ข่าวประชาสัมพันธ์

คุยกันฉันเพื่อน

ประสบการณ์ธรรมกาย

สอนอย่างไรให้ได้ผล?

เรียนอย่างรวดเร็ว

Home » คุยกันฉันเพื่อน

มิตรแท้ และ มิตรเทียม

Submitted by saiparn on Monday, 1 March 2010No Comment
มิตรแท้ และ มิตรเทียม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน

ห่างหายไปนานกับการเขียนบันทึก วันนี้วันหยุด ก็เลยแว๊บเข้ามาคุยสู่กันฟังถึงข่าวคราวที่เราได้ทำกันมากครับ

สำหรับงานสอน ก็มีตามปกติ ตอนนีก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว งานสอนก็คงจะลดลงบ้าง แต่ก็จะมาเพิ่มมากอีกทีก็ตอนที่เปิดเทอมน่ะครับ

วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับเรื่องของมิตร หรือที่เราเรียกว่า “เพื่อน” ไม่ว่าจะเป็นในทางโลก หรือในทางธรรมก็ดี ว่า ที่ว่า มิตรแท้นั้น มีลักษณะอย่างไร และมิตรเทียมนั้น มีลักษณะอย่างไร มาให้เืพื่อนได้ ได้อ่านกัน ท่านใดที่รู้อยู่แล้ว ก็ถือว่า เป็นการทบทวนความรู้เดิมกันนะครับ เพราะว่า ความรู้บางอย่าง เราก็มักจะมองข้ามไป ทั้งๆ ที่ มีความลึกซึ้งของมันอยู่ เอาหละครับ มาดูกันว่า มิตรแท้ กับมิตรเทียมนั้น เป็นอย่างไร

มิตรปฏิรูปก์ หรือ มิตรเทียม ๔


(คน เทียมมิตร, คนที่พึงทราบว่า เป็นศัตรูผู้มาในร่างของมิตร – false friends; foes in the guise of friends)

๑. คนปอกลอก
คนขนเอาของเพื่อนไปถ่ายเดียว (อัญญทัตถุหร – the out-and-out robber) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
๒) ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอามาก
๓) ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน
๔) คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์

a) He appropriates his friend’s possessions.
b) Giving little, he expects a lot in return.
c) He gives a helping hand only when he himself is in danger.
d) He makes friends with others only for his own interests.

๒. คนดีแต่พูด
(วจีบรม – the man who pays lip-service) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) ดีแต่ยกของหมดแล้วมาปราศรัย
๒) ดีแต่อ้างของยังไม่มีมาปราศรัย
๓) สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
๔) เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง

a) He speaks you fair about the past.
b) He speaks you fair about the future
c) He tries to gain your favor by empty sayings.
d) When tries to gain your favor by empty sayings.

๓. คนหัวประจบ (อนุปปิยภาณี – the flatterer) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) จะทำชั่วก็เออออ
๒) จะทำดีก็เออออ
๓) ต่อหน้าสรรเสริญ
๔) ลับหลังนินทา

a) He consents to your doing wrong.
b) He consents to your doing right.
c) He sings your praises to your face.
d) He runs your down behind your back.

๔. คนชวนฉิบหาย (อปายสหาย – the leader to destruction) มี ลักษณะ ๔ คือ

๑) คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
๒) คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
๓) คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น
๔) คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน

a) He is your companion when you indulge in drinking.
b) He is your companion when you roam the streets at unseemly hours.
c) He is your companion when you frequent shows and fairs.
d) He is your companion when you indulge in gambling.
D.III.185. ที.ปา.๑๑/๑๘๖/๑๙๙.

สุหทมิตร หรือ มิตรแท้ ๔

(มิตรมีใจดี, มิตรที่จริงใจ – true friends; true-hearted friends)

๑. มิตรอุปการะ (อุปการกะ – the helper) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน
๒) เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน
๓) เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้
๔) มีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก

a) He guards you when you are off your guard.
b) He guards your property when you are off your guard.
c) He is a refuge to you when you are in danger.
d) He provides a double supply of what you may ask in time of need.

๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (สมานสุขทุกข์ – the man who is the same in weal and woe) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) บอกความลับแก่เพื่อน
๒) ปิดความลับของเพื่อน
๓) มีภัยอันตราย ไม่ละทิ้ง
๔) แม้ชีวิตก็สละให้ได้

a) He tells you his secrets.
b) He keeps secret your secrets.
c) He does not forsake you in your troubles.
d) He can even die for your sake.

๓. มิตรแนะประโยชน์ (อัตถักขายี – the man who gives good counsel) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้
๒) คอยแนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี
๓) ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง
๔) บอกทางสุขทางสวรรค์ให้

a) He keeps you back from evil.
b) He encourages you to do good.
c) He informs you of what you have not heard.
d) He shows you the way to heaven.

๔. มิตรมีน้ำใจ (อนุกัมปกะ มิตรมีความรักใคร่ หรือมิตรผู้รักใคร่เอ็นดู – the man who sympathizes) มีลักษณะ ๔ คือ

๑) เพื่อนมีทุกข์ พลอยไม่สบายใจ (ทุกข์ ทุกข์ด้วย)
๒) เพื่อนมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดี (สุข สุขด้วย)
๓) เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้
๔) เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน

a) He does not rejoice over your misfortunes.
b) He rejoices in your good fortune.
c) He protests against anyone who speaks ill of you.
d) He admires those who speak well of you.

D.III.187. ที.ปา.๑๑/๑๙๒/๒๐๑.

เมื่อได้อ่านดูแล้ว ก็อย่าดูแคลน ลองหันมามองดูคนรอบข้างที่เราคบอยู่ซิว่า เข้าข่ายข้อไหนกันบ้าง?

ลองคิดดูซิว่า “ถ้าหากเราตกต่ำจนถึงขีดสุดแล้ว เพื่อนที่เรายังคบอยู่ด้วยทุกวันนี้ เขายังจะ… ยืนอยู่กับเราหรือไม่?”

เพื่อนแท้ เพื่อนตาย และเพื่อนกิน ดูง่ายๆ จากที่ว่า ถ้าเราตกต่ำเมื่อใด ใครที่ยังอยู่กับเรา ยังคงยืนให้กำลังใจเรา แม้จะช่วยอะไรเราไม่ได้ คอยพูดคุยปลอบประโลมเรา พยายามจะช่วยเหลือเรา แม้ว่าตอนนั้น เราจะไม่มีอะไรจะให้เขาเลยก็ตาม นั่นแหละ “เพื่อนแท้”

แต่การที่คนคนนั้น จะแสดงตัวว่า เขาเป็นเื่พื่อนที่แท้ หรือเพื่อนเทียม ก็ต่อเมื่อเราไม่มีผลประโยชน์อะไรให้กับเขาแล้วเท่านั้น ซึ่งพอถึงจุดนั้น เราก็มักที่จะล้มแล้วลุกไม่ขึ้นซะก่อน

และที่สำคัญ ใครที่เราเห็นว่า มันเป็นเพื่อนของเรา แทนที่มันจะช่วยเรา มันกลับมาซ้ำเติม เราอีก อย่างนี้ก็มี… ซึ่งมันเจ็บแสบพิลึก ใครที่เคยเจอหรือประสบกับคนประเภทนี้ คงจะทราบความรู้สึกที่ผมได้พยายามถ่ายทอดอยู่ ณ เวลานี้เป็นอย่างดี

แนะนำว่า ใครที่ยังไม่เคยเจอ ขอให้ลองเจอสักครั้ง ท่านจะพบสัจธรรมของชีวิตเลยทีเดียว 555555+

****** และกับคนที่ยังไม่เคยเจอนะครับ ขอให้เพื่อนๆ ลองพิจารณาตามเกณฑ์ต่างๆ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ให้ดีก่อนอันดับแรก และพยายามสังเกตการกระทำของคนคนนั้น กับคนอื่น โดยเฉพาะกับคนที่เขาไม่มีผลประโยชน์ด้วย แล้วจงพิจารณาให้ดี ต้องอาศัยระยะเวลานานๆ อย่างที่โบราณได้ว่าไว้ว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนนั่นเอง”

และที่สำคัญ สำหรับคนที่ เนรคุณ อกตัญญู นั้น ก็ให้หลีกให้ไกลเลยทีเดียวครับ คนประเภทนี้ ยิ่งกว่า “งูพิษ” พอมีจังหวะ ก็จะเลื้อยมาฉกเราได้ทุกเมื่อ อย่าได้เห็นแก่ว่า คนคนนั้น มาทำคุณประโยชน์ให้เรา หรือพูดจาดี ให้ระวังคนพูดหวาน พูดเพราะให้ดี โบราณว่าไว้ ปากหวาน ก้นเปรี้ยว! นั้น มักจะเป็นจริงตามที่ว่าไว้

พยายามที่จะมองโลกตามความเป็นจริง อย่าดี หรือร้ายจนเกินไป แล้วจะมองออกว่า อะไรเป็นอะไร?

สุดท้ายนี้ของบอกกับเพื่อนๆ ว่า คนเรานั้น ต่างอุดมไปด้วยกิเลสสารพัด การจะไว้วางใจคน ว่าว่าคนไหนก็ตาม จงวางใจเป็นกลางไว้ อย่าได้รักมาก หรือเกลียดมาก คนเราเปลี่ยนแปลงได้กลับไปกลับมา ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ วันนี้ดีกับเรา พรุ่งนี้อาจจะหันมาแทงเราอย่างเลือดเย็นก็ได้

เมื่อท่านเผชิญกับเหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าไม่มีกำลังใจที่ดี ถ้าไม่ได้รับการฝึกจิตมาอย่างดี ท่านก็อาจจะล้มแบบไม่ลุกเลยก็ได้ ผมจึงบอกแล้วบอกอีกว่า อย่าประมาทในชีวิต!

เราเรียนมาทั้งปี ก็เพื่อสอบเพียงครั้งเดียว ฉันใด เราฝึกใจมาเป็นปีๆ ก็เพื่อที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับการสอบปัญหาชีวิต ที่จะเข้ามาในรูปแบบต่างๆ ฉันนั้น ถ้าสอบได้ ชีวิตท่านจะยกระดับ แต่ถ้าสอบตก อย่างมากก็แค่ตาย

มาฝึกใจกันเถิดครับ วันล่ะนิด ล่ะหน่อย เตรียมไว้สำหรับข้างหน้า ชีวิตก็เหมือนการขับรถแหละครับ ถ้าเราไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเราจนได้ ที่สำคัญคือ ต้องเตรียมตัว ระวัง และไม่ประมาทในการใช้ชีวิตครับ

ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกันทุกคนเลยครับ ไว้เจอกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

Popularity: 4% [?]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.