การฝึกวิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี
การฝึกวิทยากรผู้ช่วย หรือ วิทยากรตรี
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
มาเล่าสู่ข่าวคราวให้ฟังกันก่อนก็แล้วกันนะครับ…
หายไปนานหลายวันทีเดียวที่ผมไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมและตกแต่ง Blog แห่งนี้ ก็เลยขอเล่าให้ฟังหน่อยว่า ได้ไปทำอะไรมาบ้างในวันที่หายๆ ไปนะครับ แล้วทุกคนสบายดีกันหรือเปล่าครับ ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
เอาล่ะครับ… โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมานี้ คุณเจษฎากับผมได้รับเชิญให้ไปทำการสอนนักศึกษาปริญญาเอก ณ ศูนย์วิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ ประสานมิตร เวลาตั้งแต่ 09.00 น. – 12.oo น. ครับ โดยเนื้อหาที่ไปสอนกันนั้นก็เกี่ยวกับวิชาธรรมกายโดยตรงเลย
โดยที่คุณเจษฎาได้ทำการบรรยายประวัติและเนื้อหาวิชาธรรมกายคร่าวๆ และได้แนะนำให้ทำการฝึกเบื้องต้นง่ายๆ ประมาณแึค่เพียง 10 นาทีหน่อยๆ เท่านั้น
ซึ่งผลในทางปฏิบัติที่ทางผมได้ประเมินคร่าวๆ ก็ได้ประมาณ 60-70% โดยประมาณ หลังจากนั้นก็ได้มีการสอบถามคำถามจากการฝึกและเกี่ยวกับวิชาธรรมกายกันมากมาย ซึ่งคุณเจษฎากับผมก็ไ้ด้ช่วยกันถาม และช่วยกันตอบคำถามต่างๆ กันอย่างสนุกสนาน นับว่า เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดีทีเดียวหละครับ ซึ่งท่านผู้อ่านทุกคนคงพอเดาคำถามออกว่า ถ้าเป็นคำถามที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกถามกันนั้น คงไม่ใช่คำถามทั่วๆ ไปแน่นอน เสียดายที่ผมไม่มีกล้องวีดีโอ ไม่อย่างนั้นคงได้ถ่ายและนำขึ้นให้ทุกๆ ท่านได้ชมกันแน่นอนครับ
และสำหรับท่านที่ผ่านมาและอยากให้วิทยากรเข้าไปให้การอบรม ซึ่งเราจะเน้นไปที่การนำวิชาธรรมกายไปประยุกต์ให้ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง หรือจะเน้นไปที่เนื้อหาวิชาธรรมกายแบบ Pure เลยก็ย่อมได้ ก็เชิญติดต่อมาทางผมที่ o89 488 1788 หรือที่คุณเจษฎาก็ได้ครับ แต่ถ้ายังนึกไม่ออก ผมจะทำหลักสูตรที่หลากหลายออกมาให้ท่านได้เลือกได้ครับ แต่ต้องรอหน่อย ต้องอาศัยเวลานิดหนึ่งครับ
แต่ทว่าขากลับจากการสอนผมก็ถูกรถมาเบียดและเฉี่ยวกันนิดหน่อยอย่างที่ผมได้บอกใน Twitter แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ลองไปดูใน Twitter (http://twitter.com/wisdominside) ย้อนหลังนะครับ มีรูปถ่ายให้ดูด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิด แต่ก็ทำให้ต้องเสียเวลาไปเยอะกับการทำเรื่องเครมกับประกัน และนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ หาอู่ซ่อม ซึ่งก็ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการเครมรถมามากทีเดียวหละครับ ผมถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่น่าสนใจ และก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอนิพนธ์และเพื่อนๆ ที่ติดตามผมใน Twitter ซึ่งได้ให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยนะครับ
ผมขอ Share ขั้นตอนการเครมรถสักนิดนะครับ โดยเมื่อรถท่านถูกชนและท่านเป็นฝ่ายถูกนั้น ทางประกันจะให้ใบเครมมาให้กับท่าน โดยในที่นี่ประกันของคู่กรณีคือ วิริยะประกันภัย ก็ทำใบเครมมาให้ผม ซึ่งหลังจากที่เราได้ใบเครมมาแล้ว ก็จะถึงขั้นตอนที่เราจะนำรถของเราไปทำการซ่อมมี 2 วิธีคือ
- ไปซ่อมที่อู่ซึ่งทางประกันหรือทางผมคือ วิริยะประกันภัย ได้ Contact ไว้ ซึ่งผมขอบอกว่า บางอู่ก็ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไร ผมไปมาอู่หนึ่ง ต้องรอคิวเป็นเดือน ทั้งๆ ที่ Case ผมเพียงแค่ถอดเปลี่ยนอะไหล่เท่านั้น อีกอู่ก็ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไร ไม่รู้เป็นที่อะไร แต่ผมขอบอกว่า วิธีนี้ไม่ค่อย Work สำหรับผมเท่าไร มันเสียเวลามากๆ ผมขอแนะนำวิธีที่สองคือ
- ไปที่อู่ที่เราชอบ หรือไว้ใจได้ (Recommend) แล้วให้เขาทำใบเสนอราคามา แล้วค่อยนำใบเสนอราคานั้นไปยื่นให้ทางประกันจ่ายสินไหมทดแทนให้กับเรา
แต่ทว่า ท่านต้องมีการต่อรองราคากับทางประกัน ซึ่งผมใช้วิธีให้ทางอู่กับประกันเครียร์กันเอง ซึ่งก็สะดวกเหมือนกัน หลังจากนั้น ต้องใช้เอกสารยื่นเพื่อรับสินไหมทดแทนคือ ใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน, กรมธรรม์ประกันภัยของเรา, บัญชีธนาคาร, หนังสือประจำรถของเรา ส่วนการรับเงินนั้นก็ได้ 3 แบบ คือ ถ้าไม่เกิน 5,000 บาท ท่านก็รับเป็นเงินสดได้ที่กระกันสาขาที่เขารับผิดชอบ ดูจากจั่วหัวของใบเครม หรือโทรสอบถามก่อนก็ได้ แบบที่สองคือ การรับเงินผ่านบัญชีธนาคารในกรณีไม่เกิน 5,000 บาทเช่นกัน แตต้องรอประมาณ 7 วัน และแบบที่สามคือ รับผ่านเช็คธนาคารครับ ซึ่งผมใช้วิธีรับผ่านบัญชีธนาคารครับ
จากนั้นก็เอารถไปที่อู่แล้วก็จัดการซ่อม ก็เรียบร้อยแล้วหละครับ
เรื่องแบบนี้ ผมเองต้องเดินเรื่องเองหมด โดยที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ก็เลยทำให้เสียเวลาไปมาก ก็เลยมาขอ Share ความรู้กัน เผื่อถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับท่านบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาแบบผมนะครับ :D
อีกเรื่องก็คือ มีน้องคนหนึ่ง ได้ติดต่อกับผมและคุณเจษฎามาทางอีเมล์ว่า อยากให้เราไปจัดการอบรมให้ทางเชียงราย ซึ่งก็ได้ขอรายละเอียดมาว่าจะจัดอบรมอย่างไร? ผมก็เลยตอบกลับไปว่า ขอให้บอกรายละเอียดของการอรบรมที่ทาง ร.ร. ต้องการว่า จัดในโอกาสใด จำนวนผู้อบรมเท่าไร อบรมที่ไหน และให้เบอร์ติดต่อของผมไป
ซึ่งหลังจากนั้น ก็เงียบ และน้องคนนั้นก็ได้ตอบกลับมาอีกฉบับ โดยขอรายละเอียดข้อมูลเหมือนเดิมอีก โดยไม่ไ่ด้ให้ข้อมูลอะไรที่ผมได้ขอมาเลย ใน Case นี้ ผมก็ได้ปฏิเสธการจัดอบรมครั้งนี้ไป เนื่องจากการติดต่อประสานงานที่ไม่มีความชัดเจน และดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะติดต่อมาจริงๆ ดูเหมือนเล่นๆ ซึ่่งเราต้องเดินทางไปไกล ถ้าการประสานงานไม่ชัดเจนแล้ว อาจจะทำให้ไปเก้อได้ เวลาของเรามีค่าครับ ดังนั้น เวลาติดต่อมาขอให้โทรติดต่อกันหรือติดต่อกันให้เป็นเรื่องเป็นราวนิดหนึ่งนะครับ เรายินดีให้การอบรมท่านอยู่แล้วครับ
เอาหละครับพอทราบข่าวคราวกันบ้างแล้ว ต่อไปจะขอเสนอความรู้ที่สรุปมาจากภาคปฏิบัติจริงสำหรับท่านที่เป็นวิทยากร
เอาหละครับไปสู่เนื้อหาของเรื่องกันเลยก็แล้วกันนะครับ หร้อมแล้วใช่ไหมครับ
Let Go……..
วิทยากรตรี ความหมายในเชิงการบริหารการสอนนั้น ก็คือ วิทยากรที่ผ่านการสอบวิทยากรมาเรียบร้อยแล้ว (ขั้นตอนในการสอบวิทยากรจะขอกล่าวไว้ในหัวข้อต่อไป) โดยมีบทบาทในการทำงานสอน ดังนี้
1. ต่อวิชาให้เห็นดวงธรรม กายธรรม ตัวต่อตัว / เป็นกลุ่ม Cluster ในห้องอบรมใหญ่2. เก็บรายละเอียดการสอน เช่น แก้ปัญหาในกรณีที่ผู้รับการฝึกเห็นกายธรรมหรือดวงธรรมเป็นสีอื่น หรือปัญหาผิดปกติต่างๆ
3. ประสานงานทั่วไปเพื่อช่วยเหลือวิทยากรเอก และวิทยากรโท
4. ดูแลความเรียบร้อยของการสอนทั่วไป
การฝึกให้เป็นวิทยากรตรีที่มีคุณภาพนี้ ท่านต้องหาพี่เลี้ยง (Mentor) ที่ดี มีประสบการณ์ มีหลักการ และมีความคิดด้วย 
และพี่เลี้ยงก่อนที่จะพาวิทยากรใหม่ลงสนาม ก็ต้องสรุปภาพรวมของการสอนให้รู้เสียก่อนว่า การสอนมีรูปแบบอะไรบ้าง แต่ละบทบาทมีหน้าที่อย่างไร เราในตอนนี้ต้องทำอะไรบ้าง ฯลฯ
ก่อนการเข้าต่อวิชา พี่เี้ลี้ยงต้องคำนึงถึงความแนกต่างของคนด้วย ให้นึกถึงหลักการว่าขั้นตอนนี้ใช้หลักการอะไร แต่วิธีการก็เป็น facilitator คอยช่วยเหลือให้วิทยากรใหม่ให้คิดค้นหาวิธีการที่เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง พี่เลี้ยงทำเป็นตัวอย่างไีด้ แต่อย่าไปยัดเยียดวิธีการให้แก่เขา ผมขอเสนอขั้นตอนในการฝึกวิทยากรตรีใหม่ดังนี้
โดยเทคนิควิธีที่สำคัญคือ ในการเข้าต่อวิชา ให้พี่เลี่้ยงสอนให้วิทยากรใหม่รู้วิธีการต่อวิชาทั้งแบบเต็มๆ และแบบผู้ชำนาญ เพื่อให้วิทยากรใหม่เห็นภาพรวมของการเข้าต่อวิชาต่อวิชา แต่ในขณะที่ฝึกให้วิทยาใหม่ใช้คำท่องแบบเต็มๆ แบบท่องสอบก่อน โดยเริ่มตั้งแต่ “ให้สมมุติใจเราเป็นหลายเข็มเย็บผ้า…..” ให้ ต่อวิชาเยอะๆ หลายๆ ครั้ง จนเกิดทักษะ และความชำนาญ จากนั้นวิทยากรใหม่จะรู้จักใช้คำพูดที่ได้ผลกับเขา และเป็นใน Style ของเขาเอง จะเป็นธรรมชาติของเขาเอง และที่สำคัญ ไม่แนะนำให้ไปสอนให้วิทยากรใหม่รีบตัดคำ หรือใช้ถ้อยคำตามที่พี่เลี้ยงแนะนำ
ประเด็นนี้ มีปัจจัยเรื่องของชั่วโมงบินเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ต้องทำมากๆ แล้วจะค่อยๆ เป็นเอง อย่างเป็นธรรมชาติ อย่ารีบร้อนข้ามขั้นตอน ไม่อย่างนั้น พื้นฐานจะไม่แน่่น แม้จะเป็นวิทยากรที่ชำนาญแล้ว ก็จำเป็นต้องฝึกอยู่ตลอดเวลา เพราะในส่วนนี้เป็นเรื่องของทักษะ ที่ต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดการต่อวิชาตัวต่อตัว จะทำให้การบอกวิชาของเราไม่เฉียบคม เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องพิจารณาให้จงดี
ขั้นตอนการ Train วิทยากรตรีใหม่มีดังนี้
1. Overview ภาพรวมของการสอน
2. ทบทวนขั้นตอนการเข้าต่อวิชา
3. พี่เลี้ยงเข้าต่อวิชาให้วิทยากรใหม่เห็น ทั้งแบบท่องสอบ และแบบชำนาญ สักคนสองคน
4. ให้วิทยากรใหม่ทดลองต่อวิชาเลย ให้ต่อแบบท่องสอบแบบเต็ม แล้วพี่เลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ คอยแก้ปัญหา และให้กำลังใจ
5. เมื่อมั่นใจว่าสามารถปล่อยมือได้แล้ว ให้วิทยากรใหม่ต่อวิชาหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นค่อยหาโอกาสถ่ายทอดเทคนิควิธีการแก้ไขปัญหา ฯลฯ ต่างๆ ให้กับวิทยากรใหม่ โดยดูตามความเหมาะสม
ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-4 นี้ สามารถทำได้ภายในชั่วโมงเดียว ดังนั้น ภายในเวลา 1 ชั่วโมง พี่เลี้ยงต้องทำให้ิวิทยากรใหม่ต่อวิชาให้กับผู้รับการฝึกได้ ไม่อย่างนั้น พี่เลี้ยงต้องปรับปรุงการสอนของตัวเองด้วย ว่าทำไมถึงทำไม่ได้ แล้วสรุปบทเรียนมาคุยกันต่อไป
สำหรับในประเด็นอื่นๆ จะขอกล่าวในหัวข้อถัดๆ ไป ขอให้ติดตามกันครับ และขอบอกก่อนว่า ไม่ต้องไปหาอ่านเนื้อหาที่ผมได้บอกไว้ที่ไหนหรอกครับ เพราะไม่มีหรอก มันเกิดมาจากประสบการณ์ในการสอนล้วนๆ ซึ่งถ้าหากท่านอยากสอนวิชาธรรมกายให้เก่ง ให้เป็น ขอให้ติดตามได้ในเว็บนี้ครับ เราจะพยายามสรุปความรู้ และนำมาถ่ายทอดให้ท่านได้เรียนรู้กันต่อไปครับ รับรองว่า ไม่ยากหรอกครับ
สำหรับวันนี้ขอยุติเนื้อหาเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้คราวหน้าจะมาว่าเกี่ยวกับการฝึกเป็นวิทยากรตรีต่อไปครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาธรรมกายและในการดำรงชีวิตทุกคน สวัสดีครับ
Popularity: 1% [?]





Leave your response!