ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้น ในขณะเข้าต่อวิชา
ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้น ในขณะเข้าต่อวิชา
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ วันนี้เป็นวันดี เป็นวันมงคล เมื่อเช้าผมก็ได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริฐพระบารมีกับทาง โรงเรียนวัดยางสุทธาราม สำนักงานเขตบางกอกน้อย กทม. เพื่อเป็นการถวายพระพรให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไปด้วยครับ และก็เลยถือเอาโอกาสนี้ ปฏิบัติธรรม ถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวของเราด้วยเลยครับ
เมื่อวานนี้ผมไม่ได้ Update เว็บ เพราะว่า ผมได้ออกไปข้างนอกเพื่อซื้อ Pocket PC มาใช้และแน่นอนว่า เงินน้อยอย่างผมต้องใช้วิธีการเอามือถือเก่าไป Turn ลูกเดียว โดยเพิ่มเงินอีกไม่กี่ร้อย ก็ได้ PPc ดีๆ มาใช้ได้แล้วหละครับ โดย PPc ที่ผมได้มานี้ ก็ถือว่าใช้ได้ดีพอสมควร แต่ผมไม่เคยใช้มาก่อนเลยต้องอาศัยการเรียนรู้บ้างสักนิด ตอนนี้เริ่มใช้ได้คล่องพอสมควรแล้วหละครับ เดี่ยววันหลังผมจะเอารูปเครื่องที่ผมใช้มาให้ดูกันนะครับสาเหตุที่ผมเอามาใช้ก็เพื่อเอาไว้ต่อ Internet ไว้ Update ข่าวสารต่างๆ และนำมาแทนเครื่อง MP3 ที่จะเอาอัดเสียงเพื่อทำสื่อต่างๆ ด้วยเรียกว่า All in one ทีเดียว สะระตะดูแล้วคุ้มกว่าซื้อหลายเครื่องก็เลยเอาวิธีนี้ครับ แต่ก็อยู่ที่ว่าจะใช้ได้นานแค่ไหน เพราะผมใช้งานมันหนักมาก ตอนนี้ใช้เนตบุคอยู่ก็ใช้หนัก แต่คุ้มค่าครับ
เอาหละครับ วันนี้ผมจะมาพูดต่อจากเมื่อวานว่า เวลาที่เราเข้าต่อวิชากันทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะทำผิดพลาดกันมากก็คือสิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ครับ

จุดนี้เป็นจุดที่ผมเองก็ได้ทำพลาดมาแล้ว และเท่าที่ผมสังเกตก็มักจะทำพลาดไป แต่ถามว่า ร้ายแรงอะไรไหม ก็ไม่ร้ายแรงหรอกครับ แต่จะทำให้เสียเวลาในการเข้าต่อวิชา ทำให้ผู้ได้รับการอบรมท่านอื่นเสียโอกาสไป เนื่องจากวิทยากรเข้าไปต่อวิชาไม่ทันนั่นเองครับ
และไม่เฉพาะการต่อวิชาเบื้องต้นเท่านั้น ยังคลอบคลุมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ อีกด้วยครับ
ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นก็คือ “***** เรามักจะไปให้การแก้ไข โดยไม่สืบค้นไปถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง *****” หมายถึง ในกรณีที่เข้าตรวจสอบผู้เข้ารับการฝึก เรามักจะเข้าไปแก้ไขเลย แต่ลืมถามหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง
เช่น ในกรณีที่วิทยากรเอก ถามว่า “ใครยังไม่เห็นดวงใสในท้อง ให้ยกมือขึ้น” วิทยากรตรีที่ไม่รู้ก็มักจะเข้าไปหาผู้รับการฝึก และสั่งให้ลืมตาขึ้นมาดูดวงใส และบอก 7 ฐานเข้าไปใหม่ (แก้ปัญหาให้ทันที) ถ้าเป็นในกรณีที่ เด็กเห็นดวงธรรมแล้ว แต่ไม่รู้ว่านี่เขาเรียกว่า “เห็น” อาจจะมาจากเห็นไม่ชัด เป็นต้น แล้วเราดันสั่งให้เขาลืมตาขึ้นมา ไอ้ที่เห็นการเลือนทันที กว่าจะให้ลืมตา ให้ดูดวง นำ 7 ฐาน ทำให้เห็นใหม่ก็กินเวลาไปพอสมควรทีเดียว
ซึ่งก็ไม่ใช่วิธีที่ผิด แต่ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าจำนวนผู้ที่ยกมือน้อย ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีจำนวนมาก เราจะเข้าไปแก้ไขได้ไม่ทั่วถึง ทำให้คุณภาพการสอนเราลดต่ำลงไปด้วย 
หลักการบริหารง่ายๆ ที่มองข้างไปก็คือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จงอย่าเพิ่งไปแก้ปัญหานั้นโดยทันที แต่จงค้นให้พบก่อนว่า ปัญหาจริงๆ นั้นคืออะไร อยู่ที่จุดไหน และเกิดมาจากอะไร แล้วจากนั้น ค่อยหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะไปหาทางแก้ให้เขา เราต้องรู้สาเหตุของปัญหาก่อน เปรียบเหมือน มีคนไข้มาหาหมอ พอหมอเจอคนไข้ปั๊บ ก็ให้ยาแก้ปวดหัวทันที ทั้งๆ ที่คนไข้ปวดขา เป็นต้น กรณีของเราก็เช่นกัน เมื่อวิทยากรเอกถามว่า ใครยังไม่เห็น เราก็ต้องเข้าไปหาสาเหตุก่อนว่า ทำไมถึงไม่เห็น หรือว่าเห็นแล้วแต่ไม่มั่นใจเพราะไม่ชัด หรือว่าเห็นๆ หายๆ รวมใจไม่ค่อยได้ พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องเข้าไปหาสาเหตุก่อนว่า “ทำไมถึงไม่เห็น” เกิดจากเหตุปัจจัยอะไร เราจะได้แก้ไขได้ตรงกับสาเหตุ
ซึ่งสาเหตุใหญ่ๆ ที่ผู้รับการฝึกไม่เห็นนั้น ก็มีไม่มีอย่าง ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป ประเด็นของหัวข้อนี้ก็คือ “ให้หาสาเหตุก่อน ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา”
พอเห็นภาพที่ผมสื่อออกไปไหมครับ ถ้าท่านได้มีโอกาสมาสัมผัสการสอนสักครั้งท่านจะพอเข้าใจ แต่บางท่านที่ไม่เคยเจอกับการสอนแบบนี้ ถ้ามองผ่านๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่ถ้ามอง และพิจารณาดูจะเห็นว่า มันเป็นอย่างที่ผมได้บอกมาจริงๆ
แนวความคิดบางอย่าง บางทีก็ต้องอาศัยเวลาในการบ่มเพาะ กว่าจะเข้าใจได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยความอดทนบ้างนะครับ ทั้งผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งต่างก็ต้องเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ตีความได้แตกเร็วขึ้น บางความคิดอาจะไม่ได้ผลในตอนนี้ แต่อาจจะได้ผลในอนาคตก็ได้ครับ
และจากการที่ผมกับทีมงาน และครอบครัวได้ทำงานสอนมามาก และที่สำคัญมีการสรุปบทเรียนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถสรุปเนื้อหาจากประสบการณ์ได้อย่างที่ผมได้นำเสนอมาครับ
และนี้ก็คือ เหตุหนึ่งที่ว่า ทำไมทางเราถึงสอนกันได้มาก และที่สำคัญ คุณภาพก็ตามมาด้วยแน่นอน เพราะเรามีระบบ มีขั้นตอนในการบริหารจัดการงานสอนที่มีประสิทธิภาพครับ ดังที่ผมได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วในเว็บไซต์แห่งนีี้ที่ผมได้นำเสนอผลการสอนขึ้นทุกวันครับ
เอาหละครับ ในบทความต่อๆ ไปผมจะมาแนะให้ฟังว่า จะหาสาเหตุของปัญหา ในการเข้าต่อวิชาได้อย่างไรนะครับ
เอาหละครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันนี้ทุกวันเลยครับ และที่สำคัญ หาเรื่องทำความดี ทำบุญให้กับตัวเองบ้าง ก็จะเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองได้ครับ ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ อนุโมทนา และ
สวัสดีครับ
Popularity: 1% [?]




Leave your response!