อยากเรียนเก่งไหม? ฝึกสมาธิซิ – ผลของสมาธิที่มีผลต่อศักยภาพในการเรียนรู้
อยากเรียนเก่งไหม? ฝึกสมาธิซิ – ผลของสมาธิที่มีผลต่อศักยภาพในการเรียนรู้
สวัสดีครับทุกๆ คน วันนี้ผมได้ออกมาทำงานสอนที่ โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ กทม. ครับ โดยรอบที่ผมเริ่มทำการเขียน Blog นี้ ก็เป็นการสอนในรอบประถมศึกษาปีที่ 3 แล้วหละครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ กับ Tips สมาธิเมื่อวานนี้ที่ผมได้แนะนำไป ลองเอาไปทำกันดูหรือยังครับ ได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ลองมาเล่าสู่กันฟังนะครับ เรื่องของการเรียนรู้นี่ ยิ่งคุยกันมาก ถ้าประกอบด้วยความใจกว้างด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการต่อยอดความรู้นั้นๆ ส่งผลให้ได้ประโยชน์มหาศาล ทั้งคนให้และคนรับ
ความรู้นี้เป็นสิ่งที่ “ยิ่งให้” ก็ “ยิ่งได้”
ผมถึงแนะนำทุกท่านที่มาเรียนกับผมตลอดว่า “ให้เรียนเพื่อเอาไปสอนคนอื่น” และต้องเรียนให้รู้จริงนะครับ แล้วค่อยไปถ่ายทอดต่อ เช่น รู้ 5 ก็ถ่ายทอด 5 ไม่ใช่รู้ 5 แต่ไปถ่ายทอด 10 อย่างนี้เป็นโทษ
สำหรับวันนี้ เรามาคุยกันในเรื่องของการเรียน หรือการศึกษาเรียนรู้กันดีไหมครับ
บางคนอาจจะคิดว่า บทความนี้ เขียนมาให้กับเด็กๆ เท่านั้น แต่ที่จริงแล้วพูดถึง “การเรียนรู้” นั้น ไม่ว่าใครก็ต้องเรียนรู้ทั้งสิ้น ไ่ม่มีใครแก่เกินเรียน และถ้าเปรียบความรู้เหมือนกับน้ำ แล้วก็อยู่ที่ว่า เราจะใช้ภาชนะอะไรกอบโกยน้ำนั้น เข้ามาหาเราให้มากที่สุด การที่เราพัฒนาภาชนะที่ใช้ในการตักน้ำนั้น ก็คือ การพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ นั่นเองครับ
หลายๆ ท่านคงได้ยินมาว่า ถ้าฝึกสมาธิบ่อยๆ แล้ว จะทำให้เรียนได้เก่งขึ้น เพราะสมาธิทำให้เกิดปัญญา ผมเองก็มีคำถามตามมาก็คือ แล้วสมาธิมันช่วยได้ยังไง? ปัญญาจะเกิดมายังไง? อยู่ดีๆ มันจะเกิดขึ้นมาแบบไม่มีที่มาที่ไปเลยอย่างนั้นหรือ?
ถ้าท่านได้ศึกษากันอย่างจริงๆ จังๆ ท่านะจพบเหตุผล และที่มาที่ไป และคำตอบของคำถามต่างๆ เหล่านี้ได้ครับ เช่น
มนุษย์นั้น คิดเป็นภาพ
สมาธิทำให้ภาพในความคิดนั้น ชัดเจนมากขึ้น ท่านพอเข้าใจไหมครับ?
อย่างที่ผมได้เขียนไว้บ่อยๆ แล้วว่า ภาพในความคิด หรือที่เราเรียกว่า จินตนาการ หรือความฝัน ฯลฯ นั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
การเรียนก็เช่นเดียวกัน เราต้องคิดเป็นภาพ ถึงจะเรียนได้ผล ผมจำได้ว่า ครั้งหนึ่งตอนเรียนหนังสืออยู่ มีงานให้ทำบอร์ด ผมลองหลับตาแล้วจินตนาการว่าอยากได้บอร์ดแบบไหน อย่างไร เอาอะไรมาตกแต่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นภาพในความคิด หรือในใจผมทั้งสิ้น แล้วไม่นาน ทุกอย่างก็เริ่มกลายมาเป็นรูปธรรม เหมือนกับที่ได้คิดเอาไว้เลยทีเดียว
นี่คือผลของความคิดที่ส่งผลให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมา
แต่จะเป็นจริงได้ตามที่คิดนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า ภาพที่เห็นในใจนั้น จะชัดเจนและมีพลังแค่ไหน นี่คือประเด็นสำคัญ
ซึ่งการฝึกสมาธิช่วยตอบโจทย์นี้ได้อย่างง่ายดาย โดยใจที่ได้รับการฝึกแล้วนั้น จะทำให้มีพลังในการคิด ทำให้ภาพในจิตชัดเจน เวลาเรียนอะไร อ่านอะไร ก็เห็น หรือจินตนาการไปถึงเหตุการณ์นั้นๆ หรือเรื่องราวนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน เกิดเป็นความรู้สึกร่วมในความรู้นั้นๆ
และเมื่อภาพความคิดชัดเจน ก็ส่งผลให้ความจำชัดเจนตามไปด้วย
ทำให้เราสามารถที่จะเล่น หรือทดลองในห้องความคิดเราได้อย่างง่ายดาย
คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย ล้วนแต่มีห้องทดลองในความคิดทั้งสิ้น
และในห้องทดลองทางความคิดนี้ ก็จะสังเคราะห์ความรู้ใหม่ๆ ออกมาได้อย่างง่ายดาย
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดจากการฝึกใจให้เกิดพลังทางใจ พลังทางความคิดทั้งสิ้นครับ และสิ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าเราฝึกบ่อยๆ เราก็จะได้ยินเสียงของตัวเอง คอยสอนตัวเอง เป็นการอยู่กับตัวเอง
แล้วต่อไป เราจะได้ยินเสียงของเรา เตือนเราเอง นี่คือ “หิริโอตตัปปะ” นั่นเอง มันมีที่มาที่ไปอย่างนี้ มีเหตุผลอย่างนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองลอยๆ อย่างไม่่มีที่มาที่ไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การฝึกใจ ก็จำเป็นต้องได้รับการฝึกที่ถูกต้อง เป็นเหตุเป็นผลด้วยครับ ไม่ใช่นั่งหลับตาเฉยๆ หรือลืมตาเพ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยไม่มีจุดหมายที่แน่นอน อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์มากมายนัก
วิชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นวิชาที่มีหลักมีฐาน มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป มีหลักสูตรและขั้นตอนการสอนที่แน่นอน จับต้องได้ ถ่ายทอดได้ ฝึกได้ และที่สำคัญ ง่าย และได้ผลจริงในทางปฏิบัติ ดังนั้น ถ้าท่านใดกำลังอยุ่ในขั้นตอนของการฝึกอยู่ ก็ขอให้พยายามต่อไป
ถ้าท่านได้พบกับผู้รู้จริงที่มีเทคนิควิธีการถ่ายทอด ทำให้เข้าใจได้ง่าย ท่านก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าม่รู้เทคนิควิธีก็ช้าหน่อย
แต่ถ้าท่านไหนที่ยังไม่ได้ฝึก ก็ขอให้ลองเถิดครับ ไม่ยาก และไม่ได้รบกวนเวลาในชีวิตประจำวันไปมากมายหรอกครับ
เอาล่ะครับ สำหรับวันนี้ขอยุติเพียงแค่นี้ก่อน ขอให้ทุกท่านมีความสุข สนุกกับชีวิต แต่ก็อย่าได้ประมาทในชีวิตนะครับ อะไรๆ ในโลกนี้ก็ไม่แน่นอน และที่สำคัญ ทุกอย่างในโลกนี้เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทั้งสิ้น
ปล่อยวางได้ ก็ตัวเบา ใจเบา
ผมก็พยายามอยู่เหมือนกัน มีความสุขมากๆ ทุกคนเลยครับ สวัสดีครับ
Popularity: 6% [?]


ขอบคุณมากค่ะ ที่แจงแจงอธิบายให้เข้าใจถึงสมาธิที่แท้จริงได้มากขึ้น เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ และก็เชื่อว่าบทความนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านในการรู้จักคิดและนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง!
อยากเรียนเก่ง อ่านตรงนี้เพื่ออนาคตของท่าน
การทำสมาธิใช่ว่าจะทำให้สมองไบรท์ ถ้าทำสมาธิมากๆสมองจะไม่รับ
อะไรเลย ดีที่ใจมันสงบ แต่ในการเรียนต้องมีสมาธิพอสมควรถ้ามีมาก
เกินไปใช้ไม่ได้ มันจะคิดไม่ค่อยได้หรือไม่ได้เลย
ปัญหาอยู่ที่สมอง ถ้าดูตำรามาก ใช้สมองมาก รับข้อมูลมาก ก็จะมึน
หัวหรือง่วงนอนและปวดหัว นี้แหละคือขีดจำกัดสมองของคนทั่วไป
มีเท็คนิคส์พิเศษทำให้สมองพัฒนารับได้ไร้ขีดจำกัด โดยไม่เกิดอา
การดังกล่าว เท็คนิคส์นี้มีทุกคนไม่นำมาใช้เอง เหมือยพลังจิตมีทุกคน
ใช้ไม่เป็น อาการทั้งหมดนี่ทำให้หายได้ใน 5 วินาที รวดเร็วมากไม่ต้อง
กินบาหรือทำสมาธิเพื่อระงับอาการ ผู้ทีจะเรียนเท็คนิคส์พิเศษนี้ เช่น
นักเรียน นักศึกษา เตรียมสอบ เรียนต่อต่างประเทศ อายุ 14-25 ปี ถ้า
มากกว่านี้เป็นช่วงวัยทำงาน ท่านที่ต้องการฝึก ต้องมีสมาธิเพียงเล็ก
น้อยเท่านั้น อยากเรียนเก่งติดต่อมาได้ที่นี้ครับ …
เรียน คุณ aone99 ครับ ขอบคุณสำหรับ Comment นะครับ
มี Website ที่ให้ข้อมูลเพิ่มไหมครับ จะได้ link ข้อมูลไปเพิ่มเติมจะดีมาก
มีประเด็นที่ผมอยากออกความเห็นเพิ่มเติมที่คุณ aone99 ได้กล่าวไว้ว่า “…การทำสมาธิใช่ว่าจะทำให้สมองไบรท์ ถ้าทำสมาธิมากๆสมองจะไม่รับ อะไรเลย ดีที่ใจมันสงบ แต่ในการเรียนต้องมีสมาธิพอสมควรถ้ามีมาก
เกินไปใช้ไม่ได้ มันจะคิดไม่ค่อยได้หรือไม่ได้เลย…”
ความเห็นของผมนั้น ก็ใช่จะปฏิเสธไปทั้งหมด แต่ถ้ามีความหมายไปในทางที่ว่า การทำสมาธิ ไม่ได้ทำให้สมองไบรท์ขึ้นเลยนั้น ก็คงไม่จริงทั้งหมด เพราะถ้าจากการศึกษามาจากหลายๆ แห่งแล้ว ผู้ที่ฝึกสมาธินั้น ล้วนแต่ทำให้สมองดีขึ้นทั้งนั้น ดังจะได้เห็นในหลายๆ Case เช่น พระป่า เป็นต้น และมีมีผลการวิจัยจากหลายๆ ที่ยืนยันแล้วด้วย (อันนี้ลอง Search ในอินเตอร์เนตเองนะครับ)
การทำสมาธิมีหลายวิธีให้ได้เลือกใช้ อยู่ที่วัตถุประสงค์ของการฝึกว่า เราต้องการที่จะได้อะไรจากการฝึกใจโดนวิธีนี้ เช่น ต้องการการผ่อนคลาย ต้องการความสงบ ต้องการปัญญา ต้องการค้นหาความรู้อะไรบางอย่าง เป็นต้น ดังนั้นขอแย้งที่ว่า “ถ้าทำสมาธิมากๆสมองจะไม่รับ อะไรเลย…” นะครับ
แต่ก็ขอเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่ว่าด้วย “เท็คนิคส์พิเศษทำให้สมองพัฒนารับได้ไร้ขีดจำกัด โดยไม่เกิดอาการดังกล่าว ” ด้วยก็จะดียิ่งครับ
ยินดีที่ได้สนทนากันครับ
ขออภัย อยากเรียนเก็ง.. ไม่ใช่ว่าทำสมาธิมากๆแล้วสมองจะดีขึ้นนั้น..
ถูกต้องแล้ว ขอให้ท่านทำสมาธิก่อนและทำให้บ่อยๆแล้วท่านจะรู้เอง
เพราะมันทำให้ดีขึ้นจริง..แต่ไม่เลิส เมี่อท่านทำสมาธิมากๆ
เพียงให้สมองโล่งดีขึ้นเท่านั้น ท่านต้องเอาข้อมูลเข้าสมอง..เมื่อข้อมูล
เข้ามากๆ อาการสมองก็คือ มึน ง่วง ปวดหัว ถ้าท่านกำลังอยู่ในชั่วโมง
สอบ ท่านจะทำสมาธิในขณะนั้นจะทันใหม
มีวิธีที่ดีกว่านั้น ถ้าท่านต้องเอาข้อมูลเข้าสมองมากๆ และไม่ทำให้มึน
หัว เครียด ปวดหัว สามารถทำให้หายภายใน 3 วืนาที คิดดูถ้าท่านอยู่
ในห้องสอบท่านเครียดแล้วจะทำอย่างไรยังทำข้อสอบไม่เสร็จ ยิ่ง
เครียดพัก ต้องทำวิธีที่กล่าวใว้ โดยการฝึก ถ้าท่านฝึกวิธีนี้ได้ ไม่ว่าจะ
อยู่ในสถานะไหนๆกตาม จะไม่เกิดอาการดังกล่าว ชึ่งดีกว่าการทำสมาธิ
อีหลายเท่า แต่ยังมีสมาธิอยู่บ้างไม่ขาดเสียเลยที่เดียว
ตัวผมเองพบวิธีการนี้เมิ่ออายุมากแล้ว ถ้าพบเร็วกว่านี้คืออายุประมาณ
16-22 ปี คงจะดีไม่น้อย แต่ยังดีที่ชาตินี้ยังพบวิธีดังกล่าว
ทั้งหมดนี้จงใช้ความพิจารณาของท่านเอง
..
จากที่คุณได้บอกว่า “ขออภัย อยากเรียนเก็ง.. ไม่ใช่ว่าทำสมาธิมากๆแล้วสมองจะดีขึ้นนั้น.. ถูกต้องแล้ว ขอให้ท่านทำสมาธิก่อนและทำให้บ่อยๆแล้วท่านจะรู้เอง เพราะมันทำให้ดีขึ้นจริง..แต่ไม่เลิส เมี่อท่านทำสมาธิมากๆ เพียงให้สมองโล่งดีขึ้นเท่านั้น”
เรียนว่า แต่ล่ะวิธีมีข้อดีในตัวของมัน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าของคุณดีน้อยกว่า หรือของผมดีกว่า แต่อย่างใด? ถ้าจะกล่าวอย่างนั้นจริง ก็ต้องมีการทำวิจัยให้เห็นผลอย่างชัดเจนออกมา ถ้ายังไม่ีมีข้อยืนยัน ก็ขอให้อย่าเพิ่งกล่าวแบบฟันธงว่าดี หรือไม่ดี
ผมดูจากข้อความที่คุณ Post นั้น น่าจะมีเจตนาเพื่อประชาสัมพันธ์เว็บของคุณมากกว่า ซึ่งการประชาสัมพันธ์ในลักษณะนี้ผมไม่อนุญาติให้ทำนะครับ ขอให้ใช้วิธีอื่นในการประชาสัมพันธ์เ็ว็บของคุณแทน หรือไม่ก็มาสนทนากันด้วยเนื้อหาดีกว่าครับ
จากข้อความข้างต้นที่พวกท่นได้ ถกเถียงกันนั้น…
ข้อมูลที่พวกท่านมีอาจไม่ใช้ข้อมูลที่ผิดแต่อย่างใด
แต่ครั้นนี้ขึ้นอยู่กับตัวแตละบุคคลต่างหาก…
จริงอย่างที่บอกไว้ครับ
Leave your response!
»
ขอเชิญร่วมลงนามและประกาศคำปฏิญาณตน ในโครงการสังคมสีขาวให้ครบ 100,000 รายชื่อครับ
สวัสดีเพื่อนๆ วันตรุษจีน+วาเลนไทน์ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวันหยุดที่แสนสุขของทุกๆ คน ห่างหายไปหลายวัน เนื่องภารกิจที่รัดตัว ถ้าว่างผมก็จะรีบเข้ามาคุยเพื่อแจ้งข่าวสารให้ได้รับรู้กันครับว่า เราทำอะไรกันบ้าง สำหรับงานสอนก็ดำเนินไปตามปกติครับ แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว งานสอนก็คงลดลง แต่ก็เป็นช่วงที่จะให้เราได้เตรียมตัว ปรับตัว ปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมและดียิ่งขึ้นต่อไปครับ
เมื่อวานนี้คือวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเป็นวิทยากรร่วมเสวนาผลงานการเผยแพร่ ใน โครงการอบรมวิทยากรสีขาว ในโครงการสังคมสีขาว ที่หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ DMG อาคารอมรินทร์พลาซ่า ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ 6 แล้วหละครับ ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของโครงการได้ที่นี่เลยครับ http://www.whiteoceansociety.com
สำหรับรายละเอียดของโครงการนี้คร่าวๆ ก็คือ การสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม โดยมีการร่วมมือกันในหลายภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน ภาครัฐบาล ภาคประชาชน และองค์กรอิสระทั่วไป โดยเป้าหมายของโครงการนี้มีข้อนึงคือ …
Recent Posts
Categories
Archives
Blogroll
Tag Cloud
กทม กระทู้ กรุงเทพมหานคร กัลยาณมิตร การเผยแพร่วิชาธรรมกาย ข่าวประชาสัมพันธ์ ความรัก ความสำเร็จ คำถาม คุณธรรม ค่ายริบขอบฟ้า งานสอน จริยธรรม ดูดวง ท่องวิชา ธรรมกาย บารมี ปฏิบัติธรรม ปราบมาร ฝึกจิต ฝึกธรรมกาย พระมงคลเทพมุนี ฟรี รู้ญาณ วิชชาธรรมกาย วิชาธรรมกาย สมาธิ สมุทรปราการ สอบวิทยากร สังคมสีขาว หนังสือ หมวดทั่วไป หลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงปู่สด หลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อสด อบรม เปิดรับสมัคร เมืองโบราณ เรียนวิชาธรรมกาย แมว โรงเรียน 18 กาย Twitter WebboardRandom Posts
Latest Video Post
บทความน่าสนใจสุดๆ!
Most Commented
Most Popular