ข่าวประชาสัมพันธ์

คุยกันฉันเพื่อน

ประสบการณ์ธรรมกาย

สอนอย่างไรให้ได้ผล?

เรียนอย่างรวดเร็ว

Home » การเผยแพร่วิชาธรรมกาย, คำถามยอดฮิต, คุยกันฉันเพื่อน, บันทึกผลการสอน, ประสบการณ์ธรรมกาย, สอนอย่างไรให้ได้ผล?, หมวดทั่วไป, เล่าสู่กันฟัง, แบ่งปันเรื่องราวดีๆ

Meditation Tip: ทำอย่างไรจึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)

Submitted by saiparn on Thursday, 6 August 2009No Comment
Meditation Tip: ทำอย่างไรจึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)

Meditation Tip: ทำอย่างไร จึงจะทำให้ญาณทัสสนะชัดขึ้น? (วิธีที่ 1)

สวัสดีครับเพื่อนๆ ในธรรมทุกท่าน

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับอีกวันหนึ่ง วันนี้ไปสอนกันที่ โรงเรียนวัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. กันครับ แต่วันนี้ไปสอนกันได้นิดเดียว เพราะว่า ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่ายพุทธบุตรขึ้น กิจกรรมตรงกัน ที่จริงถ้าเป็นโรงเรียนอื่นก็คงจะขอเลื่อนไปแล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ขอให้เราไปสอน โดยสลับห้องประชุมไปใช้ที่ ห้องพระพุทธศาสนาแทน ดังจากที่ได้เห็นในรูปนะครับ

เห็นในรูปไหมครับ ซ้ายพ่อผม ขวาแม่ผม ส่วนผมคนถ่าย ครบ 3 คน พ่อแม่ลูก 555555+

วันนี้ผมก็ใช้ Twitter ประกาศข่าวด่วนตามปกติ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้ประกาศไปว่า วันนี้ไม่ได้ไปสอนที่ห้องประชุม ให้ไปที่ห้องพุทธศาสนาแทน ซึ่งถ้าเปิดจากเว็บไซต์ก็จะรู้เลย ผมว่ามีประโยชน์มากๆ ต่อไปเทรนของโทรศัพท์ที่เรียกกันว่า Smart Phone จะมาแน่ ต่อไปก็คงจะสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกครับ ตอนนี้ก็ทดลองใช้ไปก่อน

อีกอย่างที่เห็นประโยชน์ได้อย่างมากสำหรับเ้จ้า Twitter ก็คือ เป็นหลักฐานการทำกิจกรรมของผม เช่น การส่ง Fax ไปยืนยันการสอน ซึ่งแต่ก่อนนั้น การส่ง Fax มักจะมีปัญหาที่ Fax ไปไม่ถึงมือของผู้ดำเนินการหรือผู้ประสานงาน ซึ่งอาจจะเกิดมาจากหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือ ทางคนที่รับ Fax รับแล้วไม่ยอมเอาไปให้ หรือโมเมว่า ไม่ได้รับ ซึ่งบางทีพอเราไปถึงโรงเรียน ทางผู้ที่ัรับเรื่องก็บอกว่าไม่ได้รับเอกสาร ทำให้เราไม่ได้เข้าไปสอนก็มี บางทีสืบไปสืบมา ก็พบว่า ไปอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ธุรการที่ลืม ไม่ได้นำเสนอผู้บริหาร ก็มี ซึ่งทางเราเองก็ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้พอผมส่ง Fax เสร็จ ก็ประกาศทาง Twitter เลย โรงเรียนไหนมีปัญหา ก็เปิด Netbook ยืนยันต่อหน้าได้เลย แต่ก่อนได้แต่พูดปากเปล่า แต่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะครับ 55555+ อันนี้ต้องใช้วาทศิลป์ของผู้ติดต่อเอง ว่าจะแก้ปัญหายังไง

เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินวิชากันนะครับ

พูดถึงเรื่องการเห็นในทางวิชาแล้ว อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่า “การเห็น” เป็นส่วนหนึ่งของการเดินวิชาเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่เห็นแต่มีวิชาบอก และใจสามารถทำตามได้ ก็จะสามารถทำวิชาได้ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นได้ อย่างที่ผมได้เปรียบไว้ว่า

คนตาบอดก็ทำหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนตาดี ถ้ามีวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม

*** สำหรับคนที่ยังไม่เห็น ไม่เป็นไร ท่านก็รอต่อไป ….. อ่ะ ล้อเล่นครับ ไว้คราวต่อๆ ไป ผมจะมาบอกเทคนิคว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้เห็นได้เร็วมากขึ้น ไม่ยากหรอกครับ

มาคุยสำหรับผู้ที่เห็นแล้ว หรือเห็นลางๆ แล้วก็อยากจะเห็นวิชาได้ชัดๆ นั้น ท่านต้องอาศัยความพยายาม และความเพียรแล้วหละครับ สำหรับผู้ที่โชคดีที่เห็นวิชาได้ชัด ส่วนมากมักจะเป็นเด็กๆ หรือผู้ที่มีบุญบารมีทางนี้มาแต่เดิม ซึ่งก็มีส่วนหนึ่ง ท่านก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป หรืออยากไปดูนั่นดูนี่ ให้ท่านศึกษาวิชาในทางทฤษฎีก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งซุกซน จำได้ไหมครับว่า ผมเคยเปรียบเทียบคนที่เห็นนั้นเหมือนกับมีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ระวังนะครับ ระวังไปทดลองโน่น ทดลองนี่แล้วไปเจอกรด หรือสารที่ทำระเบิดเข้า จะซวยไป

เอ๊า เอาเป็นว่า เห็นก็ดี ไม่เห็นก็ยิ่งดีครับ เพราะท่านจะสามารถศึกษาความรู้ โดยใช้ความรู้นำความเห็น เมื่อเห็นชัดแล้ว คราวนี้อะไรๆ ที่ท่านต้องการรู้ ท่านก็จะรู้ได้ แต่ขอบอกว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ง่าย และไม่ยาก

สำหรับท่านที่เห็นลางๆ อยู่นั้น ท่านต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนนะครับ ว่า เห็นชัด หรือไม่ชัดยังไงก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำวิชาได้ก็แล้วกัน และความชัดในการเห็นภายในนี้ ไม่เสถียร คือ ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอารมณ์ สภาพจิตใต สิ่งแวดล้อม อำนาจบารมี ฯลฯ

ไม่ใช่ว่าวันนี้เห็นชัดแล้ว พรุ่งนี้จะชัดเหมือนวันนี้ ซึ่งวันพรุ่งนี้อาจจะชัดกว่า หรือไม่ชัด ก็เป็นไปได้

intuition_for_site

แต่เราก็สามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ เหมือนเราออกกำลังกายนั่นแหละครับ ฝึกบ่อยๆ ร่างกาย กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรง ยกน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งใจก็เฉกเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะบอกนี้ก็เปรียบเสมือนผมจะบอกท่าทาง ลีลา การออกกำลังกายนะครับว่า จะเน้นจุดไหน อย่างไรนะครับ

ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูเทคนิคแรกเลยก็แล้วกันนะครับ  เทคนิคแรกนี้ เป็นวิธีดั้งเดิมแต่โบราณเลย ท่านลองทายซิว่า วิธีไหน…….????

“หยุดเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ!”

ก็จะไปไหนเสีย พอใจหยุดนิ่ง หลวงพ่อสดใช้คำว่า “ถูกส่วนดี” การเห็นก็จะชัดขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอยากให้ดวงธรรมของท่านชัดขึ้น ก็จงให้ท่านเอาใจไปหยุดไว้ที่กลาง คือ จุดเล็กใส โตเท่าปลายเข็ม แล้วท่องใจว่า “หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ใสในใส”

แต่อย่าไปท่องนกแก้วนกขุนทองครับ ถ้าเรารู้ความหมายและทำใจตามได้แล้ว จะได้ผลมาก

“หยุด” คือ ทำใจให้หยุดเหมือนรถยนต์เบรก คือ หยุดกึก  หยุดเท่านั้นไม่พอ ต้องหยุดให้มากกว่าหยุด คือ หยุดในหยุด

แรกๆ เราก็ทำใจให้หยุดช้าๆ ก่อน หยุดดดดด ใน หยุดดด หยุดในหยุดๆๆๆๆๆๆ ท่านลองทำดูแล้วท่านลองสังเกตการพัฒนาขึ้นของใจนะครับ

“นิ่ง” คือ สภาพใจนิ่งที่เหมือนกับกระแสน้ำ ที่ไม่มีลมสัมผัส ที่เีรียกว่า “น้ำนิ่ง” ทำใจให้ได้อย่างนั้น และแน่นอน นิ่งตัวแรกไม่พอ ต้องเอานิ่งที่มากกว่านิ่ง ก็คือ นิ่ง ใน นิ่ง นั่นเอง

“ใส” คือ ให้ขาวให้ใสเท่านั้น ไม่ให้เป็นสีอื่น ขาวใสอย่างแรกไม่พอ ต้องขาวและใสกว่านั้น คือ ใส ใน ใส

ค่อยๆ ฝึกไปทีล่ะอย่าง แล้วลองสังเกตสภาพใจของเราเอง ว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่เห็นชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ครับ ถ้าท่านเป็นวิชาแล้ว ท่านทำได้แน่นอน แต่ถ้าท่านยังไม่เป็น ขอให้มาฝึกกับวิทยากรสักครั้ง จะดีกว่าที่จะไปฝึกเองหลายเท่าครับผม

วิธีนี้คือวิธีดั้งเดิมครับ อาจจะง่ายสำหรับบางคน และอาจจะยากสำหรับหลายคน

ลางเนื้อชอบลางยาครับ นี่เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น ใครฝึกวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล ไม่เป็นไร ยังมีวิธีอื่นอีกมาก คอยติดตามก็แล้วกันครับ แล้วถ้าใครฝึกได้อย่างไรแล้วลอง Comment หรือไปคุยกันใน Webboard ก็ได้นะครับ

จำไว้ครับว่า วิธีในการเรียนนั้้นมีหลายวิธี อย่าไปยึดกับวิธีเดียวที่ไม่เหมาะกับเรา หลักการต้องคงไว้ แต่ลีลา วิธีการ เรายืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมครับ ที่สำหรับ ท่านต้องรู้หลักไว้ให้ดีเสียก่อน หลักคือ Basic ที่สุดแล้วทุึกอย่างก็ล้วนแต่ Back to Basic ทั้งนั้น

ค่อยๆ ศึกษาไปแบบรวดเร็ว ฉลาด และไม่ประมาท ท่านจะประสบความสำเร็จในการศึกษาวิชาธรรมกายของ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แน่นอนครับ

Tip ต่อไป เอาไว้โอกาสหน้านะครับ สำหรับวันนี้ต้องไปทำงานทางโลกต่อแล้ว แค่นี้ก่อนครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันดีๆ ของท่่านครับ สวัสดีครับ

Popularity: 2% [?]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.