกิดคำถามต่อไปว่า ทำไมถึงได้เป็นหัวข้อนี้
วันนี้ผมได้สนทนากับเพื่อนในธรรม (ผมเหมาเอาเลย) ในต่างแดน ขออนุญาตเอ่ยสถานที่ก็คือที่ดูไบ หัวข้อหลักๆ ที่ได้คุยก็คือ การฝึกวิชาธรรมกาย ที่ทำไม๊ ทำไม มันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน พลอยทำให้คิดเอาเองว่า ท่าเราจะไม่มีบุญที่จะได้เห็นกับคนอื่นเค้าแล้วล่ะมั้ง
ซึ่งผมเองก็เจอกับคำถามและคำตอบทำนองนี้มามาก
สำหรับผมนั้น ผมคิดเอาเองนะครับว่า เรื่องของบุญบารมีนั้น ก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งแล้วยังไง ท่านหรือใครจะรู้จริงว่า เรามีบารมีมาแล้วเท่าไร? แค่ได้เกิดมาผมก็ว่าไม่ธรรมดาแล้ว แล้วถ้ายิ่งเกิดมาแล้วเจอกับสิ่งที่ดีๆ อย่างวิชาธรรมกายนี้ ผมว่ายิ่งไม่ธรรมดาไปใหญ่ ดังนั้นตามความเห็นของผมนั้น การคิดแบบตัดช่องน้อยแต่พอตัวนี้ ไม่คุ้มค่ากับการที่ได้เกิดมาแล้วเจอกับวิชาธรรมกายนี้ครับ
ในทางโลกนั้น ได้กล่าวถึงความฉลาดไว้มากมาย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมที่น่ารักทุกๆ ท่าน</p>
<p>หัวข้อในวันนี้ที่ผมจะพูดถึงก็คือ <span style="color: #ff6600;"><strong>&#8220;วิชาธรรมกาย เป้าหมาย และ วิธีในการศึกษา ในวิถีทางที่ต่างกันไป&#8221;</strong></span> ท่านก็คงเกิดคำถามต่อไปว่า ทำไมถึงได้เป็นหัวข้อนี้</p>
<p>วันนี้ผมได้สนทนากับเพื่อนในธรรม (ผมเหมาเอาเลย) ในต่างแดน ขออนุญาตเอ่ยสถานที่ก็คือที่ดูไบ หัวข้อหลักๆ ที่ได้คุยก็คือ<strong> <span style="color: #000080;">การฝึกวิชาธรรมกาย ที่ทำไม๊ ทำไม มันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน</span> </strong>พลอยทำให้คิดเอาเองว่า <strong>ท่าเราจะไม่มีบุญที่จะได้เห็นกับคนอื่นเค้าแล้วล่ะมั้ง</strong></p>
<p>ซึ่งผมเองก็เจอกับคำถามและคำตอบทำนองนี้มามาก</p>
<p>สำหรับผมนั้น ผมคิดเอาเองนะครับว่า เรื่องของบุญบารมีนั้น ก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งแล้วยังไง ท่านหรือใครจะรู้จริงว่า เรามีบารมีมาแล้วเท่าไร? แค่ได้เกิดมาผมก็ว่าไม่ธรรมดาแล้ว แล้วถ้ายิ่งเกิดมาแล้วเจอกับสิ่งที่ดีๆ อย่างวิชาธรรมกายนี้ ผมว่ายิ่งไม่ธรรมดาไปใหญ่ ดังนั้นตามความเห็นของผมนั้น การคิดแบบตัดช่องน้อยแต่พอตัวนี้ ไม่คุ้มค่ากับการที่ได้เกิดมาแล้วเจอกับวิชาธรรมกายนี้ครับ</p>
<p>ในทางโลกนั้น ได้กล่าวถึงความฉลาดไว้มากมาย ดังทฤษฎีของ <strong>ศ. ดร.โฮวาร์ด การ์เนอร์</strong> ที่โด่งดังที่ชื่อ <strong>ทฤษฎีพหุปัญญา</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-225" title="8mi1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/07/8mi1.jpg" alt="8mi1" width="415" height="392" /></p>
<p>เคยได้ยินกันไหมครับ???</p>
<p>ทฤษฎีนี้บอกไว้ว่า คนเรามีความฉลาดที่แตกต่างกันออกไปมากมาย บางคนเก่งตัวเลขบางคนเก่งทางร่างกาย บางคนเก่งทางด้านสนุทรีย์ ฯลฯ</p>
<p>แต่ปัญหาก็คือ <strong>วิธีที่จะวัดความเก่งที่นิยมในปัจจุบันวัดได้แค่ 2 อย่าง คือ ด้านภาษา กับตัวเลข</strong> ทำให้เราให้ค่านิยมกับคนที่มีความเก่งด้านนี้ว่า เป็นคนฉลาด แต่ได้หลงลืมความเก่งด้านอื่นๆ ไป</p>
<p>กับวิชาธรรมกายก็เช่นเดียวกัน ไม่ต่างกันเลย</p>
<p>ดังคำที่อาจารย์ได้บอกไว้ว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ธรรมกายเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน&#8221;</strong></span> คือ ต่างคน ต่างก็มีความเก่ง ความถนัด ฯลฯ ที่ไม่เหมือนกัน แล้ววิธีที่จะวัดว่า ใครเป็นธรรมกายเจ๋งแค่ไหน เอาอะไรเป็นตัววัดล่ะครับ</p>
<p>ขอตอบแบบฟันธงเลยว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;<span style="text-decoration: underline;">การเห็น</span>&#8220;</strong></span> ซึ่งเราๆ หลายๆ คนก็มักจะเอาเกณฑ์ตัวนี้มาตัดสินว่า คนที่ได้ธรรมกายจะต้องเห็นและจะเห็นโน่นเห็นนี่&#8230; ก็ว่ากันไป</p>
<p>ตามความเห็นผมแล้ว นี่เป็นเพียงเกณฑ์การวัดเล็กๆ อย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีอะไรที่มากไปกว่านั้นมากมาย</p>
<p>กลับมาดูที่การศึกษาวิชาธรรมกายของเรา หลายๆ ท่านก็มักจะคิดว่า จะเรียนวิชาธรรมกายได้ <strong>ต้องให้เห็นก่อน</strong> ถึงจะไปต่อไป ถ้ายังไม่เห็นก็จงเพียรนั่งต่อไปให้เห็นให้ได้ ถ้ายังทำไม่ได้แสดงว่าบุญไม่ถึง ให้ทำบุญไปก่อน แล้วจะเห็นเอง ขอเรียนว่า วิธีนี้ก็เป็นเพียงวิธีเรียนรูปแบบหนึ่ง</p>
<p>ขอให้ท่านนึกถึงความเป็นจริงที่ว่า พูดถึงการเห็นนั้น<strong> <span style="color: #ff6600;">&#8220;เด็กเห็นง่ายกว่าผู้ใหญ่&#8221;</span></strong></p>
<p>ผู้ใหญ่มักจะเห็นได้ยาก นั่งไปก็มักจะมืด เมื่อย วังเวง หรืออาจจะีความหวังอยู่ลึกๆ ว่า ก็ยังมีสิทธิ์เห็น</p>
<p>ขอย้ำว่า <strong><span style="text-decoration: underline;">นี้คือวิธีการเรียนแบบหนึ่งเท่านั้นเอง</span></strong></p>
<p>เส้นทางในการเรียนรู้แต่ล่ะท่านไม่มีมีเส้นทางเดียว ไม่ได้มีแบบเดียว</p>
<p>ทำไมต้องรอให้เห็นก่อนแล้วค่อยศึกษาเนื้อหาวิชาล่ะครับ</p>
<p>เด็กก็มีวิธีเรียนแบบเด็ก และ&#8230;&#8230;</p>
<p>ผู้ใหญ่ก็มีวิธีเรียนแบบผู้ใหญ่เช่นกัน</p>
<p>ซึ่งก็ไม่มีคำตอบที่แน่นอนตายตัวซะด้วยซิครับว่า แบบไหนจะเหมาะกับเรา&#8230;.</p>
<p>ขอให้ท่านเปิดโลกทัศน์ตัวเองให้กว้าง แล้วลองคิดตามดูซิว่าที่ผมได้กล่าวมานี้ จริงหรือไม่?</p>
<blockquote><p>การเรียนมีทั้งแบบ <strong>Passive</strong> คือ ฝ่ายรอ รอให้มันเกิดเอง หรือแบบ<strong> Active </strong>คือ ฝ่ายกระทำ</p></blockquote>
<p>เป้าหมายในการเรียนก็คืออย่างเดียวกันคือ <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ให้บรรลุธรรม</strong></span></span></p>
<p>แล้วท่านจะเป็นฝ่ายรอ หรือกระทำดีล่ะครับ</p>
<p>ท่านลิขิตเองได้ อย่าลืมว่า อายุท่านเหลืออีกเท่าไร?????????</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-94" title="time" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/07/time.jpg" alt="time" width="441" height="310" /></p>
<p>มีอะไรก็คอมเม้นต์คุยกันครับ หรือไปคุยที่<a href="http://forum.wisdominside.org/" target="_blank"><strong>เว็บบอร์ด</strong></a>นะครับ สำหรับวันนี้เท่านี้ก่อน</p>
<p>และขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ ครับผม</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=90&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/20/dhammakaya-educate-metho/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ให้เด็กขับรถ&#8230; เด็กที่ไหนก็ขับได้ แต่ถ้าจะให้ตลอดรอดฝั่ง????? ความสำคัญของวิชาที่มีต่อการเห็นธรรมท่าน</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2009 15:17:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามยอดฮิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาวิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[การเห็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กขับรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=86</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ เพื่อนๆ ในธรรมที่เคารพทุกๆ ท่าน
ลองดูภาพนี้กันหน่อยซิครับ แล้วท่านเห็นอะไร ภาพข้างล่างนี้น่ะครับ

ท่านเห็นอะไรครับ? ท่านจะเห็นแล้วตีความยังไงนั้น ผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมจะขอเล่าในมุมมองที่ผมเห็น ก็คือ ผมเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังจะสตาร์ตรถ เพื่อขับไปที่ไหนสักแห่งหนึ่งครับ? แล้วก็ทำให้ผมได้ข้อคิดดีๆ ที่ได้เกี่ยวโยงไปถึงการศึกษาเล่าเรียนวิชาธรรมกายด้วยหละครับ อยากรู้ไหมครับว่า เป็นยังไง?

ที่ยกหัวข้อนี้มาคุยก็คือ วันนี้มีท่านที่สนใจท่านหนึ่งได้เมล์มาถามผม ถึง Case หนึ่งที่ว่า มีเด็กคนหนึ่งเห็นธรรมกาย (ผมไม่ทราบว่าเห็นไปถึงระดับไหน) และในรู้ในญาณก็ให้ไปเรียนให้ได้ 18 กาย เลยอยากมาฝึกกับทางเรา ผมเห็นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ดี ที่จะทำให้เกิดข้อคิดดีๆ ให้กับหลายๆ ท่านได้
ถ้ามีประโยชน์ก็ขอยก Credit ให้กับทางเจ้าของคำถามนะครับ
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ
ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นถึงการที่ใครสักคนนั้นเห็นธรรม อาทิ เห็นดวงธรรม เห็นกายละเอียดต่างๆ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ เพื่อนๆ ในธรรมที่เคารพทุกๆ ท่าน</p>
<p>ลองดูภาพนี้กันหน่อยซิครับ แล้วท่านเห็นอะไร ภาพข้างล่างนี้น่ะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-223" title="51cvroecyal1" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/07/51cvroecyal1.jpg" alt="51cvroecyal1" width="328" height="245" /></p>
<p>ท่านเห็นอะไรครับ? ท่านจะเห็นแล้วตีความยังไงนั้น ผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมจะขอเล่าในมุมมองที่ผมเห็น ก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>ผมเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังจะสตาร์ตรถ เพื่อขับไปที่ไหนสักแห่งหนึ่งครับ?</strong></span> แล้วก็ทำให้ผมได้ข้อคิดดีๆ ที่ได้เกี่ยวโยงไปถึงการศึกษาเล่าเรียนวิชาธรรมกายด้วยหละครับ อยากรู้ไหมครับว่า เป็นยังไง?</p>
<p><span id="more-86"></span></p>
<p>ที่ยกหัวข้อนี้มาคุยก็คือ วั<strong>นนี้มีท่านที่สนใจท่านหนึ่งได้เมล์มาถามผม ถึง Case หนึ่งที่ว่า มีเด็กคนหนึ่งเห็นธรรมกาย (ผมไม่ทราบว่าเห็นไปถึงระดับไหน) และในรู้ในญาณก็ให้ไปเรียนให้ได้ 18 กาย</strong> เลยอยากมาฝึกกับทางเรา ผมเห็นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ดี ที่จะทำให้เกิดข้อคิดดีๆ ให้กับหลายๆ ท่านได้</p>
<p>ถ้ามีประโยชน์ก็ขอยก Credit ให้กับทางเจ้าของคำถามนะครับ</p>
<p>เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ</p>
<p>ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นถึงการที่ใครสักคนนั้นเห็นธรรม อาทิ เห็นดวงธรรม เห็นกายละเอียดต่างๆ นั้น ถ้าไม่มีความรู้กำกับ ไม่มีเหตุผลในการพิจารณาการกระทำต่างๆ ก็เปรียบเหมือนกับ เด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสาได้มีโอกาสขับรถแรงๆ สักคันหนึ่ง ท่านลองใช้ Common Sense คิดต่อซิครับว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป&#8230; ผมคิดว่าทุกท่านคงตอบได้</p>
<p>เด็กก็คงจะขับรถได้แต่โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้น ก็มีสูงมากเป็นเงาตามตัวเช่นกัน</p>
<p>ประเด็นก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ขับเป็นไม่เป็น เก่งไม่เก่ง แค่ไหนนั้น ไม่สำคัญเท่ากับ <span style="text-decoration: underline;">ขับอย่างไรให้ปลอดภัย</span> และ <span style="text-decoration: underline;">ถึงจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ</span>&#8220;</strong></span> ผมคิดว่านี้สำคัญกว่า</p>
<p>การได้พบกับประสบการณ์ในทาางละเอียดนั้นก็เช่นกันครับ เท่าที่ผมกับทีมงานหลายๆ ท่านได้ประสบมานั้น หลายท่านพอเห็นธรรมขึ้นมาบ้าง (ซึ่งโดยมากแล้วก็มักจะไม่ได้เป็นวิชาละเอียดอะไรเท่าไหร่) ก็มักจะโลดโผนโจนทะยาน ไปดูนั่นดูนี่ ตรวจนั่นตรวจนี่ ไม่หนำซ้ำ ทางคนสนิทใกล้ชิดยังให้ความสำคัญ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น นี่ก็คือจุดที่ทำให้เกิดภัยแก่ตัวโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ยิ่งเหตุการณ์นี้เกิดกับเด็กเล็กด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่</p>
<p>ดังนั้น <span style="color: #ff6600;"><strong>ถ้าใครก็ตามเห็นธรรมไม่ว่าจะระดับไหน ชัดเจนแค่ไหน แม่น ถูกเพียงใด ท่านจะต้องมีเหตุผลประกอบการกระทำเสมอ </strong></span>ท่านต้องอธิบายที่มาที่ไปของสิ่งที่ท่านเห็นท่านพบได้ ท่านต้องแยกแยะออกว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม ฯลฯ</p>
<p>ซึ้งทั้งหมดนี้ต้องอาศัย <span style="color: #ff0000;"><strong>&#8220;ความรู้&#8221; </strong></span>ทางวิชามาประกอบและเทียบเคียงเท่านั้น</p>
<p>ถ้าจะพูดประสาการบริหารสมัยใหม่ก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>KPI</strong></span> หรือตัวชี้วัด นั่นเอง ซึ่งผมจะอธิบายในรายละเอียดต่อไปในคราวหน้า</p>
<p>ผมจะยกตัวอย่าง เช่น ถ้ามีเด็กคนหนึ่งเห็นว่ามีญาติที่ตายไปแล้วมาบอกให้ทำบุญให้เขา ถ้าเป็นแต่เดิมนั้น เรายังไม่มีความรู้ เราก็อาจจะเชื่อเด็กคนนั้นเลย แต่ถ้าเรามีความรู้แล้ว (แม้ว่าเราจะไม่เห็นวิชาก็ตาม) เราก็ต้องตรวจดู โดยเทียบเคียงจากตำราว่า ลำดับการเห็นเป็นยังไง กายหรือสิ่งที่เห็นนั้นมีลักษณะอย่างไร ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น ความรู้ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่คนที่ศึกษาวิชาธรรมกายต้องพิจารณาให้จงหนัก</p>
<p>การรู้การเห็น นั้น ก็สำคัญ แต่ในเบื้องต้นนั้น ความรู้ที่จะนำมาใช้ประกอบในการเห็นนั้น สำคัญยิ่งกว่า</p>
<p>จงเรียนรู้ตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ หรือหลวงพ่อสดได้ทดลอง ได้ค้นคว้ามาแล้วให้แจ๋มชัดก่อน ค่อยคิดวิชาใหม่ เปิดตำราแล้วทดลองก่อน ว่าผลนั้นเป็นไปตามที่่ตำราได้ว่าไว้หรือไม่</p>
<p>ท่านจะเห็นว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวเลย แต่กลับเป็นเรื่องที่สามารถใช้สามัญสำนึกธรรมดา สามัญ คิดได้ง่ายๆ</p>
<p>ผมจึงอยากลองให้ท่านลองคิดพิจารณาดูต่อไป</p>
<p>ที่ผมพูดมานี้ เป็นเพียง idea คร่าวๆ เท่านั้น ไม่ได้ละเอียดอะไรมากนัก แต่เป็นการบริหารจัดการการศึกษาวิชาธรรมกาย ให้การเรียนรู้วิชานี้ ถูกต้องและรวดเร็ว</p>
<p>อย่าลืมว่า เวลาในโลกนี้ ไม่ได้มากมายเพียงใดเลย</p>
<p>รู้สึกตัวอีกที ก็ผมหงอกไปเยอะแล้ว</p>
<p>ใจหาย ใจหาย ใจหาย &#8230;.</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=86&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันที่ 3-7 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ผมจะไปออกบูต BUDDHIST MIND-GYM ในโซนสุขภาพ งาน &#8220;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2552&#8243; ณ  อาคารชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี ใครอยากไปฝึกเบื้องต้น เชิญครับ!</title>
		<link>http://trainers.wisdominside.org/2009/06/01/mindgym-thailand-tourism-festival-2009/</link>
		<comments>http://trainers.wisdominside.org/2009/06/01/mindgym-thailand-tourism-festival-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2009 03:36:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>saiparn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเผยแพร่วิชาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุยกันฉันเพื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกผลการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สอนอย่างไรให้ได้ผล?]]></category>
		<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าสู่กันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปันเรื่องราวดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[BUDDHIST MIND-GYM]]></category>
		<category><![CDATA[MINDGYM]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกเบื้องต้น]]></category>
		<category><![CDATA[ออกบูต]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารชาเลนเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2552]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[โซนสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trainers.wisdominside.org/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับท่านผู้เข้าชมเว็บไซต์ Wisdominside.org ที่น่ารักทุกๆ ท่านครับ
ห่างหายไปนานกับการเข้ามาอัพเดทเว็บของเรา ในระหว่างที่หายไปนี้ ผมเองก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ เพราะเราต้องออกไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ เนื่องจากช่วงนี้ก็เริ่มจะเปิดเทอมแล้ว ดังจะไ้ด้เห็นจากผลงานในได้นำเสนอในเว็บแห่งนี้แล้วนั่นเองครับ
คราวนี้มีข่าวด่วนจะแจ้งให้ทุกท่านทราบครับ!

พี่น้องครับ!
ผมมีข่าวที่จะแจ้งกับเพื่อนๆ ในธรรมและทุกท่านที่ได้เข้ามาชมเว็บแห่งนี้ ขอบอกว่าเป็นงานที่ทำให้ทางเราเซอร์ไพร์และกระทันหันมากๆ ครับ เพราะว่า ทาง ททท. หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ติดต่อมาทางผม ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ โดยเชิญให้เราให้ไปออกบูตจัดแสดงวิชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของการฝึกจิต กับการท่องเที่ยว หรือของดีเมืองไทย ซึ่งเป็นการฝึกจิตในรูปแบบหนึ่ง ในงาน &#8220;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2552&#8243; ในช่วงวันที่ 3-7 มิถุนายน 2552 เวลา ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับท่านผู้เข้าชมเว็บไซต์ <strong><span style="color: #000080;">Wis</span><span style="color: #ff0000;">dom</span><span style="color: #008000;">in</span><span style="color: #ff9900;">side</span>.<span style="color: #0000ff;">org</span> </strong>ที่น่ารักทุกๆ ท่านครับ</p>
<p>ห่างหายไปนานกับการเข้ามาอัพเดทเว็บของเรา ในระหว่างที่หายไปนี้ ผมเองก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ เพราะเราต้องออกไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ เนื่องจากช่วงนี้ก็เริ่มจะเปิดเทอมแล้ว ดังจะไ้ด้เห็นจากผลงานในได้นำเสนอในเว็บแห่งนี้แล้วนั่นเองครับ</p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">คราวนี้มีข่าวด่วนจะแจ้งให้ทุกท่านทราบครับ!</span></h2>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-217" title="20" src="http://trainers.wisdominside.org/wp-content/uploads/2009/06/20.jpg" alt="20" /></p>
<p>พี่น้องครับ!</p>
<p>ผมมีข่าวที่จะแจ้งกับเพื่อนๆ ในธรรมและทุกท่านที่ได้เข้ามาชมเว็บแห่งนี้ ขอบอกว่าเป็นงานที่ทำให้ทางเราเซอร์ไพร์และกระทันหันมากๆ ครับ เพราะว่า ทาง <strong>ททท. </strong>หรือ<strong> การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong> ได้ติดต่อมาทางผม ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ โดยเชิญให้เราให้ไปออกบูตจัดแสดงวิชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของการฝึกจิต กับการท่องเที่ยว หรือของดีเมืองไทย ซึ่งเป็นการฝึกจิตในรูปแบบหนึ่ง ในงาน <span style="color: #0000ff;"><strong>&#8220;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2552&#8243;</strong> </span>ในช่วงวันที่ <span style="font-family: Times New Roman;"><span style="color: #0000ff;"><strong>3-7 มิถุนายน 2552</strong> เวลา <strong>10.00 &#8211; 21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 (เข้าประตู 1 ซ้ายมือ) เมืองทองธานี</strong></span><strong> </strong>ในโซนสุขภาพครับ รายละเอียดของงานไปชมได้ตามลิงค์นี้ครับ &#8212;&gt; </span><a href="http://thai.tourismthailand.org/festival-event/content-5905.html" target="_blank">&#8220;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2552&#8243;</a></p>
<p>ขอบอกทุกท่านว่า งานนี้กระทันหันมาก ที่ทางเราเองก็ต้องแบ่งกันไป โดยพ่อกับแม่ของที่ออกไปสอนตามโรงเรียนประจำ ต้องออกไปทำการสอนตามปกติ แต่ผมจะแบ่งออกไปออกงานนี้ครับ</p>
<p>โดยที่ลักษณะการจัดแสดงหรือออกบูตนี้ ผมตั้ง Concept การจัดแสดงและนำเสนอในหัวข้อ<span style="color: #ff0000;"><strong> &#8220;BUDDHIST MIND-GYM: Meditation Applied&#8221; </strong></span>หรือการบริหารจิต โดยใช้สมาธิเป็นเครื่องมือ ในการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเราๆ ท่านๆ ในส่วนต่างๆ กัน</p>
<p>ตัวผมเองคิดว่า การฝึกจิตนี้เป็นของดีเมืองไทยเลยทีเดียว เป็นจุดขายของประเทศเราอีกด้วย และที่ผมนำวิชาของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มาเป็นเครื่องมือในการฝึกจิตนี้นั้น<span style="color: #ff0000;"><strong> ก็เนื่องจากความง่าย ความชัดเจน ความเป็นเหตุเป็นผลของเนื้อหาวิชา เหมาะกับการนำไปประยุกต์ใช้ในชีิวิตประจำวันเป็นอย่างมาก</strong></span></p>
<p>โดยผมจะเน้นไปที่การนำไปใช้จริง ในรูปแบบต่างๆ กัน ผมขอยกตัวอย่างคร่าว ๆ ดังนี้</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">1. ภาคการท่องเที่ยว :</span></strong> เราสามารถนำสมาธิวิธีนี้ ไปใช้ประกอบใน Package Tour หรือบริการเพิ่มเติมของทางโรงแรม รีสอร์ต ฯลฯ ในการ Relax จิตใจ  ให้จิตใจเกิดความสงบ อันจะส่งผลไปถึงร่างกายอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>2. ภาคองค์กรต่างๆ : </strong></span>สามารถนำการฝึกจิตนี้ ไปใช้ในการดึงและเพิ่มศักยภาพในการทำงาน พลังความคิด E.Q. เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ ฯลฯ</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>3. ภาคการศึกษา :</strong></span> นำการฝึกจิตไปใช้ประกอบกับการศึกษาเล่าเรียน</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>4. ภาคศาสนา :</strong></span> นำไปฝึกเพื่อให้เกิดผลทางสมถะและวิปัสสนา ให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>5. ภาคเกี่ยวกับสขภาพอนามัย :</strong></span> ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มี E.Q. และ A.Q. ที่สูงขึ้น</p>
<p>ฯลฯ</p></blockquote>
<p>และยังมีอีกมากมายที่สามารถคิดประยุกต์ต่อยอดไปได้อีกเยอะมากครับ</p>
<p>หลักการสำคัญง่ายๆ มี 2 ส่วนด้วยกันก็คือ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> 1. หลักของการควบคุมจิต</strong></span> โดยมีแนวคิดง่ายๆ ว่า พฤติกรรมที่แสดงออกมานั้น เป็นภาพสะท้อนของจิตใจ ไม่ว่าเป็นไปในทางบวกหรือลบ นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับภาพความคิดในจิตนั่นเอง ศาสตร์นี้ทางตะวันตกค้นพบ และนำมาฝึกกันในองค์กรอย่างแพร่หลายคือ NLP นั่นเอง ถ้าอยากทราบว่า NLP คืออะไรลอง Search ด้วย คำว่า &#8220;NLP&#8221; ใน Google ก็จะทราบได้</p>
<p>ประเด็นก็คือ ถ้าเราสามารถควบคุมจิตใจของเราได้แล้ว พฤติกรรมของเราก็จะออกมาได้ตามที่เราปรารถนาได้ ตรงจุดนี้จะพบว่า เป็นการตอบโจทย์ที่หลายท่านคิดว่า ดีก็รู้ ไม่ดีก็รู้ อะไรถูก อะไรผิด ผมคิดว่า ทุกคนรู้ แต่จะทำอย่างไร ที่จะทำให้เราสามารถที่จะเลือกได้ว่า เราจะทำดี ใจของเรามีพลังหรือกำลังพอหรือไม่ที่จะเลือก</p>
<p>ดังนั้น สรุปง่ายๆ ก็คือ &#8220;สร้างพลังทางใจ&#8221; นั่นเองครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> 2. หลักของแรงดึงดูด</strong></span> หลักการนี้ได้บอกไว้ว่า สิ่งทีเ่หมือนกันนั้น จะดึงดูดกัน ดังนั้น คนเหมือนกันก็จะดูดคนที่เหมือนกันเข้าหากัน ความคิดบวกก็จะดึงดูสิ่งที่ดีๆ เข้ามาหา คนดีก็จะดูดคนดีเข้ามา ดังนั้น ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบๆ เรา สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนสิ่งแรกก็ืคือ &#8220;ใจ&#8221; ของเรานั่นเองครับ เพราะว่า ถ้าใจเปลี่ยน สิ่งรอบข้างก็จะเปลี่ยนไปด้วย นั่นเอง</p>
<p>ดังนั้น ถ้าเราอยากสำเร็จ เราต้องมีกำลังของจิตพอที่จะเห็นภาพความสำเร็จนั้น แล้วความสำเร็จตามที่เราต้องการ ก็จะค่อยๆ เกิด ปรากฏขึ้นตามที่เราได้คิดไว้</p>
<p>นี้คือหลักการที่ผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายต่างไ้ด้กระทำมาแล้วทั้งนั้นครับ</p>
<p>ซึ่งหลักการเหล่านี้ผมจะได้ไปนำเสนอในงานนี้ครับ ถ้าท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากเชิญเราไปให้การอบรมในองค์กรของท่านหรืออยากทราบรายละเอียดประการใดก็ตาม ของเชิญไปพบกับผมในงานนี้ได้เลยครับ โดยผมจะไปออกบูตทั้ง 5 วันเลยครับ โดยมาพบกันในโซนสุขภาพนะครับ ถ้าหาไม่พบก็โทรติดต่อหาผมได้ที่เบอร์ <strong>089-488-1788</strong> ครับ</p>
<p>ในงานก็จะมีการแนะนำเบื้องต้น และถ้ามีใครอยากฝึกเบื้องต้น ผมก็จะสอนในงานเลย มีอะไรก็ถามกันในงานได้เลยครับ</p>
<p>สำหรับท่านที่เป็นเจ้าขององค์กร บริษัทห้างร้าน หรือสถาบันต่างๆ อยากให้เราเข้าไปให้การอบรม ก็เชิญนะครับ แต่ต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะว่า วิทยากรมีจำกัด ทางเราต้องจัดตารางเวลาให้ สำหรับค่าใช้จ่ายแล้วแต่งบประมาณและความเหมาะสมที่ทางองค์กรจะพิจาณาให้ครับ เพราะเราไม่ได้เป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรแต่อย่างใดครับ</p>
<p>สำหรับผลการสอน เรามี Portfolio ให้ท่านชมได้ในเว็บ <a href="www.Wisdominside.org" target="_blank"><strong>www.Wisdominside.org</strong></a> หรือที่ Gallerys ของเราที่ <a href="http://picasaweb.google.com/wisdominside" target="_blank">Photo Gallery 1 </a>, <a href="http://picasaweb.google.com/wisdominside1" target="_blank">Photo Gallery 2 </a><span style="color: #ff0000;"><span class="style21"><strong>(Update)</strong></span></span></p>
<p>ขณะนี้ผมกำลังสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดสะแกงาม เขตบางขุนเทียน กทม. อยู่ครับ ผมคงต้องขอตัวออกไปร่วมงานสอนก่อนนะครับ แล้วผมจะนำข่าวคราวต่างๆ มาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบในคราวต่อไปครับ</p>
<p>และขอเชิญไปพบกันที่งานได้เลยครับ</p>
<p>สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีิวิตทุกๆ ด้าน ทั้งในทางโลกและทางธรรม มีชีวิตอย่างมีความสุขครับ</p>
<img src="http://trainers.wisdominside.org/?ak_action=api_record_view&id=62&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trainers.wisdominside.org/2009/06/01/mindgym-thailand-tourism-festival-2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

