แปลงนามธรรม ให้เป็นรูปธรรม อำนาจในการเลือกสิ่งที่ต้องการ
แปลงนามธรรม ให้เป็นรูปธรรม อำนาจในการเลือกสิ่งที่ต้องการ
You are what you think: คุณคือสิ่งที่คุณคิด!
สวัสดีครับทุกๆ คน วันนี้ผมกับทีมงานได้มาสอนกันที่ ร.ร.บางยี่ขันธ์วิทยาคม สำนักงานเขตบางพลัด กทม. ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยทางเข้าเยื้องๆ กับบ้านของท่านบรรหาร ศิลปอาชาครับ วันนี้เดินทางมาตอนเช้า มีรถติดหน้าบ้านท่านบรรหารมาก ไ่ม่ทราบว่ามีงานอะไรกัน ยังดีที่มาเช้าครับ เลยมาที่โรงเรียนได้ทันเวลาพอดีื วันนี้ทางโรงเรียนให้นักเรียนบางส่วนเดินทางไปทำกิจกรรมในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์กันครับ และก็ได้แบ่งนักเรียนส่วนที่ไม่ได้ไป ให้มาร่วมกิจกรรมกับเรา ซึ่งท่านสามารถดูรูปบรรยากาศในการสอนได้ในเว็บนี้ ซึ่งเราจะ Update เกือบทุกวันอยู่แล้วครับ
สำหรับผมเองเพิ่งจะหายจากป่วย ก็เป็นหวัดธรรมดา ไม่ได้เป็นหวัดสายพันธ์ใหม่หรอกนะครับ อาจจะเกิดมาจากที่ผมพักผ่อนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าก็ได้ ช่วงหลังมานี้พักผ่อนน้อยจริงๆ เพราะช่วงกลางวันออกไปสอน กลับมาทำงาน กว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเลยทีเดียว จากที่ร่างกายอ่อนเพลียสะสมมานาน พอถึงจุดหนึ่งก็รับไม่ไหวเป็นธรรมดา ผมก็เลยต้องหาโอกาสได้พักบ้างครับ ทุกๆ ท่านก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะครับ จะได้มีแรงในการทำงาน และสร้างบุญบารมีให้กับตัวเองได้นานๆ
วันนี้ผมนึกถึงความคิดถึงคำที่ว่า “คุณคือสิ่งที่คุณคิด” คล้ายๆ กับคำว่า คุณคือสิ่งที่คุณทานเข้าไป นั่นเอง ความหมายไม่ต้องตีความก็คือ คิดอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น นั่นเอง
ในกระบวนการทางจิตนั้น ถ้าเริ่มมาจากการที่เรารับสิ่งเร้าต่างๆ ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้ง 6 ด้วยกัน เมื่อรับเข้ามาแล้ว ก็ต้องผ่านกระบวนการตีความของใจอีก เนื้อหาส่วนนี้ ท่านสามารถหาอ่านได้จากหนังสือมรรคผลพิสดาร ภาคที่ 1 ได้นะครับ ในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายไว้แล้วว่าการทำงานของใจนี้มีกระบวนการอย่างไร?
มาต่อกันนะครับ เมื่อสิ่งเร้าต่างๆ ผ่านกระบวนการตีความของใจแล้ว ซึ่งจะตีความอย่างไรนั้น แต่ล่ะคนก็แตกต่างกันไปตามอินทรีย์ หรือองค์ประกอบต่างๆ ของแต่ล่ะคน ซึ่งจะตีความแล้วสิ่งนั้นก็จะเกิดเป็นภาพในใจที่จะสั่งการให้ร่างกายภายนอกได้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไป และเมื่อได้แสดงพฤติกรรมนั้นๆ ออกไปบ่อยครั้งเข้า ภายนอกเราก็จะเรียกว่า “นิสัย” ถ้าบ่อยมากขึ้นไปอีกก้จะเรียกว่า “สันดาน” นั่นเอง นี่คือสิ่งเรียกภายนอก ถ้าเป็นนิสัยภายในนั้น เราเรียกกันว่า “รอยใจ” นั่นเอง
ดังนั้น ปัจจัยที่ทำให้เราสามารถควบคุมจิตใจได้เต็มที่นั่นก็คือ การคุมใจของเรานั่นเอง โดยการเปลี่ยน “รอยใจ” ของเราให้เป็นไปในสิ่งที่เราต้องการ ตอนนี้เรารู้แล้วว่า ถ้าจะเปลี่ยนนิสัย หรือชะตากรรมของเรา เราสามารถเปลี่ยนได้ที่ใจ
แต่
เราจะมีกำลังใจพอที่จะสู้กับแรงต้าน หรือรอยใจทางลบ ซึ่งส่งผลต่อนิสัยของเราได้หรือไม่
ท่านต้องสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดกับจิตใจโดยการฝึกใจ และสร้างบารมีเพิ่มขึ้นนั่นเอง แล้วท่าน แล้วท่านจะสามารถเลือกและกำหนดชะตาชีวิตของท่านได้ ด้วยตัวของท่านเอง
ถ้าท่านได้อ่านหนังสือที่สอนเกี่ยวกับความสำเร็จทั้งหลาย หนึ่งในนั้นที่ผมแนะนำก็คือ หนังสือที่เขียนโดย นโปเลียน ฮิลย์ ที่ชื่อว่า The Law of success หรือหนังสือแนวพัฒนาตัวเองทั้งหลายนั้น ต่างก็สอนกันว่า ให้เราคิดถึงความสำเร็จที่เราต้องการไว้เสมอๆ แล้วสิ่งนั้นก็จะค่อยๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาตามที่เราต้องการ ซึ่งผมเองก็ได้ทดลองและได้มากับตัวเอง
โดยที่ผมจะคิดถึงสิ่งที่ผมต้องการขึ้นมา แล้วทำภาพนั้นให้ชัดเจนในใจ วันแล้ววันเล่า ไม่นานสิ่งต่างๆ ที่คิด ก็จะค่อยๆ เริ่มแปรสภาพของของจริงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ขอยกตัวอย่างของผมเอง ในตอนนี้ที่ผมเรียนอยู่ในมหวิทยาลัยนั้น ผมเข้าที่รามคำแหง และเลือกที่จะเรียนด้วยตัวเอง ผมไม่ชอบอยู่ในกรอบ แต่ผมมีหลักมีจุดยืนของตัวเอง ตอนนั้นผมอยู่ ปี 1 ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานสอน และก็ได้ออกไปสอนกับพ่อแม่มาตลอดตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้แทบไม่ได้ขาด ไปสอนจนกระทั่งหลายๆ คนเป็นห่วงว่า จะเรียนไม่จบ
ตอนนั้นผมคิดว่า ผมสามารถทำได้ และจะให้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วย แต่ตอนนั้นคิดเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร (แค่คิดเล่นๆ เท่านั้นนะครับ) แต่ลึกๆ เชื่ออยู่ตลอดเวลา
ผมก็สอนไปช่วงกลางวัน กลางคืนกลับมาอ่านหนังสือ จัดเวลาไปเข้า lab ที่มหาวิทยาลัยบ้าง จัดเวลาไปสอบ บริหารเวลาอย่างดีทีเดียว ซึ่งผลก็คือ ผมมีเกรตเฉลี่ยในระดับเกีียรตินิยมอันดับหนึ่งพอดี นี่คือความอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเป็นไปได้สำหรับผม
ผมเชื่อว่า ทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งก็น่าจะเกิดจากอำนาจบารมีที่ผมได้สร้างไว้ และจากการฝึกใจ หรือเดินวิชาตามแนววิชาธรรมกาย ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นั่นเองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จต่างๆ เหล่านี้เข้ามาในชีวิตได้
ดังนั้น ศึกษาเถิดครับ ทุกอย่างนั้นเป็นของจริงที่ผมและทีมงานและคนอีกหลายๆ คนที่ได้เรียนรู้สัมผัสมาแล้วประสบความสำเร็จมานับต่อนับแล้ว

ไม่เพียงแต่ทางโลกนะครับ ทางธรรมก็จะเจริญไปด้วยโดยที่ท่านไม่รู้ตัวทีเีดียว ดังนั้น
หากท่านอยากเรียนได้ประสบความสำเร็จ
หากท่านอยากให้หน้าที่การงานราบรื่น
หากท่านอยากให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
หากท่านอยาก………….
โปรดอย่าได้ลืมการฝึกใจของเราให้เกิดกำลัง เกิดอิทธิฤทธิ์ เกิดเป็นธาตุสำเร็จ เพราะกายกับใจนั้น สัมพันธ์กัน แยกจากกันไม่ได้ อย่ามุ่งทางโลก หาความสุขทางโลกจนเพลินและละเลยกับการฝึกใจ เพราะนี่คือเหตุของผลทั้งปวง
คนถูกบังคับด้วย “ใจ” คุมใจได้ คุมคนได้ คุมคนได้ คุมทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด
นี่คือสิ่งที่ผมคิดได้สำหรับวันนี้ครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็๋จตามที่ท่านปรารถนาไว้ทุกประการ เจอกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับทุกคน :D
Popularity: 2% [?]




Leave your response!