ข่าวประชาสัมพันธ์

คุยกันฉันเพื่อน

ประสบการณ์ธรรมกาย

สอนอย่างไรให้ได้ผล?

เรียนอย่างรวดเร็ว

Home » แบ่งปันเรื่องราวดีๆ

ศรัทธา ให้พอดี อย่าให้ถึง งมงาย

Submitted by saiparn on Saturday, 6 February 2010No Comment
ศรัทธา ให้พอดี อย่าให้ถึง งมงาย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกคน

วันนนี้ก็วันเสาร์แล้ว ไม่ได้เขียนหาเืพื่อนๆ หลายๆ คนก็เลยทำให้คิดถึง Blog แห่งนี้ขึ้นมา เนื่องมาจากภารกิจมาก ทำให้บางทีเจียดเวลามาเขียนไม่ไหว แต่ถ้าว่างปั๊บ จะมาเล่าสู่กันให้ฟังทันทีนะครับ

สำัหรับงานสอนตอนนี้ก็ยังมีไปตามปกติอยู่ แต่เริ่มลดน้อยลง เพราะนักเรียนมัธยมก็เริ่มสอบกันแล้ว บางโรงเรียนก็ต้องเรียนเสริมเพราะมีกิจกรรมเยอะ ก็ต้องมาเสริมกันตอนก่อนสอบนี่แหละ อาทิตย์หน้าก็มีงานสอนทุกวันตามปกติครับhttp://www.oknation.net/blog/home/blog_data/656/16656/images/plum-2.jpg

วันก่อนได้คุยโทรศัพท์กับพี่คนหนึ่ง แล้วทำให้นึกถึงคำว่าศรัทธาขึ้นมา ว่า ผมเองก็เคยศรัทธาแบบไม่ลืมหูลืมตามก่อนเหมือนกัน เวลาไปที่สำนักไหน ก็อินเข้าไปมากจนทำให้โลกแคบ เพราะเราปิดหูปิดตาตัวเอง จนกว่าจะได้ถอยออกมาสักก้าวสองก้าวนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

พูดถึงคำว่า “ใจกว้าง” นี้ พูดง่าย แต่ทำยาก เพราะทิฏฐิมานะที่มีมากในตัวของผม และของเราๆ ท่านๆ ทำให้เรามองอะไรไม่เห็นตามความเป็นจริง แต่ก็โชคดีที่เรายังพอมีความวิริยะอยู่บ้าง ทำให้เราไปสุดในแต่ล่ะสำนักได้เร็ว แล้วก็พบว่าอะไรเป็นอะไรได้เร็วกว่าคนอื่นเขา แล้วก็ทำให้เราสามารถที่จะถอนตัวออกมาได้ก่อนที่จะถลำลึกลงไปมากเิกินไป

เพื่อนๆ เคยได้ยินคำพูดนี้ไหมครับว่า “อุตสาห์ปีนมาจนสุดบันไดแล้วกลับพบว่า กำแพงที่เราเอาบันไดพาดนั้น มันผิดกำแพง” นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกเพื่อนๆ ให้สติและคำแนะนำจากประสบการณ์ที่ได้ประสบมาด้วยตัวเอง

พูดถึงเรื่องวิชาธรรมกายนั้น ผมกับครอบครัวไปมาแล้วหลายสำนัก ที่ไหนที่มีคำว่า “ธรรมกาย” ไปมาหมด ไม่ว่าจะเป็นวัดหลวงพ่อสดธรรมกายยาราม วัดพระธรรม สำนักแม่ชีหวานใจ สายทางจันทบุรีของคุณลุงการุณย์ บุญมานุช และอีกหลายๆ ที่ ด้วยกัน แต่ล่ะที่ต่างก็มีของดีๆ ของตนเองอยู่ การสอนก็แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพบก็คือ แต่ละ่แห่งมักจะบอกทั้งทางตรง และทางอ้อมว่า ที่ของฉันนั้น ดีที่สุด ซึ่งแน่หละว่า คำว่า “ดีที่สุดนี้” แปลว่า ที่อื่นด้อยไปหมด แต่จากที่ผมไปพบมานั้น พบว่า บางอย่างก็ดีที่สุด แต่ไม่ทั้งหมด

บางอย่างแท้ บางอย่างเทียม แต่ว่าแต่ล่ะที่ ก็สอนให้คนเป็นคนดี และมีข้อดีข้อไม่ดี แตกต่างกันออกไป

เราในฐานะของผู้ที่ค้นหาวิชา ค้นหาแนวทางปฏิบัติ แนวทางการสร้างบารมีนั้น ก็ต้องไปค้นหากันและใช้ปัญญาเท่าที่มีอยู่ คิดไตร่ตรองพิจารณาให้ดี อย่าได้ไปยึดมั่นถือมั่นในแต่ล่ะสำนักจนมากเกินพอดี ผมมีข้อแนะนำก่อนที่ท่านจะเข้าไปเรียนรู้ในสำนักนั้นๆ ก่อนว่า

1. จงหาให้ได้ก่อนว่า ที่ที่ท่านอยู่นั้น มี Core Competency อะไร?

ถ้าท่านมาใหม่ ขอให้ท่านจงพิจารณาให้ดีว่า สำนักนี้ เด่นไปในทางใด บางแห่งเด่นในเรื่องการทำบุญ ให้ทาน สร้างปรากฎการณ์ใหญ่ๆ ใหม่ๆ ให้แก่โลก บางสำนัก เด่นในทางปฏิบัติ บางที่เด่นในเรื่องของรู้ญาณทัสสนะ บางที่เด่นในเรื่องงานสอนการเผยแพร่ ฯลฯ สรุปนะครับ

2. จงหา Key-man ตัวหลักในการทำงาน ในสำนักหรือองค์กรนั้นให้ได้!

จงหาคนที่เป็น Key-man ให้ได้ว่า ใครมีบทบาทไปทางใด เด่นที่สุด เช่น ถ้าเป็นเรื่องของวิชา ในนั้น ใครมีผลงานที่เด่นที่สุด ถ้าเป็นเรื่องการเผยแพร่ ใครเด่นที่สุด ถ้าเป็นเรื่องการทำบุญ ใครเด่นที่สุด เพราะอะไร เพราะคนเหล่านี้คือคนท่อยู่หน้างาน จับงานมาตลอด รู้ตื้นลึกหนาบางของงานที่ตนถนัดดี ที่สำคัญ ดูที่ “เวลา” ด้วย ไม่ใช่ประเดี๋ยวประด๋าว แต่ต้องมีผลงานที่ยาวนาน ต่อเนื่องพอสมควร ถึงจะพอเชื่อถือได้

ที่สำคัญนะครับ! ขออย่าได้ไปมองคนที่พูดเก่งอย่างเดียว

จงมองที่ผลงาน แล้วศึกษาจากเขา เรียนรู้จากเขา ดูทางหนีทีไล่ให้ดี ถ้ามีคำวิจารณ์มาในลักษณะใด จงจำเอาไว้ แล้วสังเกตว่าเป็นไปตามที่คนอื่นว่าไหม? อย่าได้ปักใจเชื่อเต็มที่ว่าของข้าดีที่สุด  ไม่อย่างนั้นแล้ว อาจมีอกหัก ผิดหวัง เหมือนกับที่ผมประสบมาก็ได้ครับ

3. ขอให้เปิดใจกว้าง รับความรู้และข่าวสารรอบตัวเสมอ อย่าได้ปิดใจตนเองเด็ดขาด

ครับ ไม่ว่าที่ใด คนต่างก็มีกิเลสด้วยกันแทบทั้งสิ้น เมื่อมีกิเลสอยู่ แม้เพียงน้อยนิด ก็ส่งกระทบต่อจิตใจคน อาจะทำให้ไขว้เขว หรือแปรเปลี่ยนเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่เดิมได้ตลอดเวลา คนเราเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกครับ จงยึดที่หลักวิชาให้จงดี ยึดในพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ แม้ธรรมนั้นจะเป็นเพียงเบื้องต้น พื้นฐาน ก็ตาม

ในง่ายมียาก ในความง่ายนั้น มีความละเอียดซับซ้อนแฝงอยู่ บางที่เราอาจไม่รู้ บางทีเราอาจจะมองข้ามไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เป็นได้

ตอนนี้ผมก็ึยึดเอาวิชาของหลวงพ่อสดเป็นแนวทางที่จะทำบุญ สร้างบารมีแต่ไปเรื่อยๆ แต่ผมคงไม่ยึดมั่นถือมั่น ในสำนักใดสำนักหนึ่งอีกแล้ว มีเพียงแต่ตำรา และวิชาเท่านั้นที่เป็นหลักให้เราได้

อย่าลืมนะครับ เรา้ต้องมีหลักยึด จงยึดพระธรรมเป็นหลักไว้เสมอ แล้้วการกระทำของเราจะมีความผิดพลาดน้อยลง หรือถ้าผิดก็เป็นความผิดใหม่ๆ ที่น่าเรียนรู้

ขอให้ทุกคนมีความสุขกันมากๆ ทุกๆ คนเลยครับ สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ

Popularity: 2% [?]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.