มุมการพัฒนาการสอน : การวิเคราะห์ และ กลั่นกรอง ในกรณีเข้าไปต่อวิชา
มุมการพัฒนาการสอน : การวิเคราะห์ และ กลั่นกรอง ในกรณีเข้าไปต่อวิชา
สวัสดีตอนเช้าของวันนะครับ
ตอนนี้ผมกำลังทำการสอนอยู่ที่ ร.ร. วัดช่องลม สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร อยู่ครับ สำหรับวันนี้ก็มีสอนกันทั้งหมด 3 รอบเช้าด้วยกัน วันนี้ช่วงเช้าๆ รู้สึกสโหสเหล คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ได้ทานไปเมื่อคืน ทำให้ง่วงตกค้าง แต่ตอนนี้ฤทธิ์คงเริ่มหมดแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้างแล้วหละครับ
สำหรับเมื่อเช้านี้ เวลาเข้ามาในเว็บ Wisdominside.org และเว็บบอร์ด กลับเข้าไม่ได้ โดยระบบแจ้งมาว่า ไม่สามารถติดต่อกับทางฐานข้อมูลได้ อันนี้เป็นความผิดปกติทาง Host ที่ผมได้ฝากเว็บเอาไว้คงจะมาจากการ Update หรือปรับปรุงระบบ Database ของทาง Server นั่นเอง ดังนั้น ถ้าท่านๆ ไม่สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บตอนเช้าได้ แสดงว่าเกิดมาจากสาเหตุนี้นะครับ
วันนี้เรามาพูดคุยกันต่อในหัวข้อการฝึก “วิทยากรผู้ช่วย” หรือที่เราเรียกกันว่า “วิทยากรตรี” นั่นเองครับ โดยพูดถึง การวิเคราะห์ และกลั่นกรอง ในขณะที่่จะเข้าต่อวิชา ซึ่งผมจะพูดถึงประเด็นนี้ในอีกหลายวันต่อจากนี้เลยนะครับ ขอให้ติดตามว่า มีเทคนิควิธีการใดบ้างนะครับ
พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วอ่านกันต่อได้เลยครับ

หัวข้อวันนี้ได้บอกไว้ว่า เราในฐานะที่เล่นบทบาทของวิทยากรตรีนั้น พูดไปก็คือวิทยากรผู้ช่วยนั่นเอง
แต่ตามความหมายของคำว่า “วิทยากรตรี” ที่ผมได้สื่อไปนั้น อาจจะไม่ตรงกับความหมายของวิทยากรท่านอื่นที่ได้ไปให้การอบรมตามที่อื่นๆ บ้าง นะครับ
ขอชี้แจงว่า ทางเราได้พัฒนารูปแบบการจัดการอบรมให้ต่างจากแบบเดิมออกไป เนื่องจาก บริบทในการสอนเปลี่ยนไป และปัจจัยหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป ซึ่งผมจะค่อยๆ ว่าต่อไปว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปนะครับ ทำให้ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบ และกลวิธีในการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ไปบ้าง ซึ่งก็ได้ผ่านการทดลองหลายครั้งแล้ว ก็ได้ผลดี
และแน่นอนว่า วิธีการเหล่านี้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด หรือเป็นยาครอบจักรวาลที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ รูปแบบการสอนต้องมีการพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น กลวิธีและเทคนิคในการสอนต่างๆ เหล่านี้ ก็คือ ลีลาในการนำเสนอ หรือศิลปะในการสอนนั่นเอง ซึ่งจุดนี้ สามารถปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทในการสอนที่ต่างๆ กันได้ เพื่อให้ได้ผลลัพท์ (Outcome) ที่ถูกต้อง คือ ผู้ได้รับการฝึกสามารถเข้าถึงวิชาธรรมกายได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม นั่นเอง ซึ่การเข้าถึงนี้ก็มีหลายระดับ หลายรูปแบบ แตกต่างกันไป แต่โดยเบื้องต้น ก็ต้องสามารถทำดวงธรรม หรือเดินวิชาได้ในระดับหนึ่ง เป็นต้น
แต่สิ่งที่ไปดัดแปลงไม่ได้โดยเด็ดขาด สิ่งนั้นก็คือ เนื้อหาวิชา ตัวเนื้อวิชาที่หลวงพ่อสด อย่าได้ไปดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเด็ดขาดครับ
ดังนั้น จงแยกให้ออกว่า ส่วนไหนปรับปรุงได้ ส่วนไหนต้องคงไว้นะครับ
สำหรับบทบาทของ วิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี ในการทำงานนั้น ให้ดูจังหวะที่วิทยากรเอกให้ดีว่า ถึงไหนแล้ว เราก็ทำตามนั้น ให้สอดคล้องกัน เช่น วิทยากรเอกให้เห็นกายธรรมพระโสดาแล้ว (แต่ยังไม่เข้ากายผ่าน 7 ฐาน) และถามว่า ใครยังไม่เห็นองค์พระ ให้ยกมือขึ้น หน้าที่ของเราก็คือ เข้าไปเก็บรายละเอียดคือ เข้าไปต่อวิชาจากดวงธรรมให้เกิดกายธรรม เป็นอันเสร็จพิธีในขั้นตอนนี้ ยังไม่ต้องเดิน 7 ฐาน เพราะวิทยากรเอกจะเป็นคนบอกเอง ถ้าเราบอกเข้า 7 ฐานในสถานการณ์นี้ ก็แสดงถึงว่า เราทำล้ำหน้าวิทยากรเอกแล้ว เป็นการทำเกินหน้าที่ ก็ไม่ผิด แต่ไม่เหมาะสม อย่างนี้เป็นต้น ตัวอย่างเหล่านี้ถ้าได้ลองไปร่วมงานสอนกับเราดู จะพอเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นครับ
นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงถึงบทบาทและหน้าที่ให้ดี มีอะไรที่ไม่เข้าใจให้สอบถามขอคำแนะนำจาำกวิทยากรรุ่นพี่ ที่มีประสบการณ์ และอยู่ใกล้ตัวงานมากที่สุดครับ ที่ปรึกษาก็ต้องเลือกให้ดีนะครับ เอาคนที่เป็นจริงๆ ขอให้ท่านเลือกเองนะครับ ท่านจะเลือกจากความชอบพอกัน หรืออะไรก็ตามแต่ท่านเอง แต่ขอ Guide ไว้หน่อยว่า ประสบการณ์การสอนที่มากพอ จะช่วยให้ท่านย่นเวลาในการลองผิดลองถูกไปได้มาก
ที่ผมได้กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า เมื่อได้ทำการสอนมาเยอะเข้าๆ ก็จะเห็นว่าอะไรที่ควร อะไรไม่ควร และทฤษฎี กับปฏิบัติ ก็ต่างกันในรายละเอียดไปบ้าง? ผมกับครอบครัวได้ผ่านการสอนมาทุกรูปแบบ ทั้งสอนกลุ่มใหญ่ สอนกลุ่มเล็กๆ หรือสอนประจำเป็นเทอมๆ เลยก็มี
สมัยที่ผมเข้ามาทำกาสอนนั้น ผมเข้าหาคนที่สอนได้เก่งที่สุด และดีที่สุดก็คือ คุณหมอนิพนธ์ ที่แม่กลอง หรือสมุทรสงคราม ซึ่งท่านก็ได้สอนผมและทีมงาน และผลงานที่ปรากฎให้เป็นที่ประจักษ์นั้น ก็เห็นได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และที่สำคัญ มีความเสถียรต่อเนื่องมานาน ไม่ใช่ทำแบบผลุบๆ โผล่ๆ
ถ้าได้พี่เลี้ยงอย่างนี้แล้ว ท่านก็สามารถใช้เวลาอันมีค่าของท่าน สร้างบารมี และสร้างประโยชน์ให้แก่ พระศาสนา และสังคมได้มากมาย กว่าจะรู้ตัว บารมีของท่านก็ไพศาลออกไปมากแล้ว เช่น ถ้ามีเวลาที่ปลีกตัวจากการทำงานได้ 1 ชั่วโมง แล้วสามารถสอนคนให้เห็นธรรมได้เป็น 1,000 คน โดยได้ทั้งปริมาณ และคุณภาพด้วย กับ สอนคนได้แค่ไม่กี่คน ขอให้ตรองดูเอาเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างก็ดีทั้งนั้น ถ้าอะไรทำให้ท่านสุขใจ สบายใจ ก็ขอให้ทำเถิดครับ ผมเองเพียงแต่ไปเจอวิธีการดีๆ ที่ทำให้เราใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ก็นะเสนอให้ท่านเท่านั้นเองครับ
และยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากมายเลยหละครับ ขอให้ติดตามต่อไปนะครับ
เอาหละครับ สำหรับวันนี้ขอจบเพียงแค่นี้ก่อน คราวต่อไปจะมาพูดกันถึงเรื่อง “ข้อผิดพลาดที่มักจะทำกันในขณะที่ทำการต่อวิชา” ครับ ขอให้ทุกๆ คนมีความสุข และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ท่านได้วางไว้ครับ สำหรับวันนี้ขอแค่นี้ก่อน ขออนุโมทนากับงานสอนวันนี้ สวัสดีครับ
Popularity: 1% [?]




Leave your response!